เรื่องลึกลับจากทั่วโลก All mystery world

รวมเรื่องราว พลังแห่งจิตนาการ,โลกลี้ลับ,UFO,มนุษย์ต่างดาว,อารยธรรมโบราณ,ปริศนาต่างๆ,จากทั่วทุกมุมโลก

  • Homeหน้าหลัก
  • โลกต่างดาวโลกต่างดาว
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • โลกต่างมิติโลกต่างมิติ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • โลกลี้ลับโลกลี้ลับ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • จักรวาลจักรวาล
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • อารยธรรมโบราณอารยธรรมโบราณ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • ภัยพิบัติภัยพิบัติ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • พลังแห่งจินตนาการพลังแห่งจินตนาการ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
You are here : Home »
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลก แสดงบทความทั้งหมด



นาซาเผย พบดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็ก กำลังโคจรรอบโลก และโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปพร้อมๆ กับโลกของเรา มานานกว่า 50 ปีแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กดวงหนึ่งชื่อว่า '2016 HO3' กำลังโคจรรอบโลก และเป็นเพื่อนร่วมทางกับโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปพร้อมๆ กัน โดยมันอยู่แบบนี้มากนานกว่า 50 ปีแล้ว และเชื่อว่ามันโคจรรอบโลกต่อเนื่องไปอีกหลายร้อยปี





ศ.พอล โคดาส ผู้บริหารศูนย์เพื่อการศึกษาวัตถุใกล้โลก (CNEOS) ของ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ระบุว่า "การคำนวณของเราประเมินว่า 2016 HO3 โคจรรอบโลกในลักษณะเหมือนดาวเทียมมานานเกือบศตวรรษแล้ว และมันจะโคจรตามรูปแบบนี้ในฐานะผู้ร่วมทางกับโลกไปอีกหลายศตวรรษ"




ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ถูกพบโดยกล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์ดาวเคราะห์น้อย 'Pan-STARRS 1' บนภูเขา ฮาเลอากาลา ในรัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2016 มีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 37-91 เมตร

ศ.โคดาส ยืนยันด้วยว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะไม่มีวันพุ่งชนโลก เพราะมันไม่เคยเข้าใกล้โลกเกินระยะ 14 ล้านกิโลเมตร แต่ด้วยระยะห่างที่มาก ทำให้มันไม่ถูกจัดเป็นดวงจันทร์ตามธรรมชาติ หรือ ดาวบริวารของโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกดาวเคราะห์ดวงนี้ว่า ดาวกึ่งบริวาร (quasi-satellite)






ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/640560
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ ค้นพบโล่ล่องหนระยะห่าง 7,200 ไมล์เหนือพื้นโลกที่ช่วยป้องกันไม่ให้ "อิเล็กตรอนมรณะ" ที่พุ่งหาโลกด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง เข้ามาทำร้ายมนุษย์โลกได้




อิเล็กตรอนมรณะเหล่านี้นับว่าเป็นภยันตรายต่อมนุษย์อวกาศ ดาวเทียม และระบบอวกาศที่โคจรอยู่รอบโลก แรกสุดนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแถบรังสีแวน อัลเลน ที่มีรูปร่างคล้ายโดนัทอยู่เหนือพื้นโลก คอยปกป้องอิเล็กตรอนและโปรตอนในห้วงอวกาศไม่ให้เข้ามยังโลก แถมรังสีนี้มีการยืดและหดเพื่อการตอบสนองต่อความปั่นป่วนของพลังงานที่มาจากดวงอาทิตย์ โดยมีต้นกำเนิดมาจากสนามแม่เหล็กของโลกนั่นเอง

แถมรังสีแวน อัลเลนถูกค้นพบในปี 1958 โดยศาสตราจารย์เจมส์ แวน อัลเลน และทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยไอโอวา และต่อมาได้มีการค้นพบว่ามีสองวงคือวงในและวงนอก ตั้งอยู่ห่างจากพื้นโลก 25,000 ไมล์

ในปี 2013 เบเคอร์ หนึ่งในลูกศิษย์ของศาสตราจารย์แวน อัลเลน ได้นำดาวเทียมแวน อัลเลนที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐฯ หรือนาซา ปล่อยขึ้นไปเมื่อปี 202 ทำการสำรวจวงแหวนแห่งที่"สาม" ที่อยู่ระหว่างวงนอกและวงใน ที่เหมือนว่ามันจะมีการแปรผันไปตามความเข้มของอนุภาคอวกาศ

