เรื่องลึกลับจากทั่วโลก All mystery world

รวมเรื่องราว พลังแห่งจิตนาการ,โลกลี้ลับ,UFO,มนุษย์ต่างดาว,อารยธรรมโบราณ,ปริศนาต่างๆ,จากทั่วทุกมุมโลก

  • Homeหน้าหลัก
  • โลกต่างดาวโลกต่างดาว
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • โลกต่างมิติโลกต่างมิติ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • โลกลี้ลับโลกลี้ลับ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • จักรวาลจักรวาล
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • อารยธรรมโบราณอารยธรรมโบราณ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • ภัยพิบัติภัยพิบัติ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
  • พลังแห่งจินตนาการพลังแห่งจินตนาการ
    • Subitem 1
    • Subitem 2
You are here : Home »
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด


(29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นตระหนกกับกระแสข่าวเรื่องอิทธิพลของพายุสุริยะ ที่มีการเผยแพร่ข่าวเป็นวงกว้างจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ชาวโลกหวาดหวั่น เพราะมีข้อมูลระบุว่า โลกจะตกอยู่ในความมืดมิดเป็นเวลา 3-6 วันต่อเนื่อง ช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

ตามรายงานระบุว่า เว็บไซต์ Hunzlers.com ได้เผยแพร่ข่าวที่อ้างข้อมูลจากองค์การนาซ่า ระบุว่า ช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ความมืดมิดต่อเนื่อง เนื่องจากอิทธิพลของพายุสุริยะ ที่จะทำให้มีขยะอวกาศและฝุ่นบดบังแสงอาทิตย์เกือบทั้งหมด จะหลงเหลือเพียงแสงมัวๆ จนแยกไม่ออกว่าเวลาใดเป็นกลางวันหรือกลางคืน

ทั้งนี้ ภายหลังจากข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ต่างเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการถกเถียงขึ้น ขณะที่ทางนักวิชาการต่างออกมายืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ ไม่มีปรากฏการณ์โลกมืดใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับยืนยันว่า พายุสุริยะไม่ทำให้เกิดฝุ่นหรือแผ่นดินไหวบนโลก อิทธิพลของพายุสุริยะที่ส่งผลกระทบต่อโลกมีเพียงระบบการทำงานของดาวเทียมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดตัวแทนขององค์การนาซ่าได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่มีความเป็นจริงและไม่ใช่ข้อมูลที่เผยแพร่มาจากองค์การนาซ่าแต่อย่างใด จึงแจ้งเตือนไปยังผู้คนในโลกออนไลน์ทั่วโลก ควรใช้วิจารณญาณและข้อเท็จจริงในการรับรู้ข่าวสาร ซึ่งปัจจุบันพบข่าวลือเกี่ยวกับปรากฏการณ์แปลกๆ ที่อ้างว่าส่งผลกระทบต่อโลกออกมาเป็นจำนวนมาก




ที่มา : sanook.com
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews




ภูเขาไฟ Rebel Dragon ในรัฐอาระกัน ของพม่า ปะทุ ทำลายพื้นที่เพาะปลูกชาวบ้านเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักข่าว นรินจารา รายงานว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุภูเขาไฟโคลนปะทุขึ้นที่เมืองเคี่ยวพิว รัฐอาระกัน ทำลายพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นพื้นที่กว่า 250 ไร่

ภูเขาไฟชื่อ “Rebel Dragon” ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน โซกเชาว์ เมืองเคี่ยวพิว ได้ปะทุขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 สิงหาคม เมื่อเวลา 17.00 น.และสงบลงในวันเดียวกันเมื่อเวลา 19.20 ขณะที่มีรายงานว่า ภูเขาไฟแห่งนี้จะปะทุทุกๆ 45 ปี ทั้งนี้ ลาวาเหลวจากภูเขาไฟได้ระเบิดพุ่งไปไกลเป็นระยะทาง 30 เมตร ถึง 300 เมตร ทำลายพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านในหมู่บ้านเซมอ และหมู่บ้านคะยาตินได้รับความเสียหาย

อูจ่อวิน ชาวบ้านจากหมู่บ้านโซกเชาว์เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น และเห็นลาวาเหลวร้อนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและพื้นที่ใกล้เคียง โดยพื้นที่เพาะปลูกของอูจ่อวินเองก็ได้รับความเสียหาย ทางด้านอูซอจี ผู้นำหมู่บ้านโซกเชาว์เองก็ออกมายืนยันว่า เหตุภูเขาไฟระเบิดในครั้งนี้ได้ทำลายพื้นที่เพาะปลูกเป็นวงกว้าง จนถึงขณะนี้มีที่ดินของชาวบ้าน 17 ราย ที่ได้รับความเสียหาย และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากทางการ






