โลกเรานั้นเดิมทีเคยมีดวงจันทร์ถึง 3 ดวง ชื่อว่า Fatta, Lelia, Mesiats ชาวอารยัน (Aryan) เป็นผู้ที่นำดวงจันทร์มาไว้ที่นี่ทั้ง 3 ดวง ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ดวงจันทร์ทั้ง 3 ดวง เป็นเสมือนดาวเทียม ผมเองก็หลงเข้าใจตั้งนานว่าดวงจันทร์เหล่านี้ พวกเรปทิเลียน (Reptilian) นำมา ซึ่งเป็นพวกคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน
ดวงที่ชื่อ Fatta มีแรงดึงดูดมหาศาล Fatta ในภาษากรีกเรียกว่า Phaeton ส่วนชาวสุเมเรียนเรียก Tiamat เมื่อ 111,814 ปีก่อนคริสกาล เคยมีสงคราม (star war) ซึ่งน่าจะเป็นสมัยแอตแลนติก
ดวงจันทร์ Fatta, Lelia เป็นที่อาศัยของเผ่าพันธุ์เกรย์ (Grays) ว่ากันว่า Demigod มีความหมายอีกทีคือ “เผ่าพันธุ์มนุษย์” ที่มีระดับทางจิตวิญญาณ (Spiritual) และเทคโนโลยีที่สูงกว่ามนุษย์บนโลก ได้ทำลาย Fatta, Lelia โดยเริ่มทำลาย Lelia ก่อน และหลังจากนั้นก็ทำลาย Fatta ชิ้นส่วนจาก Fatta ตกลงสู่พื้นโลกด้วยแรงกระแทกอันมหาศาล ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้ว (polar shift) เอียง 23.5 องศา

(ฉะนั้น นิบิรุ – NIBIRU จึงไม่เคยพุ่งชนโลก) ชิ้นส่วนของ Fatta จมอยู่ใต้มหาสมุทร เนื่องจาก Fatta มีอิทธิพลต่อโลกมาก มีผลทำให้โลกหมุนช้า และเนื่องจากมันถูกทำลาย จึงทำให้โลกหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้น ส่วน Mesiats มันคือดวงจันทร์ที่เห็นอยู่นี่เอง
หลายปีที่มีการติดต่อกับเผ่าพันธุ์เกรย์นั้น เทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นมาก เช่น Antigravity-Type Craft ซึ่งสามารถเดินทางไป ดวงจันทร์ Moon, ดาวอังคาร Mars และ ดาวศุกร์ Venus ได้



รัฐบาลนั้นยังปิดบังโกหกต่อสาธารณชนอย่างมากในเรื่องพวกนี้ เช่น ความจริงที่ว่าบนดวงจันทร์มีต้นไม้ และพืชเติบโตที่นั่น สามารถเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาล และมีก้อนเมฆด้วย ซึ่งเป็นด้านมืดของดวงจันทร์ และสามารถเดินได้บนดวงจันทร์โดยมีแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับโลก
อังเดร ฟิงเกลสทีน (Andrei Finkelstein) นักดาราศาสตร์ชื่อดัง ซึ่งทำงานให้กับรัฐบาลรัสเซีย ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเอง เมื่อ 27 มิถุนายน 2553 ว่า ในจักรวาลยังมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อยู่ พร้อมระบุว่า มนุษยชาติจะได้เผชิญหน้ากับผู้มาเยือนจากนอกโลกอย่างแน่นอน ภายในระยะเวลา 20 ปีนับจากนี้…
ข้อมูลจากนักดาราศาสตร์ชั้นนำของรัสเซียระบุว่า มนุษยชาติจะได้เผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอนภายในปี ค.ศ. 2031 หรืออีก 20 ปีนับจากนี้ โดย อังเดร ฟิงเกลสทีน เปิดเผยเรื่องดังกล่าวระหว่างที่เขาเดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง “การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก” โดยเขาได้ย้ำกับที่ประชุมว่า “นอกจากโลกของเราแล้ว ในจักรวาลยังมีดาวอีกหลายดวงที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่มนุษย์ต่างดาวจะมีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ คือ มี 2 แขน, 2 ขา และ 1 ศีรษะ”

การเปิดเผยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของรัสเซียรายนี้ เป็นการตอกย้ำกระแสความเชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ วารสารทางวิชาการ “The Journal of Cosmology” ได้ตีพิมพ์บทความที่อ้างว่า มีการค้นพบซากไมโครฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตนอกโลกปะปนมากับอุกกาบาต
ที่ตกลงสู่พื้นโลกมาแล้วเช่นกัน
ที่มา : http://www.mythland.org/v3/thread-4660-1-1.html
____________________
เครดิต : http://www.bobthai.com
________________________________