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ได้ไขปริศนาของกำแพงที่อยู่ชั้นในที่อยู่ห่างจากพื้นโลกราว 7,200 ไมล์ที่ช่วยป้องกันอิเล็กตรอนความเร็วสูงไม่ให้เข้าสู่บรรยากาศชั้นลึกๆของโลกได้

"มันเหมือนกับว่าอิเล็กตรอนเหล่านี้กำลังวิ่งไปสู่กำแพงแก้ว คล้ายๆกับโล่ที่สร้างขึ้นโดยสนามแรงในเรื่อง Star Trek ที่ใช้เป็นอาวุธขับไล่ของเอเลี่ยน ตอนนี้เรากำลังจะได้เห็นโล่ล่องหนเหล่านี้กำลังต้านอิเล็กตรอนอยู่ มันเป็นปรากฏการณ์ที่น่าฉงนเป็นที่สุด"

และงานวิจัยนี้ก็ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Nature แล้ว

เดิมที ทีมวิจัยคิดว่าอิเล็กตรอนประจุสูงที่กำลังวนรอบโลกด้วยความเร็วสูงกว่า 100,000 ไมล์ต่อวินาทีอาจจะถูกปัดให้ค่อยๆเลี้ยวเข้าไปสู่บรรยากาศชั้นบนของโลกและค่อยๆถูกปัดออกไปด้วยอันตรกิริยากับอากาศ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีแผงกั้นอีกแผงที่ยานอวกาศแวน อัลเลนได้ค้นพบที่ทำหน้าที่หยุดอิเล็กตรอนก่อนที่มันจะเข้ามาไกลได้ขนาดนี้" เบเคอร์เผย

ทีมวิจัยกำลังค้นหาว่าปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดเกราะป้องกันนี้ขึ้นมาได้และมันยังคงอยู่ได้จนถึงตอนนี้ ทีมวิจัยเชื่อว่า เป็นไปได้ที่เกราะชั้นนี้จะเกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กของโลก ที่จะจับและควบคุมโปรตอนกับอิเล็กตรอนได้ นักวิจัยยังต้องการทราบด้วยว่า คลื่นวิทยุที่ส่งไปจากโลกจะทำให้ประจุอิเล็กตรอนที่กำแพงชั้นนี้กระแจงได้หรือไม่ หรือจะช่วยไม่ให้ประจุอิเล็กตรอนลงมาข้างล่างได้หรือไม่

"ธรรมชาติไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรง โดยทั่วไปจึงพยายามจะทำให้มันราบรื่น ดังนั้น เราจึงคิดว่า อิเล็กตรอนความเร็งสูงบางตัวจะเข้ามาได้แต่บางตัวก็กระเจิงออกไป เราไม่ทราบว่ากระบวนการใดที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของอนุภาพเหล่านี้ จนกลายเป็นเกราะป้องกันในอวกาศให้กับเรา"

นักวิทยาศาสตร์บางคนก็ตั้งสมมติฐานว่าจะมีก้อนเมฆขนาดใหญ่ที่เป็นแก๊สที่มีประจุที่เรียกว่า พลาสมาสเฟียร์ เริ่มต้นขึ้นที่ 600 ไมล์เหนือพื้นโลกและกระจายตัวออกไปหลายพันไมล์เข้าสู่ชั้นนอกของแถบแวน อัลเลน จากนั้นก็กระจายอิเล็กตรอนออกไปที่ขอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำ แต่เบเคอร์ก็เชื่อว่า แม้พลาสมาสเฟียร์อาจจะมีส่วนสำคัญต่อเกราะชั้นนี้ แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้น

"ผมคิดว่ากุญแจสำคัญก็คือการสังเกตการณ์พื้นที่ตรงนี้อย่างละเอียด ซึ่งเราทำได้เพราะเรามีเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วที่ยานแวน อัลเลน ถ้าดวงอาทิตย์ทำให้สนามแม่เหล็กของโลกปั่นป่วนเพราะการปล่อยมวลสารที่ชั้นโคโรนา ผมก็คิดว่าโล่ชั้นนี้ก็น่าจะมีรอยแตกร้าวได้เช่นกัน"