ที่มา : http://www.oknation.net/blog/akom/2014/09/07/entry-1
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews




ปรากฏการณ์เมฆประหลาดปรากฏขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย แม้จะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่หลายคนก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณเตือนอะไรหรือไม่


ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้พบเห็นเมฆประหลาดปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าในหลายจังหวัดของประเทศไทย สร้างความตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก แถมหลายคนยังเกรงว่าเมฆประหลาดที่ปรากฏขึ้นนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภัยพิบัติก็เป็นได้


อย่างไรก็ตาม ภายหลังก็ได้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่าปรากฏการณ์เมฆอาร์คัส (Arcus) หรือ เมฆกันชน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่มีอันตรายโดยตรง แต่ก็เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าจะเกิดฝนตกขึ้นในบริเวณนั้น และเนื่องจากเมฆอาร์คัสเป็นส่วนหนึ่งของเมฆฝนฟ้าคะนอง จึงมีความเสี่ยงจากฟ้าผ่าแฝงอยู่ โดยเฉพาะฟ้าผ่าแบบบวก (positive lighting) ซึ่งสามารถผ่าออกมาไกลจากตัวเมฆได้หลายกิโลเมตร


แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องบอกว่า ปรากฏการณ์เมฆอาร์คัส ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ อีกทั้งปกติแล้วมักไม่ค่อยเกิดขึ้นในช่วงฤดูนี้ จึงสร้างความแปลกใจให้นักวิชาการอยู่บ้างเหมือนกัน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนก็เล่าลือกันไปต่าง ๆ นานา วันนี้ ลองไปย้อนดูกันว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เมฆอาร์คัสนี้ ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดไหนแล้วบ้าง






ภาพประกอบจาก สถานการณ์ภัยพิบัติ


5 มิถุนายน 2557 : นครราชสีมา


เกิดเมฆประหลาดลักษณะม้วนตัวยาวพาดผ่านลานย่าโม จังหวัดนครราชสีมา โดยเมฆลอยต่ำและเคลื่อนที่ จนผู้พบเห็นต้องบันทึกภาพและแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก









6 มิถุนายน 2557 : อุดรธานี


เกิดเมฆกันชนขึ้นเหนือท้องฟ้าสนามบินอุดรธานี ในช่วงบ่ายวันที่ 6 มิถุนายน 2557 โดยเป็นภาพเมฆครึ้มดำขนาดใหญ่ลอยเหนือท้องฟ้าในระยะต่ำ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกคนถ่ายคลิปเอาไว้ และแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก










9 มิถุนายน 2557 : เชียงราย


เมฆอาร์คัสปรากฏขึ้นอีกครั้งที่เหนือท้องฟ้าบริเวณสนามบินเก่า เขตเทศบาลเมืองเชียงราย ซึ่งหลังจากปรากฏการณ์เมฆอาร์คัสเกิดขึ้น ก็ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่









9 มิถุนายน 2557 : ยโสธร

เกิดปรากฏการณ์เมฆม้วนตัวเป็นท่อยาวไกลสุดลูกหูลูกตา พาดผ่านท้องฟ้าจังหวัดยโสธร ในเวลาประมาณ 18.00 น. สร้างความแปลกใจให้ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก





ภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้


10 มิถุนายน 2557 : อุดรธานี


ปรากฏการณ์เมฆกันชนเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่จังหวัดอุดรธานี ในช่วงเย็นวันที่ 10 มิถุนายน และหลังจากเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น ก็ได้มีฝนตกหนัก มีฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ตามมาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี




ภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก กรมทหารราบที่ 7




12 มิถุนายน 2557 : เชียงใหม่


ภาพลำแสงสีทองส่องทะลุก้อนใหญ่มืดครึ้มลงมายังพื้นเบื้องล่างที่ปรากฏขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ถูกส่งต่อกันว่อนสังคมออนไลน์ ซึ่งนี่คือปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall Effect) ที่เกิดขึ้นเป็นปกติตามธรรมชาติ ทำให้หลายคนถ่ายภาพพร้อมแชร์กันทั่ว เพราะเป็นภาพสวยงามหาชมได้ยาก




12 มิถุนายน 2557 : อุตรดิตถ์


ที่สะพานน้ำริด ตำบลน้ำริด อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เกิดเมฆก่อตัวซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นภาพแปลกตาที่ทำให้ผู้พบเห็นแปลกใจ





ภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก เจริญพร โมบาย


15 มิถุนายน 2557 : ตรัง




หลังจากได้ยินข่าวเกิดเมฆประหลาดขึ้นในหลายพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย ก็ถึงคราวเกิดขึ้นในภาคใต้บ้าง เมื่อในวันที่ 15 มิถุนายน 2557 เกิดเมฆลักษณะคล้ายมวลน้ำขนาดใหญ่กำลังจะตกลงมาด้านล่าง ในตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ทำให้ชาวบ้านคิดไปถึงลางร้าย เพราะเมฆมีลักษณะคล้ายคลื่นยักษ์สึนามิที่เคยถล่มจังหวัดตรังมาแล้ว ขณะที่หลายคนมองว่าเป็นแค่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้




อย่างก็ตาม ไม่ว่าปรากฏการณ์นี้จะเป็นลางร้ายหรือไม่ หรือเป็นแค่ปรากฏการณ์ท่างธรรมชาติ

ทางด้านผู้เชียวชาญผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ จาก NASA ได้ออกมาเตือนเกี่ยวภัย เอลนีโญ หายนะธรรมชาติครั้งใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นกับทวีปเอเชีย

นาซาเตือน! เอเชียอาจเผชิญ เอลนีโญ หายนะธรรมชาติครั้งใหญ่




ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/103938
____________________

: Pageviews
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านายวิลเลียม แพตเซิร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ ประจำสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (นาซา) ได้เปิดเผยข้อมูลที่รวบรวมได้จากดาวเทียม “เจสัน-2” ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในทวีปเอเชีย









ทั้งนี้ข้อมูลระบุว่าเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพอากาศ รวมถึงพื้นผิวของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยอุณหภูมิของผิวน้ำที่วัดได้จากน่านน้ำที่ห่างจากชายฝั่งประเทศเปรูไปทางตะวันตกราว 8,000 กิโลเมตร เริ่มอุ่นขึ้นกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะนำมาซึ่งสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างสุดขั้ว และหายนะทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ทั้งน้ำท่วม ภาวะแล้งจัด และความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรของประเทศต่างๆทั่วเอเชียในระดับที่ประเมินค่าไมได้

อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่สองของโลกต่อจากออสเตรเลีย ที่ออกคำเตือนต่อเอเชียถึงความเป็นไปได้ในการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 1997


ที่มา : MThai News
____________________

: Pageviews


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 มิ.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กของคุณเจริญพร โมบาย ซึ่งเป็นปรากฎการณ์เมฆประหลาดบนท้องฟ้า เหนือตลาดสดเทศบาลตำบลทุ่งยาวแห่งใหม่ต.ทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. มีลักษณะคล้ายคลื่นขนาดใหญ่กำลังซัดเข้ามา โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาบรรทัด รอยต่อ จ.ตรัง กับ จ.พัทลุง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่พบเห็น โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้า

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้ชมภาพดังกล่าวต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ขณะที่บางร้ายก็โยงว่าอาจเป็นลางร้ายที่บ่งบอกอะไรบางอย่าง เพราะภาพดังกล่าวคล้ายกับสึนามิที่เคยพัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

ขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กคุณเจริญพร โมบาย








ที่มา :http://news.sanook.com/
____________________

: Pageviews

เผยภาพน่าสะพรึง พายุทรายพัดถล่มกรุงเตหะรานของอิหร่าน ทำให้ทัศนวิสัยกลายเป็นสีส้ม เสียชีวิต 4 ราย


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดปรากฏการณ์พายุทรายพัดเข้าถล่มกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีกราว 30 ราย


ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา พายุทรายได้เคลื่อนตัวด้วยความเร็วราว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดเข้าปกคลุมกรุงเตหะรานของอิหร่าน ทำให้ทัศนวิสัยในเมืองกลายเป็นสีส้มชั่วขณะ ขณะที่กระแสลมที่พัดแรงได้ทำให้ต้นไม้โค่นล้ม กระจกหน้าต่างแตก ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ และเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เนื่องจากฝุ่นทรายที่คละคลุ้งไปทั่วได้บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ

นอกจากนี้ พายุทรายระลอกนี้ยังส่งผลให้เที่ยวบินภายในประเทศหลายเที่ยวต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่สนามบินอื่นชั่วคราว

ด้านเจ้าของร้านค้ารายหนึ่งในกรุงเตหะราน ได้เปิดเผยถึงปรากฏการณ์นี้ว่า "นี่เป็นพายุที่น่าสะพรึงกลัว และทำให้มืดมิดไปทุกหนแห่ง ฉันเองก็เลยปิดร้านอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าต้นไม้ได้หักโค่นลงมา ทำให้กระจกหน้าต่างแตก"

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีรายงานผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 30 ราย


คลิป พายุทรายถล่มอิหร่าน โพสต์โดย คุณ Ali Shafaai
คลิป Tehran storm โพสต์โดย คุณ Bahar Tavakolian
คลิป Huge Storm in Tehran...!!! โพสต์โดย คุณ moin samadi