Alien Spaceship on The Moon
ช้างล่างนี้เป็นสองภาพที่ถูกผสมกันในรูปแบบ 3-D image
ถูกเผยแพร่โดยภาระกิจของยาน Appollo 15
เป็นภาพ 3 มิติที่ชัดเจนแสดงรูปร่างและตำแหน่งของวัตถุที่ผิดปกติ
เพื่อดูภาพนี้ให้ชัดเจนจะต้องใช้แว่นตา 3D (สีแดงด้านซ้ายสีฟ้าด้านขวา
ขนาดของมันสูงกว่าครึ่งกิโลเมตร และอาจจะยาวกว่า 3.37 กิโลเมตรก็ได้ เห็นเป็นวัตถุที่ มีรายละเอียด มีความสมดุล และมีการออกแบบ แตกต่างจากสิ่งแวดล้อมและพื้นผิวที่อยู่รอบตัวมากทีเดียว
หลักฐาน VDO 16 มม.จากยานอะพอลโล่ 20 ที่กำลังเตรียมการลงจอดบนดวงจันทร์
__________________
เรื่องราวของการกู้ซาก EBE หญิง (ตอนที่ 2) Mona lisa ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้ตั้งชื่อสาวคนนี้ Leonov หรือฉัน เธอเป็น EBE Humanoid ที่สมบูรณ์ไม่บุบสลาย สูง 1.65 เมตร มีอวัยวะสืบพันธุ์, มีผม, มีนิ้วข้างละหกนิ้ว (เราเดาว่าคณิตศาสตร์ของเขาจะเป็นเลขฐาน 12 ) ในส่วนหน้าที่ของนักบิน มีอุปกรณ์การนำทางคงใช้นิ้วมือและตาควบคุม เสื้อผ้าไม่มี เราต้องตัดท่อสองสายที่เชื่อมต่อกับจมูกออก ปรากฎว่าเขาไม่มีรูจมูก Leonov เปิดอุปกรณ์ที่ตาออก (ซึ่งคุณจะเห็นจากวิดีโอ) มีส่วนผสมของเลือดหรือของเหลวทางชีวภาพที่เย็นๆประทุขึ้นจากปากจมูกที่ตาและบางส่วนของร่างกาย มีบางส่วนของร่างกายอยู่ในสภาพดีจนผิดปกติ, ผมและผิวมีการเคลือบผิวด้วยชั้นวัสดุที่โปร่งบางใสป้องกันอยู่ ในขณะที่เราแจ้งภารกิจนี้ไปที่ศูนย์ควบคุม เธอก็อยู่สภาพที่เหมือนตายและไม่ตาย (not dead not alive) เราไม่เคยมีภูมิหลังหรือประสบการณ์ทางการแพทย์กันมาก่อน ผม และ Leonov ได้ใช้อุปกรณ์ต่างๆด้าน bio เพื่อทดสอบดูกับ EBE โดยได้รับคำแนะนำ จากศัลยแพทย์ที่ชำนาญงานจากศูนย์อำนวยการ ผลการทดสอบแจ้งว่าเป็นบวก (มีชีวิต) เรื่องทั้งหมดนี้บางส่วนอาจฟังดูไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมต้องการบอกเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด เมื่อวิดีโอชุดนี้ออนไลน์ ประสบการณ์ที่เล่าให้ฟังนี้ได้รับการบันทึกถ่ายทำใน LM และเรื่องของตัวที่สองนั้น (ตัวที่เสียหายมาก) เราได้นำศีรษะเขาขึ้นให้คณะกรรมการดู เขามีสีผิวเป็นสีเทาอมฟ้า ผิวมีรายละเอียดบางอย่างแปลกตา โดยเฉพาะที่ด้านบนของตาและด้านหน้ามีสายรัดรอบหัวใส่คำจารึกด้วย ภายในห้องนักบินนั้นก็เต็มไปด้วยข้อความเขียนด้วยลายมือบรรจง และมีหลอดใสกึ่งหกเหลี่ยมยาวๆเต็มไปหมด "Mona Lisa " เธอยังอยู่บนโลกใบนี้และเธอยังไม่ตาย ผมจะโพสต์วิดีโออื่นๆ ก่อนที่จะบอกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ผู้สัมภาษณ์ William Rutledge
แหล่งข้อมูล
______________________
แปลโดย
______________________
Pageviews