"มันเหมือนกับว่าเราได้มองปรากฏการณ์เดิมด้วยดวงตาอันใหม่ มีอุปกรณ์ชุดใหม่ที่จะทำให้เราบอกได้ว่า ใช่แล้ว มีโล่ที่แข็งและเร็วอยู่จิรง" จอห์น ฟอสเตอร์ นักวิจัยร่วมเผย


ที่มา : http://www.vcharkarn.com/vnews/501307

: Pageviews


(29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นตระหนกกับกระแสข่าวเรื่องอิทธิพลของพายุสุริยะ ที่มีการเผยแพร่ข่าวเป็นวงกว้างจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ชาวโลกหวาดหวั่น เพราะมีข้อมูลระบุว่า โลกจะตกอยู่ในความมืดมิดเป็นเวลา 3-6 วันต่อเนื่อง ช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

ตามรายงานระบุว่า เว็บไซต์ Hunzlers.com ได้เผยแพร่ข่าวที่อ้างข้อมูลจากองค์การนาซ่า ระบุว่า ช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ความมืดมิดต่อเนื่อง เนื่องจากอิทธิพลของพายุสุริยะ ที่จะทำให้มีขยะอวกาศและฝุ่นบดบังแสงอาทิตย์เกือบทั้งหมด จะหลงเหลือเพียงแสงมัวๆ จนแยกไม่ออกว่าเวลาใดเป็นกลางวันหรือกลางคืน

ทั้งนี้ ภายหลังจากข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ต่างเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการถกเถียงขึ้น ขณะที่ทางนักวิชาการต่างออกมายืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ ไม่มีปรากฏการณ์โลกมืดใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับยืนยันว่า พายุสุริยะไม่ทำให้เกิดฝุ่นหรือแผ่นดินไหวบนโลก อิทธิพลของพายุสุริยะที่ส่งผลกระทบต่อโลกมีเพียงระบบการทำงานของดาวเทียมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดตัวแทนขององค์การนาซ่าได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่มีความเป็นจริงและไม่ใช่ข้อมูลที่เผยแพร่มาจากองค์การนาซ่าแต่อย่างใด จึงแจ้งเตือนไปยังผู้คนในโลกออนไลน์ทั่วโลก ควรใช้วิจารณญาณและข้อเท็จจริงในการรับรู้ข่าวสาร ซึ่งปัจจุบันพบข่าวลือเกี่ยวกับปรากฏการณ์แปลกๆ ที่อ้างว่าส่งผลกระทบต่อโลกออกมาเป็นจำนวนมาก




ที่มา : sanook.com
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews




เนื่องจาก "น้ำ" คือส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามอย่างหนักเพื่อค้นหาที่มาของมัน ตามแนวทฤษฎีต้นกำเนิดของน้ำบนโลกทฤษฎีหนึ่งนั้น เชื่อว่า น้ำในระบบสุริยะของเรานั้น เกิดขึ้นจากการรวมตัวทางเคมีที่เหมาะสมซึ่งเกิดขึ้นหลังจากกำเนิดดวงอาทิตย์

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็แสดงว่า "น้ำ" จะมีก็แต่ในระบบดาวฤกษ์บางแห่ง ซึ่งก่อรูปขึ้นมาในแบบเดียวกันกับการก่อกำเนิดของระบบสุริยะเท่านั้น




อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยกลุ่มหนึ่งจากสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกี สหรัฐอเมริกา ร่วมกันศึกษาวิจัยจนพบข้อสรุปใหม่ว่า อย่างน้อยที่สุดน้ำบางส่วนบนโลกของเรามีอายุเก่าแก่มากกว่าดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรา และมีที่มาจากห้วงอวกาศระหว่างระบบดาวฤกษ์ หรือ อินเตอร์สเตลลาร์ ไม่ได้เกิดขึ้นหลังกำเนิดดวงอาทิตย์แต่อย่างใด

