ก่อนหน้านี้ผมเคยเสนอ หนังสือที่มีเนื้อหาให้แง่คิด ที่ค่อนข้างแปลก ซึ่งเจ้าตัว คนเขียนก็ได้บอกว่า
ให้คิดเสียว่า อ่านนิยาย นิยายวิทยาสตร์ ไซไฟ เรื่องหนึ่ง แต่ในเนื้อหาสอนให้เราได้เปิดมุมมอง ในแง่คิดหลายๆอย่าง ที่เราไม่เคยรู้ นั้นคือ หนังสือที่ม่ชื่อว่า "โลกที่ปราศจากศูนย์"
ตามลิงค์ข้างล่างนี้
มีหนังสือ"แปลก" ที่เชื่อว่าคนที่อ่านแล้วจะ อึ้ง!
ซึ่งตอนนี้ผุ้เขียนได้ออก หนังสือ เล่มใหม่ ที่มชื่อว่า "ช่องว่าง "
ผมอยากทุกคนได้ลองอ่านดูครับ
เป็นหนังสือ Ebook ทีดีมากครับ
และฟรี
ผมเองก็ยังไม่เคยอ่าน "ช่องว่าง" เช่นกัน
มาอ่านและแสดงความคิดเห็น กันครับ
มาอ่านและแสดงความคิดเห็น กันครับ
ที่มา :
____________________
เครดิต :
________________________________
"โลกที่ปราศจากศูนย์"
..วรรณกรรมอ่านยาก ซึ่งเสนอองค์ความรู้
ที่อยู่ในระดับของ 'Wisdom'..
*******************************************
ในอดีต..เมื่อมนุษย์รู้จักใช้ไฟ มนุษย์ก็จำแนกเผ่าพันธุ์ตัวเองออกจากสัตว์โลกชนิดอื่น..
ในอดีต..เมื่อมนุษย์รู้จักการใช้กงล้อ มนุษย์ก็สามารถวัฒนาอารยธรรมไปได้อย่างก้าวกระโดด..
ในปัจจุบัน..มนุษย์อาศัยอยู่ท่ามกลางความเจริญแห่งอารยธรรม
ที่ดูราวกับว่าสายเกินกว่าจะมี Wisdom ใดๆ เกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน มนุษย์ก็ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัยเกี่ยวกับจักรวาล
ว่าการขับเคลื่อนของมันเป็นไปในลักษณะใด
ในอนาคตอันใกล้..มนุษย์กำลังจะได้ทราบว่า "จักรวาลเป็นที่ที่ปราศจากศูนย์แท้"
ซึ่งจะทำให้เกิดการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง
เพราะเผ่าพันธุ์ของมนุษย์กำลังจะพบกับสิ่งที่หลายคนจะเรียกมันว่า
..ทฤษฎีสรรพสิ่ง..
ทั้งหมดมี 3 เล่ม
บนสนทนา บางบทความ จากในหนังสือ
“อือ ก็อย่างที่บอก..ใครบอกหล่อนว่าแม่เหล็กมันผลักกัน?”
..ผมขมวดคิ้ว..
“ฮ่ะๆๆ..” ลินหัวเราะ “..อ้ะ ถามหน่อย รู้ได้ไงฮึ ว่าแม่เหล็กมันผลักกัน?”
“อ้าว ก็เวลาที่ดันมันเข้าไปใกล้กัน มันก็ผลักกันไง” ผมตอบซื่อๆ
“เออ..” เธอมองตาผมพร้อมยักคิ้ว “..แล้วคราวนี้รู้รึยัง ว่าทำไมมันผลักกัน..”
..ผมขมวดคิ้วหนักขึ้นอีก..
“..เอ๊า..ก็เธอเล่นไป ‘ดัน’ มันเข้าหากันน่ะซี้ แล้วก็ไปตู่ว่ามันผลักกัน
ทั้งที่จริง แม่เหล็กมันก็อยู่ของมันเฉยๆ ช่องว่างใคร ช่องว่างมัน..ไม่เกี่ยว ไม่รวมกัน
แต่เธอน่ะแหละย่ะไปยุ่งมัน ดันมันเข้าหากัน
แล้วก็มาโวยวายว่า มันผลักก๊านนน..มันผลักก๊านนนนน!..ฮ่ะๆๆ..”
................................................................
อันนี้ผมชอมมาก...
โลกที่ปราศจากศูนย์
ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ‘คนที่ยืนอยู่นิ่งๆ’ จะรู้สึกว่าตนเองมีความเร็วเท่ากับ ‘ศูนย์เมตรต่อวินาที’
‘คนที่ไม่มีเงินติดตัว’ จะรู้สึกว่าตนเองมีเงินเท่ากับ ‘ศูนย์บาท’
และหาก ‘ส้มผลหนึ่ง’ ถูกหยิบไปจากที่ที่มันเคยวางอยู่ คนที่นี่ก็จะรู้สึกว่าเหลือส้มอยู่ ‘ศูนย์ผล’
แต่ในโลกอีกใบหนึ่ง แทบทุกคนที่นั่นรู้ดีว่า ศูนย์ที่พวกเขาเห็น ไม่ใช่ ‘ศูนย์ที่แท้จริง’
แต่เป็นเพียง ‘ศูนย์จากการเปรียบเทียบ’
‘คนที่ยืนอยู่นิ่งๆ’ ทราบว่า ตนยังครอบครอง ‘ความเร็วเดียวกับโลกที่กำลังเคลื่อนไปในอวกาศ’
‘คนที่ไม่มีเงิน’ ทราบว่า ตนยังครอบครอง ‘ความสามารถที่จะแปลงให้กลายเป็นเงินได้’
และนอกจากนั้นยังทราบว่า ‘ความว่าง’ ที่เกิดขึ้นเมื่อส้มถูกหยิบไป ยังคงครอบครองบางสิ่ง
นั่นคือ ‘ความสามารถในการรองรับส้มลูกใหม่ได้หนึ่งผล’..ไม่ใช่ศูนย์แท้..ไม่ใช่ความว่างเปล่า..
ที่มา :
____________________
เครดิต : mamboo
http://board.palungjit.com
________________________________
Voynich manuscript เป็นหนังสือ ที่ลึกลับที่สุดในโลก เนื่องจากภาษาที่ใช้ได้มีการเข้ารหัส ที่ยังไม่สามารถถอดความได้ มันถูกเขียนด้วยปากกาขนนก มีขนาด 6 x 9 นิ้ว หนา 11/2นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใด
หนังสือ เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อ่านง่ายและเข้าใจวัตถุประสงค์ของ ผู้เขียน หากแต่กระนั้นก็ยังมีหนังสือและตัวอักษรมากมายที่คนอ่านแล้วอึ้งอย่างแรงว่า มันต้องการสื่ออะไรว่ะเนี้ย เนื่องจากผู้เขียนเขียนด้วยอักษรเฉพาะคนตนเองพร้อมกับภาพแปลกๆ ที่สื่อเหมือนไม่เต็มใจนำเสนอ เหมือนว่าปิดบังความลับที่สำคัญเกี่ยวกับศาสนาหรือเวทมนต์อะไรสักอย่าง และนี้คือ 10 หนังสือที่นักวิจัยและนักอักษรศาสตร์ งง ที่สุดในประวัติศาสตร์ ว่ามันต้องการสื่ออะไรกันแน่?
10.Codex Seraphinianus







