Crop circles and their message

<
<



1. บทนำ
ทุกปี มีการสรรสร้างมากกว่า 200 แบบปรากฏขึ้นในทุ่งธัญพืชทั่วโลก รูปแบบที่พืชถูกทำให้พังล้มราบลง ได้ถูกรายงานเป็นข่าวออกไปจากทั่วทุกทวีป ในราวๆ 30 ประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่ในตอนใต้ของประเทศอังกฤษ


ตั้งแต่ต้นปีทศวรรษคริสตศักราชที่ 1990 รูปแบบวงกลมเรียบง่ายดั้งเดิมได้ถูกพัฒนาขึ้นไปเป็นรูปแบบทางเรขาคณิตที่มีความซับซ้อนขนาดมหึมา และมีความสวยงาม ด้วยสัดส่วนที่เที่ยงตรงอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนมากจะพบว่าเกิดในทุ่งต้นข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ และเมล็ดทำน้ำมัน แต่ก็มีรายงานว่าพบในที่อื่นๆอีกด้วย ได้แก่ ต้นข้าวไรย์ ต้นข้าวโอ๊ต ต้นป่าน ต้นข้าวโพด ต้นอ้อย ต้นถั่ว ต้นมันฝรั่ง ต้นดอกทานตะวัน ต้นหญ้า ไร่ผลไม้ นาข้าว หิมะ และน้ำแข็ง

หลายปีผ่านไป การก่อรูปวงกลมปริศนานี้ได้ถูกเหมาว่าเกิดขึ้นจากการกระทำตามปกติที่ไม่มีความพิสดารอะไรทั้งสิ้น อาทิเช่น คนเมาที่ใช้เชือกผูกลากแผ่นไม้ ชาวไร่ชาวนาวัยรุ่นและห่ามๆ นักเรียนทางศิลปะแบบตื่นจากฝัน นักหนังสือพิมพ์ที่ตกงาน การหมักปุ๋ยที่เกินกำลังผลิต สัญญาณรบกวนจากโทรศัพท์มือถือ ลูกนก วัวที่มีพรสวรรค์ด้านเรขาคณิต และเม่นที่ต้องการผสมพันธุ์



แม้ว่าสาธารณชน ผู้สื่อข่าวและหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ ล้วนแล้วแต่เอนเอียงที่จะเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์นี้เป็นการกระทำของคนพิเรนขี้เล่นกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ความจริงก็คือ มีหลักฐานแน่นหนาว่า มีพลังที่ไม่สามารถอธิบายได้และเ่ด่นด้วยอัจริยภาพ เป็นผู้ทำงานชิ้นนี้


2. การหลอกลวงของ ดั๊กและเดฟ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ.1991 หนังสือพิมพ์บริติช แทบลอยด์ ทูเดย์ ได้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งความว่า ‘ชายผู้ต้มตุ๋นโลก’ ในเนื้อหาข่าวกล่าวว่า ทุ่งวงปริศนาในประเทศอังกฤษนั้นเป็นผลงานของนักโทษชายสองคน ได้แก่ ดั๊ก โบว์เวร์ และ เดวิด คอร์ลีย์ อายุ 67 และ 62 ปีตามลำดับ อุปกรณ์ที่พวกเขาใช้นั้นเป็น แผ่นไม้กว้างสี่ฟุตและม้วนเชือกก้อนหนึ่ง พร้อมกับสายที่ห้อยหมวกเบสบอลที่ใช้เป็นอุปกรณ์การกำหนดจุดทิศทาง ที่ทำให้พวกเขาสามารถสร้างรูปเป็นเส้นตรงอย่างแม่นยำสมบรูณ์แบบโดยการมองเพ่งไปที่วัตถุที่ไกลออกไป – ทั้งหมดนี้ทำขึ้นในค่ำคืนอันมืดมิด!

ในการทำให้ทุ่งมีลักษณะราบเรียบในบริเวณที่ไม่คาบเหลื่อมกับทางล้อรถ (รอยที่เกิดขึ้นจากรถแทร็กเตอร์เมื่อพ่นสเปรย์ทุ่งไร่) พวกเขาบอกว่าพวกเขาจะยืนในฝั่งข้างในของทางล้อรถ แล้วก็กระโดดข้ามหรือกระโดดค้ำถ่อเข้าไปในทุ่งที่ต้นพืชตั้งอยู่ นี่เขากำลังพูดถึงการกระโดดค้ำถ่อที่มีระยะไกลเกือบ 35 ฟุต – นั่นเป็นสถิติในระดับโอลิมปิคเลยเชียวนะ พวกเขาพูดว่า ความคิดในการสร้างทุ่งวงปริศนานั้นเกิดขึ้นในเย็นวันหนึ่งที่ร้านเหล้า ในปีค.ศ. 1978 และแรงบันดาลใจของพวกเขาก็คือ ‘เพื่อได้หัวเราะสนุกๆ’

ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่เคยถูกจับได้ในขณะที่ทำเรื่องนี้อยู่จริงๆเท่านั้น แม้แต่ภรรยาของพวกเขาก็ไม่เคยรับรู้เลยว่าพวกเขาหายไปในเวลากลางคืนตอนไหนเลย