โคเนล อเลกซานเดอร์ หนึ่งในทีมวิจัยและเป็นผู้เขียนรายงานผลการศึกษาวิจัยดังกล่าวระบุว่า ข้อสรุปดังกล่าวได้จากการตรวจสอบสัดส่วนของธาตุไฮโดรเจนและดิวเทอเรียม เปรียบเทียบระหว่างน้ำบนโลกและน้ำที่อยู่ในสภาพของน้ำแข็งที่พบในห้วงอวกาศระหว่างดวงดาวเพราะอุณหภูมิเย็นจัดและเพราะรังสีที่ก่ออนุภาคไอออนหรือ ไอออนไนซิง เรดิเอชั่น

ดิวเทอเรียมนั้น เป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน ต่างมีโปรตอนในนิวเคลียส 1 ตัวเหมือนกัน แต่ดิวเทอเรียม มีนิวตรอนเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอนุภาค และมีมวลมากกว่าไฮโดรเจนเป็น 2 เท่า ดิวเทอเรียมจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดสภาพเงื่อนไขแบบพิเศษ เช่น สภาวะอุณหภูมิเย็นจัดและเต็มไปด้วยไอออนไนซิง เรดิเอชั่นดังกล่าว น้ำบนโลกมีดิวเทอเรียมอยู่ด้วย แต่มีในปริมาณที่ต่ำกว่ามาก กล่าวคือ ต่ำกว่าน้ำ (ในสภาพน้ำแข็ง) ในอินเตอร์สเตลลาร์ราว 30 เท่าตัว

ดังนั้นการตรวจสอบสัดส่วนระหว่างไฮโดรเจนและดิวเทอเรียมในน้ำ สามารถบอกได้ว่า น้ำดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาในสภาพแวดล้อมแบบใด อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่า ดิวเทอเรียมบนโลกนั้น เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการเกิดดวงอาทิตย์หรือมาจากห้วงอวกาศระหว่างดวงดาวกันแน่

เพื่อหาข้อพิสูจน์เรื่องนี้ทีมวิจัยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมของระบบสุริยะย้อนหลังไปเมื่อเกิดขึ้นใหม่ๆ เมื่อครั้งที่ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่เป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์ ยังคงสภาพเป็นแผ่นสสารรูปจานวนอยู่รอบดวงอาทิตย์ ที่มีศัพท์ทางดาราศาสตร์เรียกว่า "จานดาวเคราะห์ก่อนเกิด" หรือ "โพรโตแพลเนททารี ดิสก์" แบบจำลองดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า อุณหภูมิและสภาพการแผ่รังสีในเวลานั้น เป็นไปไม่ได้ที่ระบบสุริยะที่ยังเยาว์วัยดังกล่าว จะสร้างสัดส่วนของไฮโดรเจนและดิวเทอเรียมในแบบที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบพบในมหาสมุทรบนพื้นโลก และจากดาวหางต่างๆ

ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยจึงได้ข้อสรุปว่า อย่างน้อยที่สุดมีน้ำบนพื้นโลกรวมกันอยู่ระหว่าง 7 เปอร์เซ็นต์ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นน้ำที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในห้วงอวกาศระหว่างดวงดาวซึ่งเป็นตำแหน่งที่ระบบสุริยะก่อกำเนิดขึ้นนั่นเอง

และเพราะในอินเตอร์สเตลลาร์เดียวกันนั้นไม่ได้ก่อกำเนิดระบบสุริยะของเราเพียงระบบเดียว หากแต่ยังมีระบบดาวฤกษ์อีกเป็นจำนวนมากก่อกำเนิดขึ้นมาด้วย ดังนั้น น้ำจึงไม่ได้มีอยู่เพียงบนผืนโลก หากแต่อาจพบเห็นได้ทั่วไปบนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งหลาย ตลอดทั่วทั้งกาแล็กซีทางช้างเผือกอีกด้วย

โคเนล อเล็กซานเดอร์บอกว่า ถ้าหากน้ำบนโลกมีแหล่งกำเนิดจากสสารในอินเตอร์สเตลลาร์จริง ก็เป็นไปได้ว่าว่า จะมีน้ำหรือน้ำแข็งที่มีสสารเริ่มต้นชีวิต หรือพรีไบโอติค ออร์แกนิค อยู่มากมายใน "จานดาวเคราะห์ก่อนเกิด" ที่ก่อให้เกิดระบบดวงดาวอื่นๆ

หรือหมายถึงว่า สิ่งมีชีวิต อาจมีอยู่ดกดื่นทั่วไปในกาแเล็กซีทางช้างเผือกนี้นั่นเอง!







