
หนึ่งในการค้นพบแห่งประวัติศาสตร์!!
การร่วมมือกันของนักสำรวจจากเยอรมนีและอียิปต์ได้ทำให้พวกเขาได้ค้นพบวัตถุสำคัญทางประวัติศาสตร์ชิ้นใหม่ ซึ่งพวกเขาคาดเดาว่าวัตถุชิ้นนี้จะมาอายุมากถึง 3,000 ปีเลยทีเดียว
การค้นพบนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านที่ย่านสลัมอันรู้จักกันในชื่อ Matariya ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ โดยสิ่งที่พวกขุดเจอนั่นก็คือรูปปั้นฟาโรห์ที่มีขนาดสูงถึง 8 เมตร
![]() |
| ภาพของนักสำรวจที่กำลังตรวจสอบชิ้นส่วนของรูปปั้นที่พวกเขาเจอ |
ตัวรูปปั้นที่พบเห็นนั้นอยู่ในสภาพแตกหัก มันถูกสร้างด้วยหินควอตไซต์ ซึ่งทำให้พวกเข้าค้นพบรูปปั้นชิ้นอื่นๆ ตามมา และหากสำรวจบริเวณนี้ได้เรียบร้อย รูปปั้นเหล่านี้จะถูกนำไปจัดแสดงใน Grand Egyptian Museum พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่จะสร้างเสร็จในปี 2018
![]() |
| ตรงส่วนนี้น่าจะเป็นฐานที่มีข้อความบ่งบอกถึงอะไรสักอย่าง |
หลังจากการสำรวจเบื้องต้น พวกเขาคาดเดาว่ารูปปั้นนี้น่าจะเป็นรูปปั้นของฟาโรห์ Ramses II ซึ่งเป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีฟาโรห์มาทุกพระองค์เลยทีเดียว
เชื่อกันว่าเขาเป็นคนสร้าง Heliopolis (และกลายมาเป็น Matariya ในปัจจุบัน) การขุดค้นครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งสำคัญที่สุดแห่งประวัติศาสตร์ เพราะทำให้พวกเราทราบถึงประวัติศาสตร์อียิปต์มากยิ่งขึ้น
![]() |
| ส่วนตัวของรูปปั้นที่แตกหัก |






ที่มา : hxxp://www.catdumb.com/3000-year-old-statue-discovered-pharaoh-ramses-ii/
____________________
เครดิต : catdumb.com
________________________________
อ้างอิง :
________________________________
อียิปต์ได้จัดแสดงศิลปวัตถุที่กู้ได้จากก้นทะเล มีทั้งจารึกอักษรภาพและเทวรูปมากมาย บ่งบอกถึงอารยธรรมเมื่อ 1,200 ปีก่อน เผยความมั่งคั่งของเมืองท่าการค้าปากแม่น้ำไนล์
รูปปั้นฟาโรห์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นองค์ไหนในประวัติศาสตร์
วัตถุโบราณที่นำออกแสดงได้มาจากเมืองเฮราคลีออน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองท่าอเล็กซานเดรีย เรื่องราวของเฮราคลีออนปรากฏในบันทึกของเฮโรโดตัส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกแห่งศตวรรษที่ 5 ซึ่งบอกว่า เฮเลน หญิงผู้เลอโฉมที่สุดในโลก ได้ยกกองเรือนับพันไปยังเมืองนี้พร้อมกับปารีส คู่รักชาวเมืองโทรจัน
ฟรังก์ ก็อดดิโอ อธิบายจารึกซึ่งกู้ขึ้นจากเมืองใต้ทะเล เฮราคลีออน
เฮราคลีออนเป็นเพียงตำนานมาโดยตลอด จนกระทั่งนักโบราณคดีใต้สมุทรชาวฝรั่งเศส ฟรังก์ ก็อดดิโอ ได้พบศิลปวัตถุบางชิ้นระหว่างออกค้นหาเรือที่นโปเลียนใช้ในการสู้ศึกในสมรภูมิแม่น้ำไนล์ ซึ่งเขาได้พ่ายลอร์ดเนลสันของอังกฤษในน่านน้ำแถบนั้น
รูปปั้นเทพี ไอซิส
นับแต่พบวัตถุโบราณดังกล่าว ก็อดดิโอได้ร่วมกับศูนย์โบราณคดีทางทะเลของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กับกรมศิลปากรของอียิปต์ กู้ซากต่างๆขึ้นจากอ่าวอะบูกีร์ ห่างจากอเล็กซานเดรียไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 32 ก.ม.
รูปสลักหินแกรนิตสีแดงของเทพฮาปิ
สิ่งที่พบมีทั้งรูปปั้นขนาดใหญ่ของเทพีไอซิส, เทพฮาปิ และฟาโรห์ รวมทั้งรูปปั้นของเทพีและเทพเจ้าหลายองค์ อาทิ นายทวารบาลผู้เฝ้าประตูวิหารอามุนเกเร็บ ที่ซึ่งคลีโอพัตราได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นราชินี
เศียรรูปปั้นที่ถูกนำขึ้นมาจัดแสดง
แล้วยังมีโลงหินที่บรรจุมัมมี่ของสัตว์ที่ถูกบูชายัญแด่เทพอามุนเกเร็บ กับเครื่องรางของขลังรูปไอซิส, โอซิริส และฮอรัส ซึ่งพวกพ่อค้าได้รับเอาไปบูชาเป็นศาสนาของตน เพื่อคุ้มกันภัยในการเดินทางไกล
ชื่อเมืองเฮราคลีออน ตั้งชื่อตามวีรบุรุษชาวกรีก เฮอร์คิวลิส ผู้สังหารงูร้ายไฮดรา เรื่องราวความกล้าหาญเป็นที่ยกย่องในโลกยุคโบราณ หลายเมืองได้นำชื่อนี้ไปตั้งชื่อนครของตน
ที่ตั้งเมืองเฮราคลีออน ใกล้กับอเล็กซานเดรีย
ที่ซากเมืองซึ่งได้จมลงทะเลเมื่อราวศตวรรษที่ 6 หรือ 7 แห่งนี้ ยังพบเรือ 64 ลำ กับสมอเรืออีก 700 สมอ, เหรียญทองคำและตะกั่ว, ทองสำริด และตุ้มถ่วงหินจากนครเอเธนส์ ซึ่งใช้ในการชั่งน้ำหนักสินค้าและคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย
ไม่แต่เท่านั้น ยังพบเสาหินจารึกอักษรภาพ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาและการเมืองของอียิปต์ยุคโบราณได้ดีขึ้นอีกด้วย.
ที่มา :
http://news.voicetv.co.th/global/71940.html
http://picpost.mthai.com/view/57282
____________________
















