เรื่องลึกลับจากทั่วโลก All mystery world

รวมเรื่องราว พลังแห่งจิตนาการ,โลกลี้ลับ,UFO,มนุษย์ต่างดาว,อารยธรรมโบราณ,ปริศนาต่างๆ,จากทั่วทุกมุมโลก

  • Homeหน้าหลัก
  • โลกต่างดาวโลกต่างดาว
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • โลกต่างมิติโลกต่างมิติ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • โลกลี้ลับโลกลี้ลับ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • จักรวาลจักรวาล
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • อารยธรรมโบราณอารยธรรมโบราณ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • ภัยพิบัติภัยพิบัติ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • พลังแห่งจินตนาการพลังแห่งจินตนาการ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
You are here : Home »
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DNA แสดงบทความทั้งหมด


“อย่าได้กลัวการมีชีวิต แต่จงเชื่อว่าชีวิตคู่ควรที่จะอยู่ต่อไป 
แล้วความเชื่ออันนั้นของคุณ จะช่วยให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้”
WILLIAM JAMES 







ดร. Bruce Lipton เป็นนักวิทยาศาสตร์หัวรั้นคนหนึ่ง เขาทุ่มเทชีวิตของเขา
ให้กับการทำความเข้าใจชีววิทยาและพฤติกรรมของมนุษย์ เขาได้รับปริญญาเอก
จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ที่ Charlottesville แล้วจากนั้นเขาก็ไปศึกษาต่อที่
the University of Wisconsin School of Medicine จนได้เป็น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกายวิภาคศาสตร์

จากภาพรวมของประวัติและผลงานที่ผ่านมาแบบนี้ ทำไมบางคนถึงมองว่าเขา
เป็นคนที่ชอบทำให้เกิดข้อโต้แย้งขึ้นอีกหละ? ทำไมเขาถึงก้าวลงมาจากการสอนนักศึกษาแพทย์
แล้วหันมาทำอาชีพอื่นที่น้อยคนนักจะทำหละ? เขาตอบง่ายๆว่า ..

เขาพบว่าสิ่งต่างๆมันไม่ได้เป็นอย่างที่มันดูเหมือนว่าจะเป็น
และมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเคยสอนในโรงเรียนแพทย์ด้วย
และมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราถูกสอนให้เชื่ออีกด้วย

“สุขภาพร่างกายของเราไม่ได้ถูกควบคุมโดยพันธุกรรม” 

ดร.Bruce Lipton นักอีพิเจเนติกส์ 


เขาบอกกับฉันด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นและมีความหวังตามแบบของเขา

“การแพทย์แผนปัจจุบันนี้ กำลังปฏิบัติการอยู่บนมุมมองที่ล้าสมัยแล้ว
ที่มองว่าพวกเราถูกควบคุมโดยยีน ซึ่งตรงนี้เป็นการเข้าใจธรรมชาติการทำงานของชีววิทยาผิดไป”

ผู้เชียวชาญด้านการแพทย์จากทั่วโลกอาจจะเบ้ปากและส่งเสียงคำรามกันใหญ่
แต่ผลงานวิจัยของ ดร. Lipton และรวมถึงหลักฐานต่างๆที่ได้จากการศึกษา
และการทดลองของเพื่อนร่วมงานของเขา ก็กำลังเป็นแรงผลักดันในเรื่องนี้อยู่อย่างมาก
จนทำให้หลักสูตรการเรียนการสอนทางการแพทย์ต่างๆกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่ในขณะนี้

เดี๋ยวเราลองมาหยุดพักกันซักครู่ เพื่อฟังคำอธิบายแบบไม่เป็นวิทยาศาสตร์แต่น่าฟังมากๆ
เกี่ยวกับตรรกะของ ดร.Lipton ที่จะทำให้ความคิดของเราเปิดกว้างขึ้น
และเกี่ยวกับสิ่งที่รู้จักกันในนามของ Epigenetic

อีพิเจเนติกส์ คือ การศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่ได้รับสืบทอดมา
ในเชิง phenotype หรือการแสดงออกของยีน ที่มีสาเหตุมาจากกลไกต่างๆ
ที่นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงลำดับของ DNA ที่สำคัญๆ

เขาพูดว่า “การแพทย์ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมากมาย
แต่ว่า มันก็จำกัดอยู่เฉพาะกับความเจ็บป่วยเท่านั้น
เพราะว่าวิถีทางของ AMA นี้ จะมองร่างกายของเรา
เหมือนเป็นเครื่องจักรตัวหนึ่ง แบบเดียวกับรถยนต์นั่นแหละ
ดังนั้น เมื่อใดที่มีชิ้นส่วนใดชำรุดเสียหาย คุณก็แค่เปลี่ยนมันใหม่เสีย
ซึ่งก็คือการปลูกถ่ายอวัยวะ, การใส่ข้อต่อสังเคราะห์ และอื่นๆ
เหล่านี้แหละคือปาฏิหาริย์ทางการแพทย์หละ”



“แต่ปัญหาก็คือ พวกเขาเข้าใจว่า ถ้ากลไกใดมันไม่ทำงาน
ก็แสดงว่ามันเกิดความผิดปกติขึ้นกับยานพาหนะคันนั้น
พวกเขาก็จะไปโทษเจ้ายานพาหนะคันนั้น และพวกเขาก็เชื่อว่า
เจ้ายานพาหนะคันนั้น ซึ่งในที่นี้หมายถึงร่างกายของเรา ถูกควบคุมโดยยีนอยู่”

“ลองเดาซิว่ามันจะเป็นยังไง? พวกเขาก็จะไม่เคยคิดเลยว่า
จริงๆแล้วมันมีคนขับรถอยู่ในรถยนต์คันนั้นด้วย
แต่วิทยาศาสตร์แขนงใหม่ ที่เรียกว่า Epigenetics นี้
ได้เปิดเผยให้เราทราบว่า เจ้ายานพาหนะลำนั้น หรือ ยีนเอง
ไม่ได้เป็นสาเหตุของการชำรุดเสียหายที่ว่านั้นเลย
แต่เป็นคนขับรถต่างหากหละ!”

ประเด็นสำคัญก็คือ ถ้าคุณขับรถไม่เป็น คุณก็จะไปทำให้ยานพาหนะของตัวเองเสียหายได้
หรือแปลความหมายให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ พวกเราสามารถเห็นพ้องต้องกันได้ว่า

รูปแบบการใช้ชีวิตของเรา
คือกุญแจสำคัญในการดูแลรักษาตัวเราเอง

ดังนั้น ถ้าคุณคิดดี, รับประทานอาหารที่ดี
และออกกำลังกายอยู่เสมอ
ก็จะทำให้ร่างกายของคุณไม่เกิดการชำรุดเสียหาย
และก็จะไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ด้วย

ดร.Lipton อ้างถึงผลงานของ ดร.Dean Ornish เพื่อขยายความต่อไปอีกว่า

“ดร.Ornish ได้นำเอาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจแบบทั่วไปมาจำนวนหนึ่ง
แล้วทำให้พวกเขามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับวิถีการใช้ชีวิตที่สำคัญๆบางอย่าง
(เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่ดีขึ้น, เทคนิกการลดความเครียด เป็นต้น)
และโดยที่ไม่ได้ใช้ยาเลย โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจที่ว่านั้น กลับหายได้อย่างไม่น่าเชื่อ"

ดร.Ornish ได้เล่าว่า ถ้าเขาสามารถได้ผลลัพธ์ของการรักษาแบบเดียวกันนี้
จากการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหละก็ ป่านนี้แพทย์ทุกๆคนก็คงจะกำลังสั่งยาตัวนั้นให้กับคนไข้อยู่แล้วหละ

“นั่นเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ, เบาหวาน,หรือโรคอ้วน
แต่ว่า.แล้วผู้ป่วยโรคมะเร็งหละ?”

แม้แต่การเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตแบบเข้มงวดที่สุด
ก็ยังไม่สามารถที่จะรักษาโรคมะเร็งให้หายได้ในทุกคนเลย

แล้วแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคนั้นหละ?

ดร.Lipton ยอมรับว่า “พวกเราเคยคิดว่าการผ่าเหล่าของยีนคือสาเหตุของการเกิดโร







ผลงานวิจัยชี้ว่าความคิดสามารถส่งผลกระทบต่อยีน (gene) ได้



จากนั้นเขาก็อธิบายต่อไปว่า ผลงานการวิจัยของเขา
ได้เปิดเผยถึงวิทยาศาสตร์ด้านอีพิเจเนติกส์อย่างไรบ้าง