ที่มา : นสพ.มติชน
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews

Real Gravity 


องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ได้เผยแพร่ภาพชุด Real Gravity เพื่อร่วมเกาะกระแสการประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 2014 ที่มีภาพยนตร์ไซไฟอวกาศเรื่อง Gravity ของผู้กำกับอัลฟองโซ คัวรอง เข้าชิงมากที่สุด 10 สาขาโดยภาพชุด Real Gravity เป็นภาพการปฏิบัติงานภาคพื้นอวกาศของเจ้าหน้าที่นาซ่าที่อยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

Gravity movie

Gravity เป็นภาพยนตร์อวกาศที่ได้รับคำวิจารณ์ว่ามีความสมจริงมากที่สุดตั้งแต่มีการสร้างมาทั้งเรื่องของสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์และสภาวะไร้น้ำหนักที่นักแสดงต้องเผชิญจริงๆ รวมไปถึงภาพของอวกาศที่มีความสมจริงเป็นอย่างมากถึงขนาดที่นาซ่ายังต้องยกนิ้วให้



Real Gravity ภาพจาก NASA


















ที่มา : http://news.mthai.com/general-news/314162.html
____________________

: Pageviews



นาซา เผยคลิปส่องโลกยามราตรี เผยให้เห็นแสงสีเขียวสว่างไสว ปกคลุมอ่าวไทย จากเรือประมงไทย เป็นความงามที่เห็นได้จากนอกโลก

            นับเป็นอีกหนึ่งความงดงามที่ไม่ได้หาชมได้บ่อย ๆ นัก สำหรับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของประเทศไทยจากมุมมองเหนือพื้นโลก ที่องค์การนาซาบันทึกภาพไว้ได้ และนำมาเผยแพร่ให้คนบนผืนโลกได้ชมผ่านทางบัญชี NASACrewEarthObs เว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ในชื่อคลิป "Bangkok to North Pacific (annotated)" ซึ่งเผยให้เห็นประเทศไทยยามราตรี ที่เต็มไปด้วยปรากฏการณ์แสงสีเขียวสว่างไสวเต็มพื้นที่อ่าวไทย อันเป็นแสงจากเรือประมงที่ใช้แสงสีเขียวยามออกทะเลนั่นเอง





            นอกจากนี้ คลิปที่ลูกเรือของยาน Expedition 38 จากสถานีอวกาศนานาชาติ ได้บันทึกภาพมานี้ยังแสดงให้ทิวทัศน์ของประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก นับตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมาเลเซีย กรุงเทพฯ ถัดไปยังฮานอย ของเวียดนาม แสดงให้เห็นเกาะไหหลำ เกาะฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่ง ของจีน ตลอดไปจนถึงคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเผยให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างแผ่นดินเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ที่ในโซลนั้นเต็มไปด้วยแสงไปสว่างไสว ขณะที่เปียงยางนั้นกลับตกอยู่ในความมืดมิดทั้งแผ่นดิน

            ทั้งนี้ คลิป Bangkok to North Pacific (annotated) ได้ถูกบันทึกภาพไว้ในวันที่ 30 มกราคม 2557 ตั้งแต่เวลา 20:07:04-20:31:39 น. ตามเวลาประเทศไทย



คลิป Bangkok to North Pacific (annotated) โพสต์โดย คุณ NASACrewEarthObs







ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/98704
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews
บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก
  • PopularPosts
  • Tags
  • Archive

บทความที่ได้รับความนิยม

  • สี่เหลี่ยมลูกบาศก์ปริศนา ปรากฎบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ 27/9/2012
    สี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ปริศนาที่ปรากฎบน พื้นผิวของดวงอาทิตย์  เมื่อวันที่ 27/9/2012 และปรากฎอยู่ข้างๆ ดวงอาทิตย์ เมื่อวานนี้ 30/9/2012 ...
  • "นาซ่า" สร้างภาพจำลองฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์
    "นาซ่า" สร้างภาพจำลองฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ ข้อมูลจาก "ยานอวกาศ" 3 ลำบ่งชี้หลักฐานการค้นพบ "น้ำ" บนด...
  • เมฆ หน้าคน (face in the clouds)
    ภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพสมัครเล่น ชือว่า Denis Farmer ขณะที่เมฆสีดำกำลังก่อตัวอยู่ด้านหลังสวนหลังบ้านของเขา และมันก็ช่างบังเอิญที่มันปรากฎเป็นร...
  • คำแปลบทสัมภาษณ์ "Lacerta" ชาวโลกอีกเผ่าพันธุ์นึง ตอนที่ 1
    คำแปลบทสัมภาษณ์ "Lacerta" ชาวโลกอีกเผ่าพันธุ์นึง ตอนที่ 1 บทนำ ฉันรับรองว่าเรื่องราวที่ว่ามานี้เป็นเรื่องจริงและไม่ใช่นิ...
  • (Aura Power) ออร่าพลังงานชีวิตในตัวคุณ
    ออร่า(aura power) หรือการเปล่งแสงหรือรัศมีบางอย่างออกมารอบตัวคน คำว่า ออร่า มาจากภาษาลาติน แปลว่า อากาศ มาจากภาษากรีก แปลว่า ลมหายใจ แสง อ...

ป้ายกำกับ

4179 Toutatis กระแสจิต กอลลัม กายทิพย์ กาแล็กซี่ กาแล็คซี่ แกะ 6 ขา ข้อความจากต่างมิติ ขั้วโลก คลายเครียด ความฝัน คำทำนาย คิริบาส เคปเลอร์-10ซี จักรวาล จันทร์ไททัน จิตใต้สำนึก ฉลามดึกดำบรรพ์ ช้างน้ำ ช้างแมมมอธ ชาวอินคา ชูปาคาบรา(Chupacabra ) เชียงใหม่ เชื้อไวรัส ซูเปอร์แมน ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาว ดาวคริปตัน ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์เพชร ดาวแคระแดง DG CVn ดาวเซเรส ดาวพฤหัสบดี ดาวพุธ(mercury) ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดาวหาง ดาวอังคาร ดำ โดรน(drone) ไดโนเสาร์ ถอดจิต ทฤษฎีโลกกลวง ทฤษฎีสมคบคิด ทวีปโบราณ ทะเลสีเลือด ที่สุดของโลก โทรจิต นกฟีนิกซ์ (Phoenix) นักบินอวกาศ นางเงือก นาซก้า (Nazca) นาซี น้ำ เนสซี แนะนำ บั้งไฟพญานาค บันทึกส่วนตัว บิ๊กฟุต(Bigfoot) เบอร์มิวด้า แบคทีเรีย ประเทศไทยยามราตรี ประสบการณ์แปลก ปริศนา ปาฏิหาริย์ ปิรามิด ปูยักษ์ ผ้าคลุมล่องหน ผาแต้ม ผีดูดเลือด ฝนดาวตก พญานาค พยากรณ์ พระพุทธเจ้า พลังงานจากวัตถุ พลังจิต พลังลี้ลับ พลังแห่งการผ่อนคลาย พลังแห่งความเชื่อมั่น พลังแห่งจินตนาการ พลังออร่า พายุทราย พิลึกโลก พีระมิด ฟอสซิล ฟอสซิลหอย ฟาโรห์ ฟาโรห์ Ramses II ภัยพิบัติ ภูเขาไฟ ภูเขาไฟRebel Dragon ภูติ มงกุฎทองคำ มนุษย์ต่างดาว มนุษย์ต่างดาวลักพาตัว มักกะลีผล มังกร มัมมี่ มายา มือเทียม เมฆประหลาด แม่มด โมอายเกาะอีสเตอร์ ยักษ์ ยานอวกาศ เยติ รถ รอดซ์ รอสเวลล์ ระบบสุริยะ รัสเซีย ล็อกเนสส์ ลี้ลับ ลูกไฟประหลาด โลก โลกคู่ขนาน โลกต่างดาว โลกต่างมิติ โลกใต้พิภพ โลกปรภพ โลกลี้ลับ โลกอื่น โลมา ไลบีเรีย วงแหวน วอยเอเจอร์1 วัตถุลึกลับ วิญญาณ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์หลอกลวง วิวัฒนาการ แวมไพร์ สตีเฟน ฮอว์กินส์ สโตนเฮนจ์ สฟิงซ์ สมาธิ สสารมืด สัตว์ประหลาด สารคดี สึนามิ สุสานฟาโรห์ หนังสือลึกลับ เหมืองอวกาศ อวกาศ อาณาจักรมู อารยธรรมโบราณ อีโบลา อียิปต์ อุกกาบาต เอลนีโญ(EI Nino) เอลฟ์ เอเลียน เอเลี่ยน ฮิตเลอร์ Antikythera Machine Area 51 auroras AUTEC Black hole Blobfish Costa Rica Crop circle DNA Download Ganymede Glow Worms Gnome Gravity Haarp highlight Hybrid INDIGO ISS Kepler-78b Kiribati Lacerta Mona Lisa Nasa Nebula OREGON VORTEX pโลกลี้ลับ picpost Popocatepetl Puma Punku StarChild Super Moon The Eye Titan moon Top tractor beam TRAPPIST-1 Tyndall Effect UFO videopost wallpaper Water Bears WormHole Zombie

คลังบทความ

  • ▼  2018 (4)
    • ▼  เมษายน (2)
      • การตายที่ยังคงเป็นปริศนาจนมาถึงทุกวันนี้ the dyatl...
      • เรื่องเล่าลี้ลับและตำนานคำสาปแห่งวงการกีฬาเบสบอล
    • ►  มีนาคม (2)
  • ►  2017 (4)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มีนาคม (2)
    • ►  มกราคม (1)
  • ►  2016 (27)
    • ►  พฤศจิกายน (5)
    • ►  ตุลาคม (2)
    • ►  กันยายน (5)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มิถุนายน (2)
    • ►  เมษายน (2)
    • ►  มีนาคม (5)
    • ►  กุมภาพันธ์ (2)
    • ►  มกราคม (3)
  • ►  2015 (30)
    • ►  สิงหาคม (1)
    • ►  กรกฎาคม (4)
    • ►  มิถุนายน (3)
    • ►  พฤษภาคม (1)
    • ►  เมษายน (1)
    • ►  มีนาคม (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (6)
    • ►  มกราคม (13)
  • ►  2014 (99)
    • ►  ธันวาคม (2)
    • ►  พฤศจิกายน (9)
    • ►  ตุลาคม (15)
    • ►  กันยายน (8)
    • ►  สิงหาคม (2)
    • ►  กรกฎาคม (2)
    • ►  มิถุนายน (13)
    • ►  พฤษภาคม (11)
    • ►  เมษายน (5)
    • ►  มีนาคม (16)
    • ►  กุมภาพันธ์ (7)
    • ►  มกราคม (9)
  • ►  2013 (177)
    • ►  ธันวาคม (3)
    • ►  พฤศจิกายน (16)
    • ►  ตุลาคม (23)
    • ►  กันยายน (15)
    • ►  สิงหาคม (8)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มิถุนายน (5)
    • ►  พฤษภาคม (11)
    • ►  เมษายน (16)
    • ►  มีนาคม (9)
    • ►  กุมภาพันธ์ (40)
    • ►  มกราคม (30)
  • ►  2012 (309)
    • ►  ธันวาคม (30)
    • ►  พฤศจิกายน (35)
    • ►  ตุลาคม (32)
    • ►  กันยายน (12)
    • ►  สิงหาคม (17)
    • ►  กรกฎาคม (39)
    • ►  มิถุนายน (33)
    • ►  พฤษภาคม (15)
    • ►  เมษายน (22)
    • ►  มีนาคม (25)
    • ►  กุมภาพันธ์ (23)
    • ►  มกราคม (26)
  • ►  2011 (246)
    • ►  ธันวาคม (27)
    • ►  พฤศจิกายน (15)
    • ►  ตุลาคม (50)
    • ►  กันยายน (56)
    • ►  สิงหาคม (26)
    • ►  กรกฎาคม (19)
    • ►  มิถุนายน (19)
    • ►  พฤษภาคม (25)
    • ►  มีนาคม (2)
    • ►  กุมภาพันธ์ (7)
  • ติดตาม
  • comments
  • สถิติ

ผู้ติดตาม

Follow @twitterdev

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Flag Counter hits counter
2014 Allmysteryworld. All rights reserved.
Designed by allmysteryworld