พวกเขาได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถสร้างแบบทรงกลมหยาบๆบนกระดานในเวลากลางวัน - แต่ขาดซึ่งความแม่นยำทางเรขาคณิต ความสลับซับซ้อนและความสวยงามของวงกลมปริศนาอย่างที่พบในลักษณะที่มีองค์ประกอบงดงามสุดยอด ในเวลานั้น ‘วงกลมปริศนา’ ได้ปรากฏขึ้นในลักษณะของภาพสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนแล้ว แต่ ดั๊กกับเดฟ ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เชื่อได้ว่าพวกเขาสรรสร้างสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะลอกลายแบบไม้กางเขนลงบนกระดาษ ดังที่เขาได้อ้างว่าเขาเป็นผู้บรรจงสรรสร้างขึ้นแต่อย่างใด

เมื่อจำนนต่อหลักฐานที่ว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับการก่อร่างสร้างรูปแต่อย่างใดเลย พวกเขาก็เริ่มกลับคำ หากแม้นว่า คำอวดอ้างเกินจริงของพวกเขาที่ว่าเป็นผู้สร้างวงกลมปริศนาจำนวน 250 แห่งในประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปีค.ศ.1978 จะเป็นความจริงก็ตาม นั่นก็ยังทิ้งให้วงกลมปริศนาอีกจำนวน 1750 แห่งในประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ยังคงเป็นปริศนาต่อไป รวมไปถึงวงกลมปริศนาที่ปรากฏไปแล้วก่อนหน้าปีค.ศ.1978 อีกด้วย

เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้สาธารณชนจำนวนมาก หยุดเชื่อว่าวงกลมปริศนาเหล่านี้ถูกทำขึ้นโดยมนุษย์ หลายคนพบว่านี่มันน่าสนุกมากกว่า ความเป็นไปได้ที่จะไขปริศนาที่เกิดขึ้นในท้องทุ่ง ดังนั้น ดั๊กและเดฟ ‘ได้ต้มตุ๋นลวงโลก’ สำเร็จลุล่วงไปแล้ว – แม้ว่าจะไม่ใช่ในแบบที่คนส่วนใหญ่จะคิดกันก็ตามที!

หลังจากที่พวกเขาได้เกษียณแล้ว ทุ่งวงปริศนาก็ยังคงปรากฏขึ้นอย่างที่เคยเป็นมาในปี ค.ศ.1991 - แต่ไม่เป็นที่สนใจเท่าไหร่นักต่อผู้สื่อข่าวอีกต่อไป


3. วิวัฒนาการของวงกลมปริศนา

เมื่อดั๊กและเดฟได้กล่าวอ้างว่าได้สร้างวงกลมปริศนาอันมหัศจรรย์เพื่อที่จะล้อเล่นในปีค.ศ. 1978 นั้น พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่ามีเอกสารข้อมูลกว่า 300 ชิ้นที่มีมาก่อนการค้นพบความสามารถของพวกเขา มีรายงานเป็นระยะๆเกี่ยวกับทุ่งวงปริศนาที่ถูกค้นพบในประเทศอังกฤษตลอดศตวรรษที่ 20 แต่รายงานดังกล่าวจริงๆแล้วมีย้อนกลับไปถึงหลายร้อยปีก่อนหน้านั้นเสียอีก

ในความเชื่อพื้นบ้านของศตวรรษที่ 16 และ 17 เราพบเรื่องราวเกี่ยวกับทุ่งหญ้าและเผ่าเอลฟ์ที่เต้นรำอยู่ในทุ่งกว้างและทิ้งรอยเหยียบย่ำบนหญ้าเป็นวงกลม ภาพสัญลักษณ์ตัวแทนของทุ่งวงปริศนาที่เกิดขึ้นเริ่มแรกสุดได้พบในไม้แกะสลักในปีค.ศ. 1678 ซึ่งภาพแสดงถึง ‘ปีศาจดายหญ้า’ กำลังเก็บเกี่ยวข้าวโอ๊ตจนแบนราบไปเป็นรูปวงกลม เรื่องราวที่เป็นที่มาของรูปสลักดังกล่าวก็คือ ชาวนาปฏิเสธที่จะจ่ายในจำนวนที่ผู้เก็บเกี่ยวเรียกร้อง และบ่นงึมงำว่าเขายอมให้ปีศาจเอาข้าวโอ๊๊ตของเขาไปเสียดีกว่า

ในระหว่างกลางคืนที่มีแสงและเสียงแปลกๆให้ได้เห็นและได้ยิน และเช้าต่อมา ชาวนาได้พบว่าบางส่วนของทุ่งไร่ของเขาล้มลงเป็นรูปวงกลมอย่างสวยงาม



ในปีค.ศ. 1686 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ โรเบิร์ต พล็อต ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติแห่งแสตปฟอร์ดชายน์ ซึ่งรวบรวมพื้นที่รูปทรงเรขาคณิต ของพืชแบนราบที่พบในทั้งทุ่งเพาะปลูกและทุ่งเลี้ยงสัตว์ เขารายงานว่าเนื้อดินภายใต้บริเวณนั้นร่วนซุยและแห้งกว่างปกติ และมีส่วนขาวซีดๆเหม็นอับหรือคราบน้ำค้างแข็ง ‘คล้ายๆเนื้อเชื้อราขนมปัง’ พบได้ที่พืชในบางครั้ง

เขาสร้างสมมติฐานว่ารูปแบบถูกสร้างขึ้นโดยแสงที่ประทุขึ้นจากกลุ่มหมอกควัน ในเดือนกรกฎาคม ปีค.ศ. 1880 วารสารทางวิทยาศาตร์ธรรมชาติได้ตีพิมพ์จดหมายจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ซึ่งอธิบายถึงการค้นพบบริเวณพื้นที่รูปวงกลมที่เกิดจากต้นข้าวสาลีล้มในไร่แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ

เขาเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจาก ‘แรงลมพายุหมุนไซโคลน’



Fig. 3.2 One of Robert Piot's Illustrations of a crop design



นับแต่ปลายปีค.ศ. 1970 ตัวเลขของวงกลมปริศนาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะในทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษบริเวณวิวเชอร์สและแฮมป์เชียร์ส ทั้งนี้รูปแบบก็ได้เริ่มมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย รูปวงกลมแต่ละอันได้หมุนและสร้างให้เกิดวงกลมจำนวนมากขึ้น และบางครั้งได้ถูกจัดสร้างขึ้นแบบเจาะจง วงกลมห้าวงอันแรก (วงกลมที่ล้อมรอบด้วยวงกลมเล็กกว่าสี่วง มีระยะห่างเท่าๆกัน คล้ายการโคจรของดาวเทียม) ปรากฏขึ้นในปีค.ศ. 1978 ในเวลาต่อมา วงกลมห้าวง ก็ได้ปรากฏขึ้นพร้อมด้วยวงแหวนที่เชื่อมดาวเทียมอันนอก รวมเป็นรูป ‘ไม้กางเขนล้อมด้วยวงกลม’


วงกลมปริศนาที่มีวงแหวนหลายๆวงเป็นศูนย์กลางรอบๆ ก็เริ่มจะปรากฏให้เห็นขึ้น




Fig. 3.3 A quintuplet, Beckhampton, Wiltshire, 3 August 1988




Fig. 3.4 Triple ringer, Warminster, Wiltshire, July 1990.
Note the seemingly randomly-placed mini-circles or 'grapeshot', a common feature in the early days.

ปีค.ศ.1990 เราได้เห็นภาพสัญลักษณ์อันแรก ที่ประกอบด้วยวงกลม วงแหวน สี่เหลี่ยมผืนผ้า เส้นตรง และสามง่าม ร้อยเรียงต่อกัน และรูป ‘กุญแจ’ ‘กรงเล็บ’ ส่วนรูป ปลาวาฬ/ปลาโลมา และรูปแมลงวัน ก็เริ่มเป็นที่ปรากฏในปีต่อๆมา สัญญลักษณ์ภาพในทุ่งไร่นับจากปีค.ศ. 1994 ก็รวมถึง ‘ภาพกล่องความคิด’ ซึ่งเกิดจากรวมรูปพระจันทร์เสี้ยวเข้าไปสู่รูปภาพคล้ายๆแมงมุมและแมงป่อง

ในปีนั้นเช่นเดียวกัน เราได้เห็นทุ่งไร่ีีที่มีรูปเกี่ยวกับดวงดาว ซึ่งรวมถึงกาแล็คซี วงแหวนดาวเคราะห์ และวงโคจรดาวเคราะห์ทั้งหลาย ตั้งแต่ปลายปีทศวรรษที่ 1990 รูปแบบก็ได้พัฒนาขึ้นไปจนมีความซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อและอัศจรรย์ใจยิ่งนักในทางด้านรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ หรือ ภาพวงกลมแมนดาลา รูปทรงเรขาคณิตเจ็ดส่วน ก็ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1998 ส่วนรูปทรงเรขาคณิตเก้าส่วน ก็พบในปีค.ศ. 1999 และรูปทรงเรขาคณิตสิบเอ็ดส่วน ก็พบเจอในปีค.ศ. 2000

ตั้งแต่ปีค.ศ. 1999 รูปสัญลักษณ์ในทุ่งไร่หลายแห่งได้สร้างขึ้นเป็นภาพลักษณะสามมิติ



Fig. 3.5 Alton Barnes, Wiltshire, 11 July 1990.
This huge pictogram gained worldwide publicity and attracted thousands of visitors.

โดยรวม วงกลมปริศนาจำนวนมากกว่า 10,000 แห่งได้ถูกบันทึกไว้ทั่วโลก ในจำนวนนี้มีมากกว่า 700 แห่งที่ปรากฏในปีค.ศ. 1991 โดย 229 แห่งได้ถูกรายงานจากทั่วโลกในปีค.ศ.2004 และ 33.9%ของทั้งหมดนี้ก็ปรากฏในประเทศอังกฤษ ที่ซึ่งดูเหมือนว่าวงกลมปริศนาจะปรากฏขึ้นรอบๆบริเวณกองหินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อาทิเช่น กองหินสโตนเฮ้นจ์ อัฟเบอรี่ และเขาซิลเบอรี่

ประเทศอื่นที่พบเจอทุ่งวงปริศนาก็ได้แก่ เยอรมัน (13.2%) สหรัฐอเมริกา (9.2%) สาธารณรัฐเชค (8.4%) และอิตาลี (8.4%)




Fig. 3.6 The ‘Tetrahedron’, Barbury Castle, Wiltshire, 17 July 1991.
The day after it appeared, a British newspaper ran a photo of the design with the headline, ‘Now explain this one’.









Fig. 3.7 ‘Scorpion’ or ‘dragonfly’, Bishops Cannings, Wiltshire, 15 July 1994.






Fig. 3.8 Galaxy design, West Stowell, Wiltshire, 23 July 1994.

It has been interpreted as showing a conjunction of planets in the constellation Cetus that occurred in April 2000.






Fig. 3.9 ‘Spiderweb’, Avebury, Wiltshire, 11/12 August 1994.

The shimmering effect is created by the crop being laid in opposing directions.






