ฝนดาวตกลีโอนิดส์ วันที่ 18 พ.ย.52 เวลา 01.19 น. (Tony Hallas, Science Faction/Corbis)
สดร.- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย "ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต" ปีนี้มีจำนวนมากสุดระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย. ตรงกับดวงจันทร์เต็มดวงในคืนลอยกระทงพอดีจึงสังเกตเห็นได้ยาก แนะรอชม “ดาวหางไอซอน” ปลาย พ.ย. นี้
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยว่า วันที่ 17-18 พ.ย.56 จะเกิดปรากฏการณ์ "ฝนดาวตกลีโอนิดส์" สังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 17 พ.ย.55 ต่อเนื่องไปถึงเช้ามืดของวันที่ 18 พ.ย.56 ช่วงเวลาที่คาดการณ์ว่าสามารถเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์มากที่สุด คือ 03:00 ถึง 04:00 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก
“ในปีนี้ดวงจันทร์ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกลีโอนิดส์เนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์เต็มดวงพอดี แสงสว่างของดวงจันทร์เต็มดวงเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการสังเกตการณ์ฝนดาวตก ทั้งนี้นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเห็นดาวตกประมาณ 10-20 ดวงต่อชั่วโมง” รองผู้อำนวยการ สดร.ระบุ
ฝนดาวตกลีโอนิดส์เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวหางตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวหางเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ทิศทางวงโคจรของฝนดาวตกลีโอนิดส์สวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ความเร็วของเม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วค่อนข้างมาก โดยมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จึงได้รับการขนานนามว่า “ราชาแห่งฝนดาวตก”
สำหรับข้อแนะนำในการชมฝนดาวตก ควรเป็นสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน จะสังเกตดาวตกมีความสว่างมาก ทั้งนี้ วิธีการชมฝนดาวตกให้สบายที่สุด ให้นอนรอชมเนื่องจากช่วงที่เกิดฝนดาวตกจุดศูนย์กลางจะอยู่เหนือท้องฟ้ากลางศีรษะพอดี ส่วนการบันทึกภาพฝนดาวตกนั้น ไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าควรตั้งกล้องทางทิศไหน ต้องอาศัยการเดาหรือเปิดหน้ากล้องเพื่อรอให้ดาวตกวิ่งผ่านหน้ากล้อง เนื่องจากฝนดาวตกลีโอนิดส์มีอัตราเร็วสูงมาก และกระจายทั่วท้องฟ้า
นอกจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ที่จะได้ชมกันในเดือน พ.ย.แล้ว ในเดือน ธ.ค.ยังมีฝนดาวตก เจมินิดส์หรือฝนดาวตกคนคู่ ให้ชมส่งท้ายปี 2556 อีกด้วย จะเกิดขึ้นมากที่สุดในวันที่ 13-14 ธ.ค.56 สามารถสังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธ.ค.56 ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดของวันที่ 14 ธ.ค.55 ในปีนี้ดวงจันทร์ก็ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกเจมินิดส์อีกเช่นกัน เนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ข้างขึ้น 11-12 ค่ำ แสงสว่างของดวงจันทร์นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเฝ้ารอชมฝนดาวตก
ดร.ศรัณย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ว่าในปี 2556 สภาพท้องฟ้าไม่เอื้ออำนวยต่อการชมฝนดาวตกลีโอนิดส์และฝนดาวตกเจมินิดส์ แต่ในปีนี้นับว่าเป็นปีแห่งดาวหาง มีดาวหางสว่างหลายดวงแวะเวียนเข้ามาในระบบสุริยะชั้นในหลายดวง เช่น ดาวหางแพนสตารร์ ดาวหางเลมมอน ดาวหางเองเค ดาวหางลิเนียร์ ดาวหางเลิฟจอย และดาวหาง ไอซอน
“สำหรับดาวหางไอซอนนั้น เป็นที่จับตามองของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเนื่องจากนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจมีความสว่างมากจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยในวันที่ 28 พ.ย.56 นี้ ดาวหางไอซอนจะโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด คาดว่าช่วงที่เหมาะในการสังเกตการณ์ได้แก่ 15-25 พ.ย.56 และ 8-15 ธ.ค.56 คงต้องรอลุ้นกันว่าดาวหางไอซอนจะรอดพ้นจากพลังทำลายล้างของดวงอาทิตย์โผล่มาอวดโฉมให้ชาวโลกได้ชมกันหรือไม่ ต้องรอติดตาม” ดร.ศรัณย์กล่าว
ที่มา : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000142533
____________________
ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ โดยนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ จากยอดดอยอินทนนท์
