ศ.ไบรอัน ไซค์ส กับตัวอย่างดีเอ็นเอของสัตว์จากหิมาลัยที่เตรียมทดสอบ (เอพี)
ใครที่เชื่อเรื่อง บิ๊กฟุต, เยติ, มนุษย์ภูเขา หรือสิ่งมีชีวิตเทือกๆ นี้ อาจผิดหวังต่อข่าวนี้ เมื่อผลทดสอบดีเอ็นเอของตัวอย่างที่ระบุว่า คือชิ้นส่วนของมนุษย์ลึกลับดังกล่าวที่มีตำนานอยู่ทั่วโลก ระบุว่าตัวอย่างเหล่านั้น แท้จริงเป็นแค่ขนของหมี แพะ เลียงผา สมเสร็จ และบางตัวอย่างก็เป็นแค่...ขนคน
เอเอฟพีรายงานผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงวารสารโพรซีดิงออฟเดอะรอยัลโซไซ ตี บี (Proceedings of the Royal Society B) ที่เผยผลทดสอบดีเอ็นเอจากตัวอย่างที่อ้างว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า บิ๊กฟุตหรือเยติ และสิ่งมีชีวิตลึกลับอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน โดยระบุชื่อตัวอย่างที่นำมาทดสอบว่า “ไพรเมตประหลาด” สำหรับแทนสิ่งมีชีวิตตามตำนานลึกลับ
ตัวอย่างไพรเมตประหลาดที่นักวิทยาศาสตร์นำมาศึกษามี ทั้งตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่อ้างว่าเป็นบิ๊กฟุตหรือเยติตามความเชื่อของ ชาวเมริกาเหนือ อัลมาตี (almasty) มนุษย์ลึกลับที่ชอบซ่อนตัวตามความเชื่อของชาวเอเชียกลาง รวมถึง โอรัง เปนเดะห์ (orang pendek) มนุษย์ลึกลับตามความเชื่อของชาวมาเลเซียที่ซ่อนตัวอยู่ตามป่าบนภูเขา
มีทฤษฎีสนับสนุนการกล่าวอ้างว่าพบเห็นเยติรวมถึงสิ่งมีชีวิตลึกลับ อื่นๆ ในเครือนั้นหลากหลายทฤษฎี ทั้งทฤษฎีว่านีแอนเดอร์ทัลมนุษย์อีกสายพันธุ์หนึ่งหรือตระกูลย่อยของมนุษย์ สายพันธุ์อื่นที่ยังหลงเหลือ ไปจนถึงทฤษฎีเกี่ยวกับลิงเอปยักษ์สปีชีส์ “ไจแอนโทพิธิคัส” (Gigantopithecus)
ในรายงานการวิจัยระบุว่า มีรายงานระบุการพบเห็นสิ่งมีชีวิตลึกลับนี้ด้วยตาตัวเอง หรือร่องรอยของรอยเท้า ซึ่งชี้ถึงการมีตัวตนของไพรเมทขนาดใหญ่ที่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน กระจายอยู่หลายพื้นที่ของโลก แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่พบร่างหรือฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตดังกล่าวที่รับรองได้ ว่าเป็นของจริง และวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ก็เลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมือ่ปี 2012 ทีมเสาะหาความจริงที่นำโดย ศ.ไบรอัน ไซค์ส (Bryan Sykes) จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ได้ยืนคำขอตัวอย่างของ “ไพรเมทประหลาด” จากพิพิธภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงนักสะสม และนักปีนเขาที่โด่งดัง นามว่า ไรน์โฮลด์ เมสเนอร์ (Reinhold Messner) โดยได้ตัวอย่างขนทั้งหมด 30 ตัวอย่างที่เอื้อต่อการหาลำดับยีน
ในจำนวนนั้นมีตัวอย่างที่อ้างว่ามาจากเยติ 3 ตัวอย่าง แต่เมื่อทดสอบว่าตัวอย่างหนึ่งมาจากสัตว์ตระกูลแพะของเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ที่เรียกว่าเลียงผา หรือ คาปริคอร์นิส สุมาตราเอ็นซิส (Capricornis sumatraensis) ตาม ชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนอีก 2 ตัวอย่างนั้นมาจากเมืองลาดักห์ในอินเดียและภูฏาน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารดีเอ็นเอแล้วพบความเชื่อมโยงกับหมีขั้วโลก หรือ เออร์ซัส มาริทิมัส (Ursus maritimus) โดยคล้ายว่าสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นญาติห่างๆ กับหมีขั้วโลก หรือ เป็นหมีท้องถิ่นที่ผสมข้ามพันธุ์กับหมีสีน้ำตาล
รายงานวิจัยระบุว่าหากหมีเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วเทือกเขาหิมาลัย ก็สอดคล้องตามพื้นฐานทางชีววิทยาของตำนานเยติ โดยเฉพาะรายงานจากพรานล่าสัตว์ที่ยิงสัตว์คล้ายเยติได้ในลาดักห์ที่ระบุว่า พวกมันเข้าโจมตีมนุษย์อย่างเหี้ยมโหดมากกว่าหมีท้องถิ่นสปีชีส์อื่นๆ