Fig. 3.10 Solar system glyph, Longwood Warren, Hampshire, 22 June 1995.

It depicts the Sun, Mercury, Venus, the Earth’s orbit, Mars, and Jupiter’s orbit.
According to Gerald Hawkins, it shows a planetary alignment that occurred on 6 November 1903,
the day the Wright brothers proved that man could fly, and again on 11 July 1971, during Mariner 9’s journey to Mars.






Fig. 3.11 ‘Julia Set’, Stonehenge, Wiltshire, 7 July 1996.

This 115-metre-wide spiral of 151 circles appeared in broad daylight in full view of a busy road,
just opposite Stonehenge, within a 15-minute time-window (according to testimony from pilots,
a farmer, a security guard, and motorists calling the police).
A professional surveying engineer said it would take him about two full days to lay out the design.






Fig. 3.12 ‘Koch fractal’, Milk Hill, Wiltshire, 8 August 1997.

Two engineering firms estimated that staking out the 346 reference points required
to construct the design prior to flattening the wheat would take 6.5 to 7.5 days, or 11 days if done under cover of darkness.
Yet the formation had definitely appeared overnight.






Fig. 3.13 The ‘Flower’ and ‘Grid square’ appeared on the same night, Etchilhampton, Wiltshire, 1 August 1997.

The square within the circle is gridded with 28 by 25 narrow, ruler-straight channels.






Fig. 3.14 Hackpen Hill, Wiltshire, 4 July 1999.






Fig. 3.15 3-D ‘ribbon’, Beckhampton, Wiltshire, 28 July 1999.






Fig. 3.16 14-pointed star, Roundway, Wiltshire, 31 July 1999.










Fig. 3.17 ‘Magnetic fields’, Avebury Trusloe, Wiltshire, 22 July 2000.






Fig. 3.18 ‘The angel’, Great Shelford, Cambridgeshire, 25 July 2001.






Fig. 3.19 Ribbon design, Stonehenge, Wiltshire, 4 July 2002.






Fig. 3.20 Petal design, West Overton, 21 May 2003.

The plants in this glyph had been gently brushed over into a near-vertical position, so that from the air the formation is barely visible.
As the undamaged plants recovered and rose towards their normal, upright position,
they did so in alternate bundles, producing a rippling, standing-wave pattern.







Fig. 3.21 Hackpen Hill, Wiltshire, 20 July 2003.






Fig. 3.22 Huish, Wiltshire, 20 July 2003.






Fig. 3.23 North Down, Wiltshire, 10 August 2003.






Fig. 3.24 600-ft-long formation, East Field, Alton Barnes, Wiltshire, 20 June 2004.






Fig. 3.25 ‘Sun wheel’, 350 feet across, Silbury Hill, 19/20 June 2004.

This formation appeared in outline the first night, and was completed the next night.
Some researchers assume that this means it must be man-made, but there is no conclusive evidence of this.






Fig. 3.26 West Kennett, Avebury, Wiltshire, 30 July 2004.



Fig. 3.27 Golden Ball Hill, Wiltshire, 1 May 2005.



4. ลักษณะเฉพาะ

วงกลมปริศนาของแท้นั้น ต้นพืชที่ล้มราบลงส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการเสียหาย (จนกระทั่งมีคนเข้ามาพบเจอ!) และดูเหมือนจะเติบโตอยู่ตลอด ในขณะที่ วงกลมหลอกลวง ตัวก้านต้นพืชโดยทั่วไปจะหัก บีบอัด และมักจะถูกทำลาย ก้านต้นพืชที่ล้มราบลงในวงกลมของแท้นั้น จะงอลงในลักษณะ 90 องศา และมักจะล้มลงในลักษณะของงานถักทอที่ สวยงาม โดดเด่น และสลับซับซ้อน

รุปแบบที่มีวงกลมเป็นส่วนประกอบ ก็มักจะเป็นวงกลมที่หมุนรอบตามเข็มนาฬิกา หรือทวนเข็มนาฬิกา นับจากจุดศูนย์กลาง แล้ววนออกไปรอบๆ ด้านนอก แต่แทนที่จะหมุนวนออกไปจากตรงกลางในลายวงก้นหอยที่ขดอย่างหนาแน่น ก็กลับจะเป็นไปในลักษณะรูปแบบที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ มากกว่า และมักจะไหลออกไปรอบนอกอย่างกว้างๆ และมีพบเป็นรูปตัวเอส (S) อย่างชัดเจนในบางครั้ง วงลายก้นหอยมักจะก่อรูปขึ้นจากเส้นแคบๆ รัศมีความกว้างไม่ถึง 3 ฟุต ซึ่งเป็นขนาดที่จะเกิดขึ้นถ้าเราใช้แผ่นกระดาน หรือที่ไถลูกกลิ้งตามสนามหญ้า

เมื่อแต่ละเส้นสายมาบรรจบกัน ต้นพืชก็ดูเหมือนจะสานทอทับลงไปทั้งข้างบนและข้างล่าง อันจะกล่าวได้ว่าต้้นพืชทั้งหลายได้ล้มลงในลักษณะที่สวนทางกันโดยพร้อมกันหมดในเวลาเดียวกัน





Fig. 4.1 Crop lay resembling rippling water, typical of large, complex glyphs.

Note how the crop is elegantly laid in thin bundles. Roundway, 1999.






Fig. 4.2 Mini-circle or ‘bird’s nest’ in the 1997 Milk Hill formation (fig. 3.12).