สดร.อวดภาพสวยฝนดาวตก “เจมินิดส์” จากท้องฟ้าบนยอดดอยอินทนนท์ ท่ามกลางอากาศหนาวจับใจ 4 องศาเซลเซียส ส่วนสมาคมดาราศาสตร์ไทยนำประชาชนนอนนับฝนดาวตกที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า สระบุรี พร้อมเก็บภาพ “ไฟร์บอล” งามๆ ส่งท้ายปี 2012
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) จัดกิจกรรมเปิดฟ้า...ตามหาดาว สัญจร ครั้งที่ 2 โดย ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร.ได้นำประชาชนกว่า 200 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมขึ้นไปสังเกตปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids) เมื่อคืนวันที่ 13 ถึงเช้าวันที่ 14 ธ.ค.55 บนยอดดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางอากาศอุณหภูมิต่ำถึง 4 องศาเซลเซียส
ขณะที่สมาคมดาราศาสตร์ไทยจัดกิจกรรมดาราศาสตร์สัญจร “นอนนับฝนดาวตกคนคู่” ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีประชาชนกว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมนับดาวตก
โอกาสนี้ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ ได้รับภาพถ่ายปรากฏการณ์ฝนดาวตกจากทั้ง 2 กลุ่มสังเกตการณ์ โดยนายธรรมฤทธิ์ ลิขิตธีรเมธ นักเรียน สอวน.ดาราศาสตร์ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมนับฝนดาวตกพร้อมสมาคมดาราศาสตร์ไทยและได้ตั้งกล้องบันทึกภาพปรากฏการณ์ฝนดาวตก โดยบันทึกภาพไปกว่า 400 ภาพ แต่ได้ภาพที่มีฝนดาวตกเพียง 5 ภาพ เนื่องจากฝนดาวตกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องตั้งกล้องไปยังตำแหน่งท้องฟ้าที่คาดว่าฝนดาวตกจะผ่านหน้ากล้อง เพื่อให้ได้ภาพของฝนดาวตกตามต้องการ
ทั้งนี้ ฝนดาวตกเจมินิดส์เกิดจากสายธารเศษฝุ่น ของแข็ง และน้ำแข็งจำนวนมาก ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaeton) ตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า โดยจะปรากฏให้เห็นมากที่สุดในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น. ของวันที่ 13 ธ.ค. ถึงเช้ามืดประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 14 ธ.ค.ของทุกปี ตามเวลาในประเทศไทย
ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์บนยอดดอยอินทนนท์ ที่เห็นทางช้างเผือกควบคู่
ฝนดาวตกเจมินิดส์พุ่งผ่านทางช้างเผือก โดยนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์
ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ ซึ่งเห็น "ไฟร์บอล" หรือฝนดาวตกลูกไฟ พุ่งออกจากกลุ่มคนคู่ โดย อิทธิพัฒน์ พรหมนรกิจ นิสิตภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมเดินทางไปสังเกตปรากฏการณ์พร้อมสมาคมดาราศาสตร์ไทย
ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์โดย นายธรรมฤทธิ์ ลิขิตธีรเมธ นักเรียน สอวน.ดาราศาสตร์ ที่เดินทางไปร่วมสังเกตปรากฏการณ์พร้อมสมาคมดาราศาสตร์ไทย
*สอวน. ย่อมาจาก มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมกลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ที่มา : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9550000151674
____________________
เครดิต :
________________________________
อ้างอิง :
________________________________
ไม่รู้ว่าปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ที่เกิดขึ้น ในค่ำคืนนี้และพรุ่งนี้ เป็นผลมาจากดาวเคราะห์ 4179 Toutatis หรือเปล่า (หากผิดพลาดต้องขอภัยด้วยครับ)
เจ้าดาว ดาวเคราะห์น้อยที่มีชื่อว่า 4179 Toutatis ซึ่งมีขนาดไม่น้อยเลยที่เดียว ความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร โคจรเข้ามาใกล้โลกมากที่สุด เมื่อวันที่ 12/12/2012 ที่ผ่านมา
โดยระยะทางห่างจากโลก 7 ล้านกิโลเมตร
ดาวเคราะห์น้อย 4179 Toutatis ถูกค้นพบโดย C. Pollas เมือง Caussols ฝรั่งเศส ในเดือนมกราคมของปี 1989





อ้างอิง : http://echo.jpl.nasa.gov/asteroids/Toutatis2012/Toutatis2012_planning.html
________________________________
จะสามารถสังเกตเห็นฝนดาวตกเจมินิดส์ได้มากถึง 120 ดวงต่อชั่วโมง
นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ จะเกิดปรากฎการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่มากที่สุด ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณกลางเดือนธันวาคมของทุกปี

