บ่ายวันหนึ่ง หญิงสาวพาสุนัขออกไปเก็บแบล็กเบอร์รีตามทางในชนบท แต่การเดินเล่นธรรมดาๆครั้งนี้ กลับกลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอหวาดผวา และถูกนำมาเล่าต่อในวงการ UFO อีกหลายสิบปีเลยละครับ
วันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1954 ลูเซ็ตต์ เลอเบิฟ หญิงวัย 32 ปี กำลังเดินอยู่ใกล้สุสานของเมืองชาเบย ในจังหวัดโดรม ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส พร้อมกับ “ดอลลี่” สุนัขสีดำของเธอ
วันนั้นท้องฟ้าครึ้ม หลังมีฝนตกเล็กน้อย เธอแวะเก็บแบล็กเบอร์รีจากพุ่มไม้ริมทางใกล้ไร่ข้าวโพด กระทั่งเวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ดอลลี่ก็เริ่มเห่าอย่างผิดปกติ ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงหอนต่อเนื่อง
เมื่อหันไปดู เธอเห็นสุนัขยืนนิ่งอยู่ตรงขอบไร่ ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่าง
ทีแรกเธอคิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงหุ่นไล่กา แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เธอกลับพบว่า… มันดูเหมือนสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็ก ๆ
ตามคำบอกเล่าของลูเซ็ตต์ สิ่งนั้นสูงประมาณ 1.10–1.15 เมตร ทั่วร่างเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยชุดโปร่งใส ตั้งแต่ศีรษะลงไปจนถึงเท้า คล้ายชุดดำน้ำที่ดูแปลกตา
บริเวณศีรษะมีสิ่งครอบคล้ายหมวกหรือโดมแก้วทรงระฆัง ส่วนแขนนั้นเธอมองเห็นไม่ชัด จึงไม่แน่ใจว่ามันไม่มีแขน หรือเพียงแนบแขนไว้ข้างลำตัว
“เหมือนเด็กที่ติดอยู่ในถุงเซลโลเฟน และมีดวงตาใหญ่กว่ามนุษย์”
แล้วสิ่งนั้นก็เริ่มเคลื่อนเข้ามาหาเธอ
ลูเซ็ตต์เล่าว่า "มันเดินอย่างรวดเร็ว ลำตัวโยกไปมา" ราวกับเคลื่อนไหวไม่ถนัดภายในชุดที่สวมอยู่ เมื่อรู้ว่ามันกำลังตรงมาทางเธอ เธอก็กรีดร้องและวิ่งไปหลบหลังแนวพุ่มไม้หนาทึบใกล้ ๆ
ดอลลี่ยังคงหอนไม่หยุด และตามคำบอกเล่าของเธอ สุนัขจากบ้านใกล้เคียงก็เริ่มส่งเสียงหอนตามกันด้วย
ขณะซ่อนตัว สิ่งมีชีวิตประหลาดหายไปจากสายตาไม่นาน
🛸 แล้ววัตถุโลหะลอยขึ้นจากหลังต้นไม้
ลูเซ็ตต์อ้างว่า เธอเห็นวัตถุทรงกลมแบนลอยขึ้นจากบริเวณหลังต้นไม้ใกล้ไร่ข้าวโพด ตรงจุดที่สิ่งมีชีวิตนั้นหายไป
ผิวของมันดูเหมือนโลหะ รูปร่างคล้ายจานแบน หรือคล้ายลูกข่างขนาดใหญ่ที่มีฐานกว้าง เธอประเมินว่ามันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เมตร และสูงราว 50 เซนติเมตร
ช่วงแรกวัตถุลอยอยู่ไม่สูงนัก พร้อมเสียงหึ่งเบา ๆ และเสียงหวีดแปลก ๆ จากนั้น ตามคำบอกเล่าของเธอ มันเปลี่ยนจากแนวนอนเป็นแนวตั้ง ก่อนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและหายลับไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
หลังเหตุการณ์ สามีและคนอื่น ๆ ที่เข้ามาตรวจสอบพบเธออยู่ใกล้พุ่มไม้ ในสภาพตกใจอย่างหนัก
เมื่อพอสงบลง เธอจึงเล่าสิ่งที่เห็น และชี้บริเวณที่วัตถุลอยขึ้นไป
🌿 ร่องรอยที่มีรายงานว่าพบในพื้นที่