จุดกึ่งกลางของลายวงก้นหอยของทุ่งไร่นั้น มักจะถูกพบเจอในบริเวณพื้นดินที่ราบเตียนโล่ง หรือมี ‘หลุม’ อยู่ในตรงกลางของวงก้านพืช และบ่อยครั้งจะกระจายแยกออกจากจุดกลางทางคณิตศาสตร์ บางทีก็เป็นระยะห่างถึงหลายๆฟุตเลยทีเดียว ในบางรูปแบบที่เจอ ก้านแต่ละก้านจากที่ตั้งอยู่ก็จะถูกล้มลงเข้าไปหาขอบนอกของวงกลม ซึ่งดูแล้วทำให้แยกออกได้อย่างชัดเจนจากการใช้วัตถุอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ทิศทางของการล้มลงของต้นพืชในส่วนของข้างล่างของชั้นบนสุด ก็มักจะแตกต่างออกไป

หลายๆแถว หลายๆทิศทางที่เป็นชั้นๆ ที่ไม่เคยถูกทำซ้ำโดยการใช้เท้า แผ่นกระดาน ที่กลิ้งพื้นสนาม หรือสายยางฉีดน้ำใดๆ




Fig. 4.3 The floor lay of the 1994 galaxy formation (fig. 3.8)

showcases the circlemakers’ precision.

แรงพลังทีใช้ในการสร้างวงกลมนั้น สามารถพบเห็นได้อย่างชัดเจนในแหล่งที่มีพืชเติบโตเต็มที่ สำหรับในพื้นที่ที่พืชยังเติบโตน้อยกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ตั้งอยู่ในแถว หรือแยกกระจายไปทั่วบริเวณพื้นราบ นั้นบางครั้งก็มีเหลือที่ยังตั้งอยู่ อีกทั้งแรงพลังดังกล่าวก็ดูเหมือนว่าจะสามารถเลือกแยกแยะพืชสายพันธุ์ต่างๆได้ สำหรับดอกป๊อปปี้สีแดง หรือพืชไม้หนาม มักจะถูกทิ้งให้ตั้งตรงอยู่ ท่ามกลางต้นข้าวบาร์เล่ย์หรือธัญญพืชที่ล้มราบลง ปรากฏการณ์นี้ก็เช่นกันที่ปฏิเสธสมมติฐานของการใช้แผ่นกระดานและลูกกลิ้งที่ใช้ในสนามหญ้า ออกไป

แรงพลังนั้นแม่นยำมากถึงขนาดที่ว่า ในบางกรณี เพียงแค่ความกว้างของก้านของต้นพืชก้านเดียว ก็ถูกใช้เป็นตัวแบ่งแยกรูปวงกลมอันหนึ่งออกจากวงกลมอันอื่น




Fig. 4.4 A discolored and stretched node with a 90-degree bend.



นักไบโอ-ฟิสิกส์ วิลเลี่ยม เลฟเวนกู็้ด และนักค้นคว้าอื่นอีกจำนวนหนึ่ง ได้ค้นพบว่าต้นพืชล้มราบลงไปนั้นบ่อยครั้งได้ขยายตุ่ม (บริเวณ ‘ข้อ’ เล็กๆ ของก้านต้นพืชประเภทข้าวโพด) และบางครั้งก็มี ‘การระเบิดเป็นหลุม’ ในบางบริเวณที่ดูเหมือนว่าความชื้นจะระเบิดออกมา การทดลองเพาะเมล็ดได้แสดงให้เห็นถึงว่า เมื่อการก่อรูปร่างเกิดขึ้นในบริเวณที่พืชยังเติบโตไม่เต็มที่ ต้นกล้าก็มักจะไม่ค่อยจะพัฒนา หรือความเจริญเติบโตก็จะค่อยๆลดน้อยถอยลงอย่างรวดเร็ว แต่หากการก่อรูปร่างภาพนั้นได้เกิดขึ้นในบริเวณที่ต้นพืชมีความเจริญเติบโตเต็มที่ เมล็ดก็จะเติบโตในระดับห้าเท่าของอัตราการเติบโตปกติเลยทีเดียว (ติดตามดูในบทถัดไป)

60% ของวงกลมปริศนา ได้ปรากฏขึ้นในคืนที่ฝนตก แม้กระนั้น ชาวไร่ชาวนาและนักค้นคว้าทั้งหลายก็มักจะรับรู้ว่า ไม่มีโคลนติดอยู่บนบริเวณที่ทุ่งไร่มีการแบนราบเรียบนั้นเลย ซึ่งปกติมันควรจะมีอยู่หากเป็นการทำให้แบนราบโดยน้ำมือมนุษย์ที่ใช้อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น ก้อนชอล์กที่กดได้ในทันที ก็พบได้ในบางครั้งในลักษณะที่สมบรูณ์ไม่เสียหาย อยู่ภายใต้ต้นพืชที่ล้มราบลงนั้น

ดินภายในบริเวณของวงกลมปริศนานั้นก็มักจะมีความแตกต่างกับดินที่อยู่ด้านนอกบริเวณนั้นๆ ในกรณีหนึ่งที่แคนาดา เป็นตัวอย่างของการที่ดินได้ถูกเผาจนแข็งดั่งซีเมนต์ ในขณะที่ ในบริเวณอื่นที่เหลือของทุ่งนั้นกลับพบว่าดินมีความชื้นและเหนียว รายงานของดินที่ถูกเผาอบที่ถูกพบภายใต้ต้นพืชที่ล้มราบลงในวงกลมปริศนานั้นก็มาจากประเทศอื่นๆอีกด้วย อาทิเช่น รัสเซีย ในจำนวน 50% ของวงกลมปริศนานั้น ดินในส่วนด้านในนั้นถูกพบว่าแห้งกว่าที่พบด้านนอก (ดังที่ระบุไว้ในบทที่ 3 นั้น ซึ่งถูกรายงานโดย โรเบริต์ พล็อต ในปีค.ศ. 1686 อีกด้วย) ผลกระทบหลายเรื่องบนต้นพืชและเนื้อดินนั้นสอดคล้องกับการเกิดขึ้นของความร้อนมหาศาลในระหว่างการก่อรูปภาพวงกลมปริศนา