“ผมใส่ stem cell เซลหนึ่งเข้าไปในจานเพาะเชื้อ
ซึ่งมันก็จะแบ่งตัวทุกๆ 10 ชั่วโมง แล้วหลังจากนั้น 2 สัปดาห์
ผมก็จะได้ stem cell จำนวนหลายพันเซลในจานเพาะเชื้อจานนั้น
ซึ่งสเต็มเซลทั้งหมดนั้น จะมีรหัสทางพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ
เพราะว่ามันแบ่งตัวออกมาจากเซลต้นตอเดียวกัน

แล้วจากนั้น ผมก็แยกเซลเหล่านั้น
ออกไปเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อ 3 ชนิด”

“และต่อมา ผมก็จัดการเปลี่ยนแปลง
อาหารเลี้ยงเชื้อในแต่ละจานให้มีความเหมาะสม
ซึ่งอาหารเลี้ยงเชื้อเหล่านี้ ก็คือสิ่งแวดล้อมของเซลเหล่านี้นั่นเอง

“ในจานที่ 1 เซลเหล่านั้น โตขึ้นมากลายเป็นกระดูก,
จานที่ 2 กลายเป็นกล้ามเนื้อ
และจานที่ 3 กลายเป็นไขมัน

ซึ่งผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า
“ยีน” ไม่ได้เป็นตัวกำหนดโชคชะตาให้กับเซลเหล่านี้เลย
เพราะว่าพวกมันล้วนมียีนเดียวกันทั้งสิ้น
แต่สิ่งแวดล้อมต่างหากหละ
ที่เป็นตัวกำหนดโชคชะตาของเซลเหล่านี้
ไม่ใช่รูปแบบทางพันธุกรรมเลย

ดังนั้น ถ้าเซลเหล่านี้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสุขภาวะที่ดี
พวกมันก็จะมีสุขภาพที่ดีด้วย
แต่ถ้าพวกมันอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี พวกมันก็จะป่วย”



จากนั้น ดร.Lipton ก็กล่าวต่อไป
โดยย้อนมาถึงคำถามของเราเกี่ยวกับมะเร็งว่า

“นี่คือจุดเชื่อมต่อ: ในร่างกายของเรามีเซลอยู่ราวๆ 50 ล้านล้านเซล
ซึ่งร่างกายของมนุษย์ ก็เปรียบเสมือนกับจานอาหารเลี้ยงเชื้อ
ที่มีผิวหนังห่อหุ้มอยู่ และการย้ายร่างกายของคุณ
จากสิ่งแวดล้อมหนึ่งไปยังอีกสิ่งแวดล้อมหนึ่ง
ก็จะทำให้องค์ประกอบของ “อาหารเลี้ยงเชื้อ”
ซึ่งในที่นี้ก็คือ “เลือด” ของคุณ เปลี่ยนแปลงไปด้วย

และองค์ประกอบทางเคมี
ของอาหารเลี้ยงเชื้อที่อยู่ในร่างกายของคุณ
ก็คือตัวกำหนดธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม
ที่อยู่ภายในตัวคุณเอง
และองค์ประกอบทางเคมีของเลือดนี้
ก็จะได้รับอิทธิพลมาจากสารเคมี
ที่หลั่งมาจากสมองของคุณอย่างมาก

และสารเคมีจากสมองของคุณ
ก็จะไปปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมีในเลือดของคุณ
โดยขึ้นอยู่กับการรับรู้/ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของคุณเอง
(your perceptions of life) เป็นหลัก”

“ดังนั้น นี่จึงหมายความว่า การรับรู้/ความเข้าใจ
(perception) เกี่ยวกับสิ่งต่างๆของคุณ ณ.ช่วงเวลานั้นๆ
จะไปส่งผลกระทบต่อการหลั่งสารเคมีของสมองของคุณเอง
ซึ่งมันก็จะย้อนกลับไปส่งผลกระทบ
ต่อสิ่งแวดล้อมที่เซลทั้งหลายอาศัยอยู่อีกต่อหนึ่ง
และก็จะเป็นตัวควบคุมโชคชะตาของเซลเหล่านั้นด้วย

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ
ความคิดของคุณ และ การรับรู้/ความเข้าใจของคุณ
มีผลกระทบโดยตรง
และ มีผลกระทบอย่างมากมายมหาศาล
ต่อเซลในร่างกายของคุณนั่นเอง”

ซึ่งจากมุมมองที่เป็นวิทยาศาสตร์มากๆนี้
สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เหล่าผู้บำบัดทางจิตวิญญาณ
และเหล่าผู้ทรงญาณหยั่งรู้ทั้งหลาย
ได้พูดเอาไว้ตรงกันมานานหลายปีแล้วว่า:

ความคิด/จิตใจของคุณสามารถทำให้คุณเจ็บป่วยก็ได้
และสามารถทำให้คุณหายป่วยก็ได้ด้วย
ไม่ว่าจะด้วยโรคอะไรก็ตามแต่ รวมถึงโรคมะเร็งด้วย

ซึ่งนอกจาก “ความคิด/จิตใจ” (mind) แล้ว
ปัจจัยอื่นๆที่สำคัญอีก 2 ปัจจัย
ที่มีผลกระทบต่อโชคชะตาของเซล
ตามที่ ดร.Lipton บอกก็คือ
“สารพิษ” (toxin) และ “การบาดเจ็บ” (trauma)
และทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ก็ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง
กับการก่อตัวของโรคมะเร็งด้วยกันทั้งสิ้น

และเพราะองค์ความรู้อันนี้ จึงทำให้มีข่าวดีตามมา
เพราะ ดร.Lipton บอกว่า กิจกรรมของยีน
สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน


ถ้าสิ่งที่จิตใจของคุณ รับรู้/เข้าใจ มา
จะไปสะท้อนอยู่ในสารเคมีในร่างกายของคุณเองแล้วหละก็
และถ้าระบบประสาทของคุณ
อ่านและแปลผลสิ่งแวดล้อมของคุณ
แล้วเอาไปควบคุมองค์ประกอบทางเคมีในเลือดของคุณแล้วหละก็
คุณก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตา
ของเซลในร่างกายของตัวเองได้อย่างแท้จริง
โดยการเปลี่ยนแปลงความคิดของคุณเอง

อันที่จริงแล้ว งานวิจัยของ ดร.Lipton ได้อธิบายว่า
โดยการเปลี่ยนการรับรู้/ความเข้าใจ (perception) ของคุณ
ความคิด/จิตใจ (mind) ของคุณ
ก็จะสามารถไปเปลี่ยนแปลงกิจกรรมต่างๆของยีนได้
และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆขึ้นมาจากแต่ละยีนได้
มากกว่า 3 หมื่นผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว

เขาให้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกว่า โปรแกรมของยีน
บรรจุอยู่ในนิวเคลียสของแต่ละเซล
และคุณก็สามารถที่จะเขียนโปรแกรม
ด้านพันธุกรรมเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ได้ด้วย
โดยการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีในเลือดของคุณเอง

หรือพูดง่ายๆก็คือ เราจะต้องเปลี่ยนวิธีการคิดของเรา
ถ้าเราอยากจะหายจากโรคมะเร็ง

ดร.Lipton กล่าวว่า “หน้าที่ของจิตใจก็คือ
การสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง “ความเชื่อของเรา”
กับ “โลกแห่งความเป็นจริงที่เรากำลังมีประสบการณ์อยู่

ซึ่งนั่นหมายความว่า จิตใจของคุณ
จะปรับเปลี่ยนชีววิทยาและพฤติกรรมของร่างกายของคุณ
ให้สอดคล้องกับความเชื่อทั้งหลายของคุณ

ดังนั้น ถ้าคุณได้ฟังมาว่าคุณจะต้องตายภายใน 6 เดือน
และจิตใจของคุณก็เชื่อเช่นนั้นจริงๆหละก็
ก็เป็นไปได้มากว่าคุณจะตายภายใน 6 เดือนจริงๆ

ซึ่งปรากฎการณ์นี้เรียกว่า necebo effect
หรือผลกระทบจากความคิดด้านลบ
ซึ่งตรงข้ามกับ placebo effect
ซึ่งเป็นการหายจากโรคภัยไข้เจ็บ
เพราะผลกระทบจากความคิดด้านบวก”





ที่มา : http://board.palungjit.org
____________________
เครดิต : Chayutt
________________________________

อ้างอิง : http://www.embracehealingcancer.com/excerpt-Lipton.pdf
________________________________
: Pageviews
บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก
  • PopularPosts
  • Tags
  • Archive

บทความที่ได้รับความนิยม

  • นักวิจัยใช้เซลล์หัวใจหนูสร้าง “แมงกะพรุนเทียม” ที่รู้วิธีว่ายน้ำ
     นักวิจัยใช้เซลล์หัวใจหนูและซิลิโคนสร้าง “แมงกะพรุน” เลียนแบบที่รู้วิธีว่ายน้ำ เป้าหมายเพื่อสร้างแบบจำลองสำหรับศึกษากายวิภาคของหัวใจ เพร...
  • เผยเทปลับเมืองบนดวงจันทร์ จากโครงการ apollo 20
    โครงการ apollo หลายคนคิดว่ามีไม่ถึง apollo 20 (เพราะออกข่าวถึงแค่โครงการ apollo17) แต่ทางรัฐบาลได้ปิดบังความลับไว้ ว่า โครงการ Apoll...
  • นักบินหรือพระเจ้า
    ในราวปี 1930 นักบินชาวอเมริกันและออสเตรเลีย ได้รับภารกิจให้เป็นทีมสนับสนุนการสำรวจป่าลึกแห่งหนึ่งในนิวกีนี พวกเขาต้องทำการบินเพื่อลงจอดบนเกา...
  • นักวิจัยสาธิตแบตเตอรี่ยืดได้ 3 เท่าประสิทธิภาพคงเดิม
    แบตเตอรี่ยืดได้ 3 เท่า รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ (บีบีซีนิวส์)        นักวิจัยสาธิตแบตเตอรี่ยืดได้ 3 เท่าของขนาดเดิมแต่ป...
  • คำแปลบทสัมภาษณ์ "Lacerta" ชาวโลกอีกเผ่าพันธุ์นึง ตอนที่ 1
    คำแปลบทสัมภาษณ์ "Lacerta" ชาวโลกอีกเผ่าพันธุ์นึง ตอนที่ 1 บทนำ ฉันรับรองว่าเรื่องราวที่ว่ามานี้เป็นเรื่องจริงและไม่ใช่นิ...

ป้ายกำกับ

4179 Toutatis กระแสจิต กอลลัม กายทิพย์ กาแล็กซี่ กาแล็คซี่ แกะ 6 ขา ข้อความจากต่างมิติ ขั้วโลก คลายเครียด ความฝัน คำทำนาย คิริบาส เคปเลอร์-10ซี จักรวาล จันทร์ไททัน จิตใต้สำนึก ฉลามดึกดำบรรพ์ ช้างน้ำ ช้างแมมมอธ ชาวอินคา ชูปาคาบรา(Chupacabra ) เชียงใหม่ เชื้อไวรัส ซูเปอร์แมน ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาว ดาวคริปตัน ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์เพชร ดาวแคระแดง DG CVn ดาวเซเรส ดาวพฤหัสบดี ดาวพุธ(mercury) ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดาวหาง ดาวอังคาร ดำ โดรน(drone) ไดโนเสาร์ ถอดจิต ทฤษฎีโลกกลวง ทฤษฎีสมคบคิด ทวีปโบราณ ทะเลสีเลือด ที่สุดของโลก โทรจิต นกฟีนิกซ์ (Phoenix) นักบินอวกาศ นางเงือก นาซก้า (Nazca) นาซี น้ำ เนสซี แนะนำ บั้งไฟพญานาค บันทึกส่วนตัว บิ๊กฟุต(Bigfoot) เบอร์มิวด้า แบคทีเรีย ประเทศไทยยามราตรี ประสบการณ์แปลก ปริศนา ปาฏิหาริย์ ปิรามิด ปูยักษ์ ผ้าคลุมล่องหน ผาแต้ม ผีดูดเลือด ฝนดาวตก พญานาค พยากรณ์ พระพุทธเจ้า พลังงานจากวัตถุ พลังจิต พลังลี้ลับ พลังแห่งการผ่อนคลาย พลังแห่งความเชื่อมั่น พลังแห่งจินตนาการ พลังออร่า พายุทราย พิลึกโลก พีระมิด ฟอสซิล ฟอสซิลหอย ฟาโรห์ ฟาโรห์ Ramses II ภัยพิบัติ ภูเขาไฟ ภูเขาไฟRebel Dragon ภูติ มงกุฎทองคำ มนุษย์ต่างดาว มนุษย์ต่างดาวลักพาตัว มักกะลีผล มังกร มัมมี่ มายา มือเทียม เมฆประหลาด แม่มด โมอายเกาะอีสเตอร์ ยักษ์ ยานอวกาศ เยติ รถ รอดซ์ รอสเวลล์ ระบบสุริยะ รัสเซีย ล็อกเนสส์ ลี้ลับ ลูกไฟประหลาด โลก โลกคู่ขนาน โลกต่างดาว โลกต่างมิติ โลกใต้พิภพ โลกปรภพ โลกลี้ลับ โลกอื่น โลมา ไลบีเรีย วงแหวน วอยเอเจอร์1 วัตถุลึกลับ วิญญาณ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์หลอกลวง วิวัฒนาการ แวมไพร์ สตีเฟน ฮอว์กินส์ สโตนเฮนจ์ สฟิงซ์ สมาธิ สสารมืด สัตว์ประหลาด สารคดี สึนามิ สุสานฟาโรห์ หนังสือลึกลับ เหมืองอวกาศ อวกาศ อาณาจักรมู อารยธรรมโบราณ อีโบลา อียิปต์ อุกกาบาต เอลนีโญ(EI Nino) เอลฟ์ เอเลียน เอเลี่ยน ฮิตเลอร์ Antikythera Machine Area 51 auroras AUTEC Black hole Blobfish Costa Rica Crop circle DNA Download Ganymede Glow Worms Gnome Gravity Haarp highlight Hybrid INDIGO ISS Kepler-78b Kiribati Lacerta Mona Lisa Nasa Nebula OREGON VORTEX pโลกลี้ลับ picpost Popocatepetl Puma Punku StarChild Super Moon The Eye Titan moon Top tractor beam TRAPPIST-1 Tyndall Effect UFO videopost wallpaper Water Bears WormHole Zombie