เรื่องเล่าเกี่ยวกับการตรวจสอบจุดเกิดเหตุระบุว่า พบต้นไม้และพุ่มไม้ถูกกดราบเป็นบริเวณวงกลม กว้างประมาณ 3 เมตร
ยังมีรายงานถึงกิ่งไม้หักบนต้นอะคาเซียใกล้เคียง บางกิ่งอยู่สูงจากพื้นประมาณ 2.5 เมตร ต้นไม้อีกต้นมีใบร่วงหายไปบางส่วน และพืชรอบบริเวณถูกกดล้มเป็นแนว
อย่างไรก็ตาม ร่องรอยที่กล่าวถึงเหล่านี้ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าเกิดจากยานหรือสิ่งมีชีวิตนอกโลก
ลูเซ็ตต์ยังมีรายงานว่าเกิดอาการช็อก มีไข้สูงประมาณ 39 องศาเซลเซียส และต้องนอนพัก บางเรื่องเล่าระบุว่าเธอป่วยอยู่สองวัน ส่วนดอลลี่ก็ถูกกล่าวถึงว่ายังคงตัวสั่นและแสดงอาการหวาดกลัวในช่วงหลายวันหลังจากนั้น
เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสในช่วงปลายเดือนกันยายน ค.ศ. 1954 รวมถึง Le Provençal, Le Figaro, Combat และ Le Parisien
คำบรรยายเรื่อง “เด็กในถุงเซลโลเฟน” กลายเป็นข่าวครึกโครม และทำให้กรณีชาเบยถูกพูดถึงในช่วงที่ฝรั่งเศสมีรายงานพบเห็น UFO จำนวนมากในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น
ราว 20 ปีต่อมา ในปี 1974 นักค้นคว้า มิเชล ฟิเกต์ และฌอง-หลุยส์ รุชง ได้กลับไปสัมภาษณ์และตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่มเติม โดยระบุจุดเกิดเหตุให้ชัดขึ้นว่าอยู่บริเวณกงตาร์ด ใกล้สุสานชาเบย
แต่การตรวจสอบภายหลังกลับพบรายละเอียดบางอย่างที่ต่างจากข่าวยุคแรก
รายงานหนังสือพิมพ์ช่วงแรกบรรยายว่า สิ่งมีชีวิตมีใบหน้าคล้ายมนุษย์ และจ้องมองมาที่เธอ ขณะที่คำให้สัมภาษณ์ในภายหลัง ลูเซ็ตต์อธิบายว่า ด้านหน้าของสิ่งครอบศีรษะมีลักษณะขุ่นหรือบดบัง จนเธอมองใบหน้าของมันได้ไม่ชัด
ความแตกต่างนี้ทำให้รายละเอียดเรื่องใบหน้าและดวงตายังเป็นประเด็นที่ไม่กระจ่างแน่ชัด
มีคำบอกเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า สามีและคนที่อยู่ใกล้สุสานได้ยินเสียงดังแหลม ก่อนออกมาตรวจสอบที่มาของเสียงและพบเธอในสภาพหวาดกลัว
ส่วนช่วงเวลาที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ เธอไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
กรณี ลูเซ็ตต์เป็นเรื่องเล่าการเผชิญหน้าที่ได้รับการรายงานในสื่อ และมีผู้กลับไปศึกษาภายหลัง แต่คำให้การ ข่าวหนังสือพิมพ์ และร่องรอยที่มีรายงานถึง ยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่าเธอพบมนุษย์ต่างดาวจริง
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยังถูกจดจำ คือภาพของร่างเล็ก ๆ ในชุดโปร่งใส การเคลื่อนไหวโยกเยก และวัตถุคล้ายจานโลหะที่เธออ้างว่าเห็นลอยขึ้นจากหลังต้นไม้
แล้วบ่ายวันนั้น ลูเซ็ตต์พบเห็นอะไรกันแน่?
แหล่งอ้างอิง
• Le Provençal — “Une soucoupe volante à Chabeuil” กันยายน 1954
• Le Figaro และ Combat — 30 กันยายน 1954
• Aimé Michel — Flying Saucers and the Straight-Line Mystery
• Jimmy Guieu — Black-out sur les soucoupes volantes, 1956
• Michel Figuet และ Jean-Louis Ruchon ที่อ้างถึงใน Lumières dans la Nuit ฉบับที่ 177