ส่วนสสารแปลกๆ ที่มีเนื้อคล้ายเยลลี่ หรือเป็นผงแป้ง ก็พบได้ในบางครั้งที่ต้นพืช และในดินข้างในบริเวณวงกลมปริศนา ตัวเนื้อสสารเป็นผงแป้งนั้นได้ถูกระบุว่า ประกอบไปด้วย ซิลิคอนไดออกไซด์ ที่มีความบริสุทธิ์อยู่สูง แมกเนเซียมออกไซด์ และ แมกเนไทท์ (แร่แม่เหล็ก) ในส่วนของแร่แม่เหล็กนั้นอาจเป็นผงดาวตก ซึ่งปกติมีร่วงหล่นลงมาสู่ชั้นบรรยากาศของผิวโลกอย่างต่อเนื่อง แต่ความเข้มข้นของสารดังกล่าวในวงกลมปริศนานั้นมีถึง 600 เท่าของระดับปกติทั่วไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึง สภาพของสนามแม่เหล็กที่เข้มข้นในบริเวณรอบวงกลมปริศนานี้

ในจำนวนเกือบ 90% ของวงกลมปริศนา ได้ปรากฎขึ้นบนชั้นดินที่อุ้มน้ำ และ/หรือ บนหินชอล์ก และ ชั้นทรายชื้น (ชั้นหินทรายสีเขียวมะกอก) ส่วนใหญ่มักจะอยู่ใกล้กับสถานที่โบราณศักดิ์ิสิทธิ์ และ มีแนวพลัง หรือเส้นพลังที่พื้นโลก ควบคู่อยู่ ซึ่งถูกตรวจจับได้โดยอุปกรณ์ที่ใช้ทำนายพยากรณ์ ตำแหน่งของวงกลมปริศนานั้นบางครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ได้ถูกเลือกขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจง ยกตัวอย่างเช่น รูปภาพเหมือนปลาวาฬสามแห่งที่เหมือนกันอย่างกะแกะ จากปี ค.ศ.1991 ได้ก่อรูป สามเหลี่ยมหน้าจั่วที่สมบรูณ์แบบ ข้ามไปหลายไมล์ เมื่อได้ลองลากเส้นเชื่อมต่่อลงบนแผนที่

บางแห่งก็ดูเหมือนจะเป็นการก่อรูปร่างที่ใช้ทางของรถแทร็กเตอร์เป็นตัวนำทาง แต่ที่อื่นๆก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น มีวงกลมปริศนาหลายแห่งที่ปรากฎในประเทศแคนาดา และปกติทุ่งไร่ของชาวแคนาดานั้นจะถูกฉีดสเปรย์ทางเครื่องบิน ดังนั้นจะไม่มีทางรถแทร็กเตอร์ที่จะให้ความสะดวกในการเข้าไปในท้องไร่ให้กับพวกที่จะมาเล่นตลก ในสหราชอาณาจักร รูปภาพต่างๆก็มักจะล้อมรอบไปด้วย วงกลมเล็กจำนวนเป็นโหลๆ หรือ รูป ‘กระสุนปืนลูกเล็กๆ’ มีเส้นผ่าศูนย์กลางสักสองสามฟุต ตั้งอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงได้โดยทางเท้าโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้เลย ฉะนั้น เรื่องที่ใช้เส้นเชือกผูกกับหลักไม้ค้ำถ่อ ของดั๊กและเดฟ ก็ได้กลายเป็นแค่ตำนานแห่งความตลกขบขัน เท่านั้นเอง

มีกรณีไม่มากของวงกลมปริศนาที่มีรูปแบบทั้งที่เป็นวงกลมง่ายๆ และสลับซับซ้อน อันซึ่งมีหลักฐานที่พบเห็นได้อย่างชัดเจนในกรณีที่มีการเพาะปลูกต้นพืชใหม่บนบริเวณของวงกลมปริศนาที่เกิดขึ้นมาในฤดูร้อนที่เพิ่งผ่านไปนั้น ต้นพืชใหม่ในบริเวณที่ซึ่งวงกลมอันก่อนได้ตั้งอยู่นั้น จะมีความยาวที่อาจจะสั้นกว่าหรือยาวกว่าเมื่อเทียบกับทุ่งไร่ที่อยู่รอบๆบริเวณ หรือ อาจแตกต่างกันในเรื่องสีสันสักเล็กน้อย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มักจะอยู่ไม่เกินสองปีหลังจากการก่อรูปครั้งแรก