ที่มา :http://hilight.kapook.com/view/103154
____________________
: Pageviews




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุหลุบยุบขนาดมหึมากลืนหนองน้ำและต้นไม้โดยรอบ ในหมู่บ้านซานิก้า ประเทศบอสเนีย สร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้าน และต่างวิจารณ์กันไปว่าเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ



โดยในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลุมยุบแห่งนี้ค่อยๆกลืนกินหนองน้ำกว้าง 20 เมตร และลึก 8 เมตร ที่มีปลาอาศัยอยู่ รวมทั้งต้นไม้อยู่โดยรอบ จนหลุมยุบนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 50 เมตร และลึกประมาณ 30 เมตร และมีทีท่าว่าหลุมจะมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านแถวนั้นวิตกกันไปว่าหลุมยุบอาจกินบริเวณมาถึงที่อยู่อาศัยของพวกเขา


นอกจากนี้ชาวบ้านยังตื่นกลัวเนื่องจากเจ้าของบ้านที่มีหนองน้ำนั้นเพิ่งเสียชีวิตไป ชาวบ้านจึงวิจารณ์กันไปว่าปรากฏการณ์หลุมยุบที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ อีกทั้งยังมีคนอ้างว่าเป็นวิญญาณของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวด้วย

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ก็แปลกใจกับปรากฏการณ์การที่เกิดขึ้น แต่ก็สันนิษฐานได้ว่าเหตุการณ์หลุบยุบยักษ์นี้เกิดจากน้ำในดินเหือดแห้งจนทำให้ดินทรุดตัว







ที่มา : http://news.mthai.com/world-news/289207.html
____________________

: Pageviews

นักดำน้ำกู้อุกกาบาตกว่าครึ่งตัน ที่ตกในรัสเซียเมื่อต้นปี ขึ้นจากทะเลสาบแล้ว นักวิทยาศาสตร์ระบุเป็นหนึ่งในซากอุกกาบาตชิ้นใหญ่ที่สุดที่เคยพบ

รายงานข่าวบีบีซีนิวส์ระบุว่า นักดำน้ำหลายคนได้กู้อุกกาบาตหนักครึ่งตันที่ตกในรัสเซีย เมื่อ 15 ก.พ.2013 ที่ผ่านมา ขึ้นจากทะเลสาบเชบาร์กูล (Lake Chebarkul) ตอนกลางของรัสเซียแล้ว

การพุ่งลงทะเลสาบของอุกกาบาตครั้งนั้น ทำให้เกิดหลุมกว้าง 6 เมตรบนแผ่นน้ำแข็ง มีคนกว่า 1,000 คนได้รับบาดเจ็บ เมื่อหินอวกาศกว้าง 17 เมตร และหนัก 10,000 ตัน ระเบิดเหนือใจกลางรัสเซีย และทำให้กระจกอาคารแตก และยังทำให้อาคารสั่นสะเทือน

ซากอุกกาบาตยาว 1.5 เมตรที่อยู่ในวัสดุคลุมพิเศษ และวางบนแผ่นโลหะขณะยังอยู่ใต้น้ำ ถูกดึงขึ้นจากทะเลสาบ มายังชายฝั่ง และถูกชั่งน้ำหนักได้ราว 570 กิโลกรัม

ด้าน ดร.คาโรลีน สมิธ (Dr.Caroline Smith) ภัณฑรักษ์ด้านอุกกาบาตจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา (Natural History Museum) ในลอนดอน อังกฤษ ยืนยันว่าวัตถุดังกล่าวคืออุกกาบาต จากลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า “เปลือกหลอม” (fusion crust) และรอยยุบเรกแมกลิปต์ส (regmaglypts) ที่ผิวอุกกาบาต ซึ่งปรากฏภาพอย่างชัดเจน



“เปลือกหลอมเกิดขึ้นเมื่ออุกกาบาตเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศขณะเป็นลูกไฟ ผิวด้านนอกที่ร้อนมากได้หลอมหินให้กลายเป็นเปลือกแก้วสีดำ ซึ่งเราเรียกว่า “เปลือกหลอม” ส่วนเรกแมกลิปต์สเป็นคุณลักษณะสำหรับจำแนก ซึ่งดูค้ลายกับลายนิ้วมือที่เห็นได้บนพื้นผิวอุกกาบาต” ดร.สมิธ อธิบายแก่ทางบีบีซีนิวส์

ทางด้าน เซอร์กีย์ ซามอซดรา (Sergey Zamozdra) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเชลยาบินส์ก (Chelyabinsk State University) รัสเซีย เผยแก่สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เผยว่าหินดังกล่าวคือชิ้นส่วนจากอุกกาบาตเชลยาบินส์ก และน่าจะเป็นหนึ่งใน 10 ชิ้นส่วนอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบ




บีบีซีนิวส์ระบุด้วยว่า ปฏิบัติการงมอุกกาบาตต้องหยุดชะงักจากหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งนั้นคือชิ้นส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบที่ความลึก 13 เมตร ไม่ใช่ 6 เมตร หรือ 8 เมตร อย่างที่คิดในตอนแรก และเผยอีกว่า สื่อท้องถิ่นในรัสเซียรายงาน นักดำน้ำได้งมชิ้นส่วนกว่า 12 ชิ้นขึ้นจากทะเลสาบเชบารกูล นับแต่เกิดเหตุอุกกาบาตระเบิดเหนือรัสเซีย แต่มีชิ้นส่วน 4-5 ชิ้นเท่านั้น ที่เป็นอุกกาบาตของจริง








ที่มา : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000130193
________________________________

: Pageviews

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวสุดช็อค เมื่อปลาในแม่น้ำ บริเวณมณฑลหู่เป่ย ประเทศจีน ลอยอืดตายขึ้นมาเหนือผิวน้ำกว่า 220,000 ตัวจนทางการจีนต้องระดมเจ้าหน้าที่มาตักซากปลา รวมถึงเอารถแมคโครมาตักขึ้นและนำไปฝังกลบทิ้งด้วย

โดย มีการคาดการณ์ว่าซากปลาที่ลอยขึ้นมาตายนี้น่าจะเป็นผลมาจากน้ำในแม่น้ำเกิด มลภาวะเป็นพิษ เนื่องจากการปล่อยสารเคมีและทิ้งขยะลงแม่น้ำของโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้ เคียงบริเวณนั้น ทั้งนี้รวมระยะทางที่มีซากปลาขึ้นมาลอยเกลื่อนกว่า 25 ไมล์



ทั้ง นี้ปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากนโยบายด้านอุตสาหกรรมในประเทศจีนที่มี มาตรฐานต่ำและมีกฎบังคับใช้ที่ค่อนข้างหละหลวมส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้าน มลพิษมานานกว่า 3 ทศวรรษ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขของการเติบโตทางเศรษฐกิจจะพบว่ายิ่งเศรษฐกิจ เติบโตมากเท่าไหร่ สิ่งแวดล้อมในจีนยิ่งเสื่อมสภาพลง ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ในน้ำ แต่เกษตรกรที่พาสัตว์มากินน้ำหรือชาวบ้านที่ใช้น้ำในแม่น้ำแห่งนี้บริโภคอาจ จะได้รับผลกระทบด้วย














ที่มา : MthaiNews
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews

สำนักข่าวต่างประเทศเผยคลิปคลื่นกำแพงหมอกขนาดยักษ์ เคลื่อนผ่านภูเขาในเมืองนิวฟาวด์แลนด์ ในประเทศแคนาดา ซึ่งบันทึกไว้โดยผู้ใช้เว็บไซต์ยูทูป ชื่อว่า Perry709

กำแพงหมอก,ทะเลหมอก,แดนาดา

กำแพงหมอกนี้ได้เคลื่อนที่อย่างช้าๆลงมาตามไหล่เขาก่อนจะค่อยๆจางหายไป ซึ่งเว็บไซต์เดลิเมล์ได้ระบุด้วยว่า ภาพกำแพงหมอกดังกล่าวนั้น คล้ายกับฉากในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง The Mist ของผู้กำกับดังอย่างสตีเฟ่น คิงส์ ด้วย





ที่มา : http://news.mthai.com/world-news/265205.html
____________________
: Pageviews





สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (11 พ.ค.) เอเปกัวเอน อดีตเมืองท่องเที่ยวริมทะเลสาบทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ที่ประสบภัยธรรมชาติจนจมลงบาดาลเมื่อ 28 ปีก่อน โผล่พ้นน้ำ


เอเปกัวเอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1920 เป็นหมู่บ้านตากอากาศริมทะเลสาบน้ำเค็ม คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาแช่ทะเลสาบน้ำเค็ม ที่มีปริมาณเกลือมากกว่าในทะเลถึง 10 เท่า ที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 1,500 คน แต่ทั้งหมดก็ต้องอพยพออกจากบ้าน ในวันที่ 10 พ.ย.1985 เพราะเกิดพายุฝนตกกระหน่ำติดต่อกันนานอย่างไม่เคยพบมาก่อน ทำให้ทะเลสาบล้นตลิ่งทะลวงกำแพงกั้นคลื่นจนท่วมถนนริมทะเลสาบ ไม่กี่วันต่อมาบ้านของพวกเขาก็ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 10 เมตร

ทั้งนี้ เอเปกัวเอน ไม่ได้รับการบูรณะใดๆ แต่ยังเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งผู้ที่มาจะได้พบกับนายพาโบล โนวัค วัย 82 ปี ที่เดินทางกลับมาอยู่บ้านของเขาทันที ที่น้ำเริ่มลดลงในปี 2009 ซึ่งกล่าวว่า เขามีความสุขดี แม้จะต้องอยู่คนเดียว



