อีก 8 ตัวอย่างที่อ้างว่าคืออัลมาสตีนั้นก็กลายเป็นขนจากหมีสีน้ำตาล วัว ม้าและแรคคูน ส่วนอีกตัวอย่างที่เชื่อว่าเป็นตัวอย่างของโอรังเปนเดะห์นั้นถูกตรวจพบว่า เป็นขนของสมเสร็จมาเลเซีย หรือ ทาปิรัส อินดิคัส (Tapirus indicus) ขณะที่บิ๊กฟุต 18 ตัวอย่างนั้นแท้จริงเป็นขนจากหมีดำอเมริกัน แรคคูน วัว เม่น หมาป่า หมาป่าโคโยตี หรือ สุนัขธรรมดา และที่น่าผิดหวังที่สุดคือตัวอย่างบิ๊กฟุตที่อ้างว่าพบในเท็กซัส แต่กลับเป็นแค่ขนของมนุษย์ชาวยุโรป
ทีมวิจัยสรุปการศึกษาครั้งนี้ว่าเป็นหลักฐานเพื่อหักล้างความเชื่อ เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตลึกลับ และเทคนิคที่นำมาใช้นี้ก็เป็นการปิดฉากความเคลือบแคลงเกี่ยวกับการจำแนก สปีชีส์ของตัวอย่างไพรเมทลึกลับ และสร้างมาตรฐานอันเข้มงวดเพื่อใช้ในการตรวจสอบการกล่าวอ้างอื่นๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตรียมสืบค้นดีเอ็นเอล่าต้นตอ “เยติ”
ภาพจากแฟ้มเมื่อปี 2008 ผู้สนับสนุนการมีตัวตนของบิ๊กฟุต แต่งตัวเลียนแบบสัตว์ลึกลับ หน้าโรงแรมระหว่างการแถลงข่าวตัวอย่างสัตว์ลึกลับในตำนาน (เอพี)
ที่มา : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9570000074752
____________________
เครดิต :
________________________________
อ้างอิง :
________________________________
บริษัทผู้ผลิตเบียร์ “โอลิมเปีย” ในมลรัฐวอชิงตัน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดี(11)ด้วยการประกาศมอบเงินรางวัลมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 30 ล้านบาท) สำหรับผู้ใดก็ตามที่สามารถจับ “ไอ้ตีนโต” หรือ “บิ๊กฟุต” สิ่งมีชีวิตลึกลับในตำนานมาได้แบบตัวเป็นๆ
รายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์เคซีพีคิว ทีวี ในเมืองซีแอตเติลระบุว่า บริษัทผู้ผลิตเบียร์ดังกล่าวซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองทัมวอเทอร์ มลรัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ และก่อตั้งกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1896 ประกาศมอบเงินรางวัลจำนวน1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ที่สามารถจับตัวบิ๊กฟุต สิ่งมีชีวิตลึกลับมาได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ตัวบิ๊กฟุตที่ถูกจับมาจะต้องยังมีชีวิต และไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น
นอกจากนั้นในคำแถลงของบริษัทยังระบุห้ามผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ใช้อาวุธปืน มีด นวมชกมวย ตาข่าย หรือวัตถุอื่นๆที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ ในการจับตัวบิ๊กฟุต พร้อมระบุ มีเพียง “น้ำตาล” หรือ “ของหวาน”เท่านั้นที่สามารถนำมาใช้ล่อสิ่งมีชีวิตลึกลับดังกล่าวได้
คำแถลงของบริษัทยังระบุว่า แคมเปญดังกล่าวของเบียร์โอลิมเปีย ถือเป็นความพยายามในการค้นหาบิ๊กฟุตที่มีความจริงจังมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ บิ๊กฟุตถูกระบุว่าเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายลิงขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่แถบป่าลึก บริเวณชายฝั่งด้านแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ โดยผู้ที่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีตัวตนอยู่จริงได้อ้างว่าพวกมันอาจสูง 2-3 เมตร และอาจมีน่ำหนักตัวได้ถึง 230 กิโลกรัม แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่า บิ๊กฟุตมีอยู่จริงก็ตาม
ที่มา : http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9560000044570
____________________
เครดิต :
________________________________
อ้างอิง :
________________________________
สุดฮือฮา! มีผู้พบสัตว์ลึกลับในตำนาน "บิ๊กฟุต" ที่ป่าในรัฐโอไฮโอ พร้อมแพร่คลิปวิดีโอยืนยัน แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าจริงหรือไม่...