สัตว์ป่าที่ตายแล้ว มักจะไม่พบในบริเวณที่ก่อรูปภาพ แต่ก็มีข้อยกเว้นบ้างเหมือนกัน

นกจำนวนหนึ่งที่ถูกพบได้ในบริเวณ ในปีค.ศ. 1993 นั้นพบเจอในลักษณะที่ระเบิดออกแยกร่างเป็นเสี่ยงๆด้วยแรงพลังบางอย่าง เลือดและขนนกก็ถูกพบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปนเปกัน แต่ไม่ปรากฏว่าพบกระดูกแต่อย่างใด หรือ ชิ้นส่วนอื่นที่จะบอกได้ว่าเป็นส่วนใดของนก ผลการทดสอบในห้องแล็บได้ยืนยันว่าชิ้นส่วนที่เหลือนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ร่างนกที่ระเบิดออก’

พบเม่นที่ตายจำนวนสองตัวในสถานที่ของวงกลมปริศนาสองแห่งในประเทศแคนาดา หนึ่งในนั้นถูกพบว่าแยกออกเป็นชิ้นส่วนสีดำๆ และชิ้นอื่นได้ถูกบดละเอียดคล้ายขนมแพนเค้ก รอยขูดและขนเม่นที่หักและตั้งชี้เป็นแถวนั้น ชี้ให้เห็นว่าเม่นตัวหลังได้ถูกลากเข้าไปยังศูนย์กลางนับจากจุดของเส้นรอบวงของการก่อรูปภาพ แนวของขนเม่นที่หักราบเรียบบนร่างของเม่นนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับการล้มลงของต้นพืชที่ล้มราบอยู่ในทุ่ง การวิเคราะห์ของเม่นอีกตัว ระบุให้รู้ว่า ส่วนสีดำของชิ้นส่วนที่เหลือไม่ได้เกิดจากการถูกเผาไหม้แต่อย่างใด สัตว์เกือบทั้งหมดคงจะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นและได้วิ่งหนีไป แต่เม่นกลับมีปฏิกริยาตอบโต้ต่อภยันอันตรายแตกต่างออกไป นั่นก็คือการตั้งขนแหลมชันของตัวเองและอยู่นิ่งๆ

ในวงกลมปริศนาแห่งหนึ่ง แมลงวันที่ตายเป็นจำนวนมหาศาลได้ถูกพบว่าลิ้นของแมลงวันได้ติดอยู่กับหัวเมล็ดของต้นพืช โดยขาและปีกของแมลงวันเหล่านั้นได้แผ่กระจายออกไปในวงกว้าง เหมือนกับมีอาการชักกระตุกของกล้ามเนื้อ บ้างก็พบว่าระเบิดออก มีบ้างที่พบว่ายังอยู่ในสภาพที่ดีสมบรูณ์แบบ อย่างไรก็ตามพบว่าเกือบทั้งหมดได้ตายลงไป บ้างก็พบว่ายังมีชีวิตอยู่แต่ตกตะลึงงัน และหลังจากที่ถูกปล่อยออกจากต้นพืช พวกมันก็บินหนีจากไป


5. การวิจัยทางวิทยาศาสตร์

งานของทีมงานค้นคว้า บีแอลที (ประกอบไปด้วย จอห์น เบริค วิลเลี่ยม เลฟเวนกูด และแนนซี่ ทอลบอต) ได้ทำให้การวิจัยเกี่ยวกับวงกลมปริศนากลายเป็นเรื่องที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่นหนา ด้วยตัวอย่างของการเกิดวงกลมปริศนาจำนวน 300 แห่งที่ถูกสำรวจเจอตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 มากกว่า 90% ได้แสดงถึงผลกระทบที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อของต้นพืช และ/หรือ ดิน ในระหว่างเวลานั้นเอง รายงานวิจัยสามฉบับได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารที่มีการวิจารณ์ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ได้ยืนยันว่า การสรรสร้างของรูปแบบวงกลมปริศนาหลายแห่งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับบางอย่างที่น่าสนเท่ห์เกินกว่าที่จะเป็นเรื่องของคนขี้เล่นที่มาพร้อมกับแผ่นไม้กระดานและแผ่นบอร์ด

ผู้ที่สงสัยได้แสดงความไม่เห็นด้วยโดยกล่าวว่า งานของทีมงานค้นคว้า บีแอลที นั้นไม่เคยถูกจัดทำขึ้นในรูปแบบของการสุ่มสองกลุ่ม (ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ที่ทำการทดลองอาจจะมีความลำเอียงส่วนตัวที่อาจมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ที่ได้) แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะแสดงให้เห็นได้ว่า ผลกระทบผิดปกติที่ถูกตั้งคำถามนั้น จะสามารถถูกจัดทำขึ้นได้โดยทำให้เกิดรอยเรียบ ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ แต่อย่างใด

ดังที่กล่าวเอาไว้แล้ว แรงพลังที่เกี่ยวข้องในการทำให้เกิดวงกลมปริศนานั้น ได้ปรับเปลี่ยนเนื้อเยื่อของต้นพืชที่ล้มราบลง (และในบางกรณี คือส่วนข้างในที่ตั้งตรง) ในหลายๆทาง ก้านต้นพืชได้พับงอถึง 90 องศา โดยไม่มีการหักโค่นเสียหาย โดยเฉพาะในบริเวณของตะปุ่มข้้อของต้นพืช โดยลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นการที่เนื้อเยื่อของต้นพืชได้อ่อนนุ่มลงอย่างมหาศาลในเวลาที่ล้มราบลง

นี่เป็นสิ่งเกิดขึ้นกับต้นพืชที่ให้เมล็ดน้ำมัน (คาโนลา) เช่นกัน ซึ่งโดยปกติจะมีลักษณะแข็ง และเปราะ แบบต้นผักคึ่นช่ายฝรั่ง และจะแตกหักได้หากถูกพับงอเกินกว่า 40 องศา



Fig. 5.1 Marked bending at the base of oil-seed rape plants.