คลังบทความ

  • ▼  2018 (4)
    • ▼  เมษายน (2)
      • การตายที่ยังคงเป็นปริศนาจนมาถึงทุกวันนี้ the dyatl...
      • เรื่องเล่าลี้ลับและตำนานคำสาปแห่งวงการกีฬาเบสบอล
    • ►  มีนาคม (2)
  • ►  2017 (4)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มีนาคม (2)
    • ►  มกราคม (1)
  • ►  2016 (27)
    • ►  พฤศจิกายน (5)
    • ►  ตุลาคม (2)
    • ►  กันยายน (5)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มิถุนายน (2)
    • ►  เมษายน (2)
    • ►  มีนาคม (5)
    • ►  กุมภาพันธ์ (2)
    • ►  มกราคม (3)
  • ►  2015 (30)
    • ►  สิงหาคม (1)
    • ►  กรกฎาคม (4)
    • ►  มิถุนายน (3)
    • ►  พฤษภาคม (1)
    • ►  เมษายน (1)
    • ►  มีนาคม (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (6)
    • ►  มกราคม (13)
  • ►  2014 (99)
    • ►  ธันวาคม (2)
    • ►  พฤศจิกายน (9)
    • ►  ตุลาคม (15)
    • ►  กันยายน (8)
    • ►  สิงหาคม (2)
    • ►  กรกฎาคม (2)
    • ►  มิถุนายน (13)
    • ►  พฤษภาคม (11)
    • ►  เมษายน (5)
    • ►  มีนาคม (16)
    • ►  กุมภาพันธ์ (7)
    • ►  มกราคม (9)
  • ►  2013 (177)
    • ►  ธันวาคม (3)
    • ►  พฤศจิกายน (16)
    • ►  ตุลาคม (23)
    • ►  กันยายน (15)
    • ►  สิงหาคม (8)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มิถุนายน (5)
    • ►  พฤษภาคม (11)
    • ►  เมษายน (16)
    • ►  มีนาคม (9)
    • ►  กุมภาพันธ์ (40)
    • ►  มกราคม (30)
  • ►  2012 (309)
    • ►  ธันวาคม (30)
    • ►  พฤศจิกายน (35)
    • ►  ตุลาคม (32)
    • ►  กันยายน (12)
    • ►  สิงหาคม (17)
    • ►  กรกฎาคม (39)
    • ►  มิถุนายน (33)
    • ►  พฤษภาคม (15)
    • ►  เมษายน (22)
    • ►  มีนาคม (25)
    • ►  กุมภาพันธ์ (23)
    • ►  มกราคม (26)
  • ►  2011 (246)
    • ►  ธันวาคม (27)
    • ►  พฤศจิกายน (15)
    • ►  ตุลาคม (50)
    • ►  กันยายน (56)
    • ►  สิงหาคม (26)
    • ►  กรกฎาคม (19)
    • ►  มิถุนายน (19)
    • ►  พฤษภาคม (25)
    • ►  มีนาคม (2)
    • ►  กุมภาพันธ์ (7)
  • ติดตาม
  • comments
  • สถิติ

ผู้ติดตาม

Follow @twitterdev

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Flag Counter hits counter
2014 Allmysteryworld. All rights reserved.
Designed by allmysteryworld