ที่มา : http://news.sanook.com
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews


งานวิจัยพบคาบสมุทรในทวีปแอนตาร์กติกาแถบขั้วโลกละลายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในรอบพันปี โดยการละลายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน และการละลายอย่างฉับพลันนี้อาจทำให้ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งที่ยื่นไปในมหาสมุทรพังทลายลงมาได้ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นหากการละลายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่เกิดขึ้นหมายถึงคาบสมุทรแอนตาร์กติกา (Antarctic Peninsula) ได้ร้อนขึ้นระดับที่แม้แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยก็นำไปสู่การละลายของน้ำแข็งในช่วงหน้าร้อนได้มโหฬาร” เนริลี อาบรัม (Nerilie Abram) ผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University) และองค์การสำรวจแอนตาร์กติกอังกฤษ (British Antarctic Survey) กล่าว

อีริค สไตจ์ (Eric Steig) ผู้ร่วมวิจัยและศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) สหรัฐฯ กล่าวว่า การละลายของน้ำแข็งในคาบสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป มีสาเหตุหลักๆ มาจากภาวะโลกร้อนโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งคาบสมุทรดังกล่าวเป็นหนึ่งในสถานที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก และการวิจัยอื่นๆ ก่อนหน้านี้เผยให้เห็นว่า ฤดูกาลละลายของน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกายาวนานผิดปกติ

เพื่อศึกษาภูมิอากาศในอดีตของแอนตาร์กติกาไลฟ์ไซน์ระบุว่า ทีมศึกษาได้เจาะลึกลงไปถึง 364 เมตรในแกนน้ำแข็งของเกาะเจมส์ รอสส์ (James Ross Island) ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ปลายตะวันออกเฉียงเหนือของแอนตาร์กติกา โดยแกนน้ำแข็งได้ให้ร่องรอยของอุณหภูมิในอดีตของแอนตาร์กติกา และมีชั้นของของน้ำแข็งที่ละลายในหน้าร้อน และแข็งตัวขึ้นใหม่หลังจากนั้น ซึ่งมองเห็นได้จากแกนน้ำแข็งดังกล่าว ความหนาของของชั้นในแกนน้ำแข็งนี้เผยให้เห็นการละลายของน้ำแข็งในทวีปย้อนไปถึง 1,000 ปีที่ผ่านมา

อาบรัมกล่าวว่า ตอนนี้การละลายของน้ำแข็งในหน้าร้อยอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา และในขณะที่ช่วง 200-300 ปีแรกของสหัสวรรษ การละลายของน้ำแข็งก็เพิ่มสูงขึ้นมากครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 โดยการศึกษาของพวกเขาตีพิมพ์ลงวารสารเนเจอร์จีโอไซน์ (Nature Geoscience) ซึ่งบ่งชี้ว่า คาบสมุทรแอนตาร์กติกานั้นอาจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

ส่วนภาพจากแกนน้ำแข็งที่เจาะขึ้นมาจากแอนตาร์กติกาตะวันตกนั้นยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก โดยมีลักษณะของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นมากในอดีตคล้ายๆ กัน แต่ภาพดังกล่าวยังซับซ้อนและยากที่จะหาถึงสาเหตุที่แท้จริงของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าการละลายของน้ำแข็งที่ฝั่งตะวันตกนั้นเกิดจากสภาพอากาศเอลนีโญเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990














ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000046934
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews



พบซากปลากระเบนโมบูลากว่า 100 ตัว เกยหาดตายอย่างไม่ทราบสาเหตุที่ปาเลสไตน์ ชาวประมงแห่ขนไปขายในตลาด


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันที่ 27 ก.พ. (วานนี้) พบซากกระเบนเกยตื้นตายนับร้อยตัวที่หาดเมืองกาซาซิตี ปาเลสไตน์ โดยซากกระเบนที่พบคือฝูงกระเบนโมบูลา (Mobula Ray Fish)เป็นปลาในตระกูลเดียวกับกระเบนราหู ชาวประมงบริเวณนั้นเผยว่าไม่เคยพบ ซากกระเบนเกยตื้นนานกว่า 6 ปีและยังไม่ทราบสาเหตุของการตายของกระเบนเหล่านี้ ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ได้นำรถบรรทุกมาขนซากกระเบนไปขายในตลาด ราคาราว 41 บาทต่อหนึ่งปอนด์





















ที่มา : http://news.mthai.com/world-news/220901.html
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________
: Pageviews





สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุตกตะลึงเมื่อ อุกกาบาต ที่ติดไฟ ตกในเขตเชลยาบินสก์ เทือกเขาอูราล ทางภาคกลางของรัสเซีย ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่
บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก
  • PopularPosts
  • Tags
  • Archive

บทความที่ได้รับความนิยม

  • นักวิจัยใช้เซลล์หัวใจหนูสร้าง “แมงกะพรุนเทียม” ที่รู้วิธีว่ายน้ำ
     นักวิจัยใช้เซลล์หัวใจหนูและซิลิโคนสร้าง “แมงกะพรุน” เลียนแบบที่รู้วิธีว่ายน้ำ เป้าหมายเพื่อสร้างแบบจำลองสำหรับศึกษากายวิภาคของหัวใจ เพร...
  • เผยเทปลับเมืองบนดวงจันทร์ จากโครงการ apollo 20
    โครงการ apollo หลายคนคิดว่ามีไม่ถึง apollo 20 (เพราะออกข่าวถึงแค่โครงการ apollo17) แต่ทางรัฐบาลได้ปิดบังความลับไว้ ว่า โครงการ Apoll...
  • นักบินหรือพระเจ้า
    ในราวปี 1930 นักบินชาวอเมริกันและออสเตรเลีย ได้รับภารกิจให้เป็นทีมสนับสนุนการสำรวจป่าลึกแห่งหนึ่งในนิวกีนี พวกเขาต้องทำการบินเพื่อลงจอดบนเกา...
  • นักวิจัยสาธิตแบตเตอรี่ยืดได้ 3 เท่าประสิทธิภาพคงเดิม
    แบตเตอรี่ยืดได้ 3 เท่า รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ (บีบีซีนิวส์)        นักวิจัยสาธิตแบตเตอรี่ยืดได้ 3 เท่าของขนาดเดิมแต่ป...
  • คำแปลบทสัมภาษณ์ "Lacerta" ชาวโลกอีกเผ่าพันธุ์นึง ตอนที่ 1
    คำแปลบทสัมภาษณ์ "Lacerta" ชาวโลกอีกเผ่าพันธุ์นึง ตอนที่ 1 บทนำ ฉันรับรองว่าเรื่องราวที่ว่ามานี้เป็นเรื่องจริงและไม่ใช่นิ...

ป้ายกำกับ

4179 Toutatis กระแสจิต กอลลัม กายทิพย์ กาแล็กซี่ กาแล็คซี่ แกะ 6 ขา ข้อความจากต่างมิติ ขั้วโลก คลายเครียด ความฝัน คำทำนาย คิริบาส เคปเลอร์-10ซี จักรวาล จันทร์ไททัน จิตใต้สำนึก ฉลามดึกดำบรรพ์ ช้างน้ำ ช้างแมมมอธ ชาวอินคา ชูปาคาบรา(Chupacabra ) เชียงใหม่ เชื้อไวรัส ซูเปอร์แมน ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาว ดาวคริปตัน ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์เพชร ดาวแคระแดง DG CVn ดาวเซเรส ดาวพฤหัสบดี ดาวพุธ(mercury) ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดาวหาง ดาวอังคาร ดำ โดรน(drone) ไดโนเสาร์ ถอดจิต ทฤษฎีโลกกลวง ทฤษฎีสมคบคิด ทวีปโบราณ ทะเลสีเลือด ที่สุดของโลก โทรจิต นกฟีนิกซ์ (Phoenix) นักบินอวกาศ นางเงือก นาซก้า (Nazca) นาซี น้ำ เนสซี แนะนำ บั้งไฟพญานาค บันทึกส่วนตัว บิ๊กฟุต(Bigfoot) เบอร์มิวด้า แบคทีเรีย ประเทศไทยยามราตรี ประสบการณ์แปลก ปริศนา ปาฏิหาริย์ ปิรามิด ปูยักษ์ ผ้าคลุมล่องหน ผาแต้ม ผีดูดเลือด ฝนดาวตก พญานาค พยากรณ์ พระพุทธเจ้า พลังงานจากวัตถุ พลังจิต พลังลี้ลับ พลังแห่งการผ่อนคลาย พลังแห่งความเชื่อมั่น พลังแห่งจินตนาการ พลังออร่า พายุทราย พิลึกโลก พีระมิด ฟอสซิล ฟอสซิลหอย ฟาโรห์ ฟาโรห์ Ramses II ภัยพิบัติ ภูเขาไฟ ภูเขาไฟRebel Dragon ภูติ มงกุฎทองคำ มนุษย์ต่างดาว มนุษย์ต่างดาวลักพาตัว มักกะลีผล มังกร มัมมี่ มายา มือเทียม เมฆประหลาด แม่มด โมอายเกาะอีสเตอร์ ยักษ์ ยานอวกาศ เยติ รถ รอดซ์ รอสเวลล์ ระบบสุริยะ รัสเซีย ล็อกเนสส์ ลี้ลับ ลูกไฟประหลาด โลก โลกคู่ขนาน โลกต่างดาว โลกต่างมิติ โลกใต้พิภพ โลกปรภพ โลกลี้ลับ โลกอื่น โลมา ไลบีเรีย วงแหวน วอยเอเจอร์1 วัตถุลึกลับ วิญญาณ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์หลอกลวง วิวัฒนาการ แวมไพร์ สตีเฟน ฮอว์กินส์ สโตนเฮนจ์ สฟิงซ์ สมาธิ สสารมืด สัตว์ประหลาด สารคดี สึนามิ สุสานฟาโรห์ หนังสือลึกลับ เหมืองอวกาศ อวกาศ อาณาจักรมู อารยธรรมโบราณ อีโบลา อียิปต์ อุกกาบาต เอลนีโญ(EI Nino) เอลฟ์ เอเลียน เอเลี่ยน ฮิตเลอร์ Antikythera Machine Area 51 auroras AUTEC Black hole Blobfish Costa Rica Crop circle DNA Download Ganymede Glow Worms Gnome Gravity Haarp highlight Hybrid INDIGO ISS Kepler-78b Kiribati Lacerta Mona Lisa Nasa Nebula OREGON VORTEX pโลกลี้ลับ picpost Popocatepetl Puma Punku StarChild Super Moon The Eye Titan moon Top tractor beam TRAPPIST-1 Tyndall Effect UFO videopost wallpaper Water Bears WormHole Zombie

