ปริศนา UFO ใต้น้ำ อดีตนายพลกองทัพเรือสหรัฐฯ เตือน วัตถุลึกลับที่เคลื่อนจากท้องฟ้าลงสู่มหาสมุทร อาจคุกคามความมั่นคงของประเทศ

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เรื่องราวของ UFO มักเกี่ยวข้องกับวัตถุปริศนาที่ปรากฏตัวอยู่บนท้องฟ้า บางครั้งมันถูกพบเห็นโดยนักบิน บางครั้งปรากฏอยู่บนจอเรดาร์ของกองทัพ และในบางเหตุการณ์ก็มีภาพวิดีโอที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกพยายามค้นหาคำตอบว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไรกันแน่

แต่มีปรากฏการณ์อีกประเภทหนึ่งที่แทบไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก นั่นคือรายงานเกี่ยวกับวัตถุปริศนาที่ดูเหมือนสามารถเดินทางจากท้องฟ้าลงไปใต้มหาสมุทรได้

สำหรับคนทั่วไป เรื่องนี้อาจฟังดูเหมือนฉากหนึ่งในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ทว่าสำหรับ ทิม กัลโลเดต (Tim Gallaudet) อดีตพลเรือตรีของกองทัพเรือสหรัฐฯ และนักสมุทรศาสตร์ มันกลับเป็นปรากฏการณ์ที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะหากมีวัตถุที่สามารถแสดงความสามารถเช่นนั้นได้จริง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอาจไม่ใช่เพียงปริศนาทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศด้วย

กัลโลเดตเคยเตือนว่า วัตถุที่ไม่สามารถระบุที่มาได้และมีความสามารถในการเคลื่อนที่ระหว่างอากาศกับน้ำ อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงทางทะเลของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อมนุษย์ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับมหาสมุทรทั่วโลกอยู่อย่างจำกัด

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2019

ในเวลานั้น เรือรบ USS Omaha ของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่บริเวณนอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะบันทึกภาพวัตถุปริศนาลูกหนึ่งซึ่งเคลื่อนที่อยู่ใกล้กองเรือ



ในคลิปวิดีโอที่ถูกเปิดเผยภายหลัง วัตถุดังกล่าวมีลักษณะคล้ายทรงกลม เคลื่อนที่อยู่เหนือมหาสมุทร ก่อนจะดูเหมือนลดระดับลงและหายไปบริเวณผิวน้ำ

สิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจไม่ใช่เพียงรูปร่างหรือการเคลื่อนที่ของมัน แต่เป็นลักษณะการหายไปที่ไม่ปรากฏน้ำกระเซ็นหรือเศษซากจากการตกกระแทกอย่างชัดเจนในภาพที่เผยแพร่

วิดีโอนี้ถูกนำออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนในปี 2021 โดย เจเรมี คอร์เบลล์ (Jeremy Corbell) นักสืบสวนอิสระที่ติดตามเรื่อง UFO มาอย่างต่อเนื่อง และต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพที่บันทึกโดยเจ้าหน้าที่กองทัพเรือจริง

อย่างไรก็ตาม มีข้อแตกต่างสำคัญระหว่างการยืนยันว่าภาพเป็นของจริง กับการยืนยันว่าวัตถุในภาพเป็นยานที่สามารถเดินทางใต้ทะเลได้

จนถึงช่วงเวลาของรายงานข่าวต้นฉบับ ยังไม่มีคำอธิบายที่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุในเหตุการณ์นี้ และภาพที่เผยแพร่ก็ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่ามันดำลงไปใต้มหาสมุทรจริง ๆ

ถึงกระนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวก็กลายเป็นหนึ่งในกรณีที่ถูกนำมาใช้ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ UFO ใต้น้ำ

ในเดือนมีนาคม ปี 2024 กัลโลเดตได้เผยแพร่รายงานความยาว 29 หน้า ผ่าน Sol Foundation ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสนใจต่อการศึกษา UAP และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับวิทยาศาสตร์และสังคม

รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Transmedium UAP ซึ่งหมายถึงวัตถุปริศนาที่มีรายงานว่าสามารถเคลื่อนที่ข้ามสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น ระหว่างชั้นบรรยากาศกับมหาสมุทร

โดยปกติแล้ว การออกแบบยานพาหนะที่เดินทางในอากาศกับยานพาหนะที่เคลื่อนที่ใต้น้ำนั้นมีความแตกต่างกันมาก เครื่องบินถูกสร้างขึ้นเพื่ออาศัยหลักอากาศพลศาสตร์ ขณะที่เรือดำน้ำต้องเผชิญกับแรงต้าน ความดัน และคุณสมบัติของน้ำที่แตกต่างจากอากาศอย่างมาก