คลังบทความ

  • ▼  2018 (4)
    • ▼  เมษายน (2)
      • การตายที่ยังคงเป็นปริศนาจนมาถึงทุกวันนี้ the dyatl...
      • เรื่องเล่าลี้ลับและตำนานคำสาปแห่งวงการกีฬาเบสบอล
    • ►  มีนาคม (2)
  • ►  2017 (4)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มีนาคม (2)
    • ►  มกราคม (1)
  • ►  2016 (27)
    • ►  พฤศจิกายน (5)
    • ►  ตุลาคม (2)
    • ►  กันยายน (5)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มิถุนายน (2)
    • ►  เมษายน (2)
    • ►  มีนาคม (5)
    • ►  กุมภาพันธ์ (2)
    • ►  มกราคม (3)
  • ►  2015 (30)
    • ►  สิงหาคม (1)
    • ►  กรกฎาคม (4)
    • ►  มิถุนายน (3)
    • ►  พฤษภาคม (1)
    • ►  เมษายน (1)
    • ►  มีนาคม (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (6)
    • ►  มกราคม (13)
  • ►  2014 (99)
    • ►  ธันวาคม (2)
    • ►  พฤศจิกายน (9)
    • ►  ตุลาคม (15)
    • ►  กันยายน (8)
    • ►  สิงหาคม (2)
    • ►  กรกฎาคม (2)
    • ►  มิถุนายน (13)
    • ►  พฤษภาคม (11)
    • ►  เมษายน (5)
    • ►  มีนาคม (16)
    • ►  กุมภาพันธ์ (7)
    • ►  มกราคม (9)
  • ►  2013 (177)
    • ►  ธันวาคม (3)
    • ►  พฤศจิกายน (16)
    • ►  ตุลาคม (23)
    • ►  กันยายน (15)
    • ►  สิงหาคม (8)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มิถุนายน (5)
    • ►  พฤษภาคม (11)
    • ►  เมษายน (16)
    • ►  มีนาคม (9)
    • ►  กุมภาพันธ์ (40)
    • ►  มกราคม (30)
  • ►  2012 (309)
    • ►  ธันวาคม (30)
    • ►  พฤศจิกายน (35)
    • ►  ตุลาคม (32)
    • ►  กันยายน (12)
    • ►  สิงหาคม (17)
    • ►  กรกฎาคม (39)
    • ►  มิถุนายน (33)
    • ►  พฤษภาคม (15)
    • ►  เมษายน (22)
    • ►  มีนาคม (25)
    • ►  กุมภาพันธ์ (23)
    • ►  มกราคม (26)
  • ►  2011 (246)
    • ►  ธันวาคม (27)
    • ►  พฤศจิกายน (15)
    • ►  ตุลาคม (50)
    • ►  กันยายน (56)
    • ►  สิงหาคม (26)
    • ►  กรกฎาคม (19)
    • ►  มิถุนายน (19)
    • ►  พฤษภาคม (25)
    • ►  มีนาคม (2)
    • ►  กุมภาพันธ์ (7)
  • ติดตาม
  • comments
  • สถิติ

ผู้ติดตาม

Follow @twitterdev

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Flag Counter hits counter
2014 Allmysteryworld. All rights reserved.
Designed by allmysteryworld