การสร้างยานที่สามารถเดินทางในสองสภาพแวดล้อมนี้จึงเป็นความท้าทายทางวิศวกรรม แม้มนุษย์จะมีเทคโนโลยีที่สามารถทำงานได้ทั้งในอากาศและน้ำอยู่แล้วก็ตาม

แต่สิ่งที่กัลโลเดตกำลังพูดถึงนั้นต่างออกไป

เขากล่าวว่า มีรายงานจากนักบิน ผู้สังเกตการณ์ที่น่าเชื่อถือ และเครื่องมือทางทหารที่ผ่านการปรับเทียบ เกี่ยวกับวัตถุที่แสดงอัตราเร่งผิดปกติ รวมถึงการเคลื่อนผ่านรอยต่อระหว่างอากาศกับน้ำในลักษณะที่เขาเชื่อว่าเทคโนโลยีของมนุษย์ยังไม่สามารถทำได้

หากสิ่งเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง คำถามสำคัญย่อมตามมาทันทีว่า เทคโนโลยีแบบใดจึงจะสามารถสร้างความสามารถเช่นนั้นขึ้นมาได้

กัลโลเดตมองว่า การศึกษาเทคโนโลยีดังกล่าวอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่การเดินทางทางอากาศและทางทะเล ไปจนถึงการผลิตพลังงานและการเกษตร

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ยังเป็นการประเมินความเป็นไปได้ของเขา ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ามียานที่สามารถเอาชนะข้อจำกัดทางฟิสิกส์ได้จริง

สิ่งที่ทำให้กัลโลเดตเป็นกังวลมากที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องที่เทคโนโลยีนั้นอาจก้าวล้ำเพียงใด แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับที่มาและจุดประสงค์ของวัตถุเหล่านี้

หากมีวัตถุที่ไม่สามารถระบุชนิดหรือผู้ควบคุมได้ เคลื่อนเข้าสู่น่านน้ำของสหรัฐฯ โดยไม่ถูกตรวจพบหรือไม่สามารถติดตามได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางทะเลโดยตรง

เขาตั้งคำถามว่า เหตุใดกระทรวงกลาโหมจึงไม่ได้แสดงความกังวลต่อรายงานเหล่านี้อย่างชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมแสดงความสงสัยว่ารัฐบาลอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติในหลายสภาพแวดล้อมมากกว่าที่เปิดเผยออกมา

แต่จนถึงขณะนั้น ก็ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่สามารถยืนยันข้อสงสัยเรื่องการปกปิดข้อมูลดังกล่าวได้อย่างเด็ดขาด

ความขัดแย้งเรื่องข้อมูล UFO ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสหรัฐอเมริกา

กระทรวงกลาโหมได้จัดตั้งสำนักงาน All-domain Anomaly Resolution Office หรือ AARO ขึ้นมา เพื่อรวบรวมและตรวจสอบรายงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นในอากาศ อวกาศ และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ

รายงานของสำนักงานดังกล่าวระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานที่ตรวจสอบยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ UFO มีต้นกำเนิดจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือเทคโนโลยีต่างดาว

แต่ข้อสรุปนี้ไม่ได้ทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน

กัลโลเดตเป็นหนึ่งในผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รายงานของ AARO โดยมองว่าการศึกษาและข้อมูลที่เปิดเผยยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการขาดข้อมูลจาก NASA ในรายงานที่เขากล่าวถึง

อีกด้านหนึ่ง ในเดือนกรกฎาคม ปี 2023 เดวิด กรัช (David Grusch) อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้ให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส โดยกล่าวอ้างว่าเขารับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการลับของรัฐบาลที่ทำหน้าที่เก็บกู้ซากวัตถุปริศนา เพื่อนำเทคโนโลยีมาศึกษาและพยายามทำวิศวกรรมย้อนกลับ

กรัชยังกล่าวอ้างว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีเทคโนโลยีจาก UFO รวมถึงวัสดุชีวภาพที่ไม่ใช่ของมนุษย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการที่มีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930

คำให้การเหล่านี้สร้างความสนใจอย่างมาก แต่จำเป็นต้องแยกให้ชัดเจนว่า นี่คือคำกล่าวอ้างในการให้การต่อสภาคองเกรส ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันต่อสาธารณะแล้วว่ารัฐบาลครอบครองยานหรือสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว

ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับ UFO บนท้องฟ้า กัลโลเดตกลับมองว่ามีอีกพื้นที่หนึ่งที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด นั่นคือโลกใต้มหาสมุทร

เขาระบุว่า แม้ประเด็นเกี่ยวกับวัตถุปริศนาใต้น้ำจะได้รับการกล่าวถึงในระดับนิติบัญญัติของสหรัฐฯ อยู่บ้าง แต่งานศึกษาที่เป็นระบบเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้กลับมีจำนวนน้อยมาก

เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือและรายงานเกี่ยวกับการพบเห็น UFO บนท้องฟ้าที่อาจมีอยู่หลายร้อยหรือหลายพันเล่ม เรื่องราวเกี่ยวกับ USO หรือ Unidentified Submerged Objects กลับกระจัดกระจายอยู่ในหนังสือเพียงไม่กี่เล่ม และบันทึกจากผู้ค้นคว้าอิสระเป็นส่วนใหญ่

รายงานเหล่านั้นมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป

บางเหตุการณ์กล่าวถึงวัตถุทรงกลมที่เปล่งแสงสว่าง บางเรื่องพูดถึงจานบินสีเงินหรือสีเทา ขณะที่บางรายงานกล่าวถึงวัตถุทรงสามเหลี่ยมและวัตถุรูปร่างยาวคล้ายซิการ์ ซึ่งมีแสงสว่างอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของตัววัตถุ

ผู้พบเห็นบางรายยังกล่าวอ้างว่าวัตถุเหล่านี้เคลื่อนที่ในลักษณะที่ดูเหมือนขัดกับกฎทางฟิสิกส์ที่เรารู้จัก

แต่ปัญหาสำคัญก็คือ เรื่องราวส่วนใหญ่ยังขาดข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าแต่ละเหตุการณ์เกิดจากเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ หรือสิ่งอื่นที่ยังไม่ทราบสาเหตุ

ด้วยเหตุนี้ กัลโลเดตจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ สถาบันการศึกษา องค์กรการกุศล และภาคเอกชนร่วมลงทุนในการวิจัยปรากฏการณ์ผิดปกติในมหาสมุทรอย่างจริงจัง

เขาเสนอว่า การศึกษาวัตถุปริศนาที่อาจเคลื่อนที่ระหว่างอากาศกับน้ำ ควรถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการวิจัยมหาสมุทรระดับชาติ

สำหรับเขา ประโยชน์ของการสำรวจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการค้นหาวัตถุลึกลับเท่านั้น

เพราะแม้ท้ายที่สุดจะไม่มีการค้นพบ USO หรือฐานลับใต้น้ำตามที่บางคนตั้งข้อสงสัย การสำรวจเหล่านั้นก็อาจนำไปสู่ความรู้ใหม่เกี่ยวกับมหาสมุทร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ลักษณะทางธรณีวิทยาที่ไม่เคยรู้จัก หรือกระบวนการทางธรรมชาติที่ยังไม่มีใครเข้าใจอย่างถ่องแท้

เมื่อมองย้อนกลับไป เรื่องราวของ USS Omaha จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่าวัตถุที่ปรากฏในคลิปวิดีโอนั้นคืออะไร

แต่มันยังนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า มนุษย์รู้จักมหาสมุทรของตัวเองมากเพียงใด

ที่ผ่านมา เราทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อสร้างกล้องโทรทรรศน์ สำรวจดาวเคราะห์ และส่งยานอวกาศออกไปค้นหาความลับในจักรวาลอันไกลโพ้น แต่ใต้ผืนน้ำของโลกกลับยังมีพื้นที่จำนวนมากที่ไม่ได้รับการสำรวจอย่างละเอียด

ภายใต้ความมืดของมหาสมุทรลึก อาจมีสิ่งมีชีวิตที่เราไม่เคยพบเห็น ภูมิประเทศที่ยังไม่เคยถูกบันทึก หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติบางอย่างที่ความรู้ในปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายได้

แน่นอนว่า ไม่มีสิ่งใดในเรื่องราวเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่ามียานจากต่างดาวซ่อนตัวอยู่ใต้ทะเล

แต่บางครั้ง จุดเริ่มต้นของการค้นพบครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์ ก็เกิดจากการตั้งคำถามกับสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจ

และไม่แน่ว่า ในวันที่มนุษย์สามารถสำรวจมหาสมุทรได้ลึกและละเอียดมากกว่าที่เป็นอยู่ เราอาจพบคำตอบของปริศนาบางอย่างที่ติดค้างอยู่มานาน

หรืออย่างน้อยที่สุด เราก็อาจค้นพบว่า โลกที่เราอาศัยอยู่มาตลอดนั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้เราเรียนรู้

แล้วคุณคิดว่า วัตถุปริศนาที่ถูกพบเห็นเหนือมหาสมุทรเป็นเพียงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรืออาจเป็นเบาะแสของเทคโนโลยีบางอย่างที่มนุษย์ยังไม่รู้จัก?



แหล่งข้อมูลอ้างอิง

#UFO #UAP #USO #UnderwaterUFO #UFOใต้น้ำ #ปริศนามหาสมุทร #มนุษย์ต่างดาว #USSОmaha #เรื่องลึกลับ #วิทยาศาสตร์ #allmysteryworld

แชร์บทความ แชร์ Facebook
Tags: , ,