ก้านต้นพืชในวงกลมปริศนานั้นมักจะถูกขยายให้กว้างขึ้น ในลักษณะที่ก้านต้นพืชโดนความร้อนจากข้างใน ผลกระทบนี้ในบางครั้ง ก็ทรงพลังมากจน ตะปุ่มข้อของต้นพืชเกิดระเบิดออก ระเบิดเป็นรูบนผนังของส่วนข้อของต้นพืช และพ่นน้ำหล่อเลี้ยงในต้นพืช ออกมาจากก้านต้นพืชดังกล่าว การขยายใหญ่ของส่วนข้อของต้นพืชนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่ต้นพืชที่อยู่ภายในบริเวณที่ล้มราบของวงกลมปริศนาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยมีลักษณะที่ปราฏว่ามีพลังงานที่เกี่ยวข้องได้ล้นเหลือไหลออกมาจำนวนหนึ่งด้วย

มีหลายทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักันดีที่อธิบายการที่ข้อต่อของต้นพืชมีความยาวเพิ่มขึ้นหลังจากเกิดการแบนราบของทุ่งไร่ อาทิเช่น ทฤษฎีการเคลื่อนไหวโดยมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า (ในกรณีนี้ก็คือ การที่ต้นพืชพยายามที่จะยืดตัวเองออก ภายหลังจากที่ถูกกดทับลง) แต่การศึกษาบางอันก็กล่าวว่า ทฤษฎีนี้ไม่สามารถใช้ได้กับการที่ข้อต่อของต้นพืชยืดขยายที่มากขึ้นเกินกว่า 20% ในขณะที่มีการวัดการเพิ่มขึ้นได้ในระดับถึง 200% ในบริเวณวงกลมปริศนา





Fig. 5.2 Comparison of nodes within a crop formation (left) and from 75 feet outside it (right).

การขยายยืดออกของข้อต่อของต้นพืช และการระเบิดเป็นรูกลวง ได้ถูกนำมาพิสูจน์ในต้นพืชที่ห้องแล็บ โดยการวางต้นพืชไว้ในเตาไมโครเวฟเป็นเวลา 20-30 วินาที่ รังสีของเตาไมโครเวฟส่งความร้อนทำให้ความชื้นที่อยู่ภายในก้านต้นพืช กลายเป็นไอน้ำและขยายตัวออก โดยยืดส่วนเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นกว่าที่อยู่ในส่วนบนสุดของต้นพืช หรือ ระเบิดเป็นรูในตำแหน่งตรงข้อต่อต้นพืชที่แข็งมากกว่า และอยู่ช่วงล่างของก้านต้นพืช





Fig. 5.3 Expulsion cavities in wheat.


บทความของ เลฟเวนกูด และทอลบอต ในปีค.ศ. 1999 ได้แย้งว่าวงกลมปริศนานั้นเกิดจากความแปรปรวนในอากาศที่เรียกว่า กระแสวนพลาสมา ซึ่งได้ส่งแผ่รังสีไมโครเวฟออกมาและทำให้เกิดความร้อนขึ้น ในปีค.ศ. 2001 เอลโจ ฮาเซลฮอฟ ได้เขียนความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดที่ร้ายแรงสองสามเรื่อง และได้โต้แย้งไว้ว่า วงกลมปริศนาถูกสร้างขึ้นโดยรังสีรูปทรงกลม หรือแบบจุด มากกว่าที่จะเป็นเพราะกระแสวนพลาสมา

เขาได้รายงานการศึกษาตัวอย่างของต้นพืชจากวงกลมปริศนาสองแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งปรากฏขึ้นหลังแสงที่ถูกพบเห็นเหนือทุ่งไร่นั้นๆ โดยเก็บตัวอย่างจากแนวเส้นรอบวงจำนวนสามแห่ง ปรากฏว่า ข้อต่อต้นพืชที่มีส่วนขยายยาวสุดพบได้จากชิ้นที่เก็บจากบริเวณจุดศูนย์กลางของรูปวงกลมปริศนา และความยาวจะลดหลั่นลงไปในชิ้นตัวอย่างที่เก็บไล่ออกไปจนถึงขอบนอก เขายังสรุปไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตอบสนองต่อความร้อนซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกริยาจากแหล่งพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเล็กๆที่อยู่ห่างราว 4.1 เมตร เหนือทุ่งไร่นั้นๆ

การค้นพบที่น่าสงสัยและอธิบายไม่ได้เรื่องหนึ่ง ก็คือ ลักษณะความเปลี่ยนแปลงของความยาวของข้อต่อของต้นพืช ในแต่ละเส้นรอบวงที่สำรวจนั้น ที่ไม่ว่าจะมาจากข้างไหนของจุดกลางของวงกลมก็ตามแต่ จะมีลักษณะเดียวกัน เหมือนเป็นภาพที่สะท้อนซึ่งกันและกันเองได้อย่างถูกต้องที่สุด
หากแต่ว่า ความเปลี่ยนแปลงของความยาวของข้อต่อของต้นพืช ที่พบในแต่ละเส้นรอบวงนั้น จะมีลักษณะที่แตกต่างจากที่พบในเส้นรอบวงอื่นอีกสองแห่ง

กลาสซี่ เอล อัล ได้พยายามที่จะทำลายความน่าเชือถือในตัวบทความที่เขียนโดย เลฟเวนกูด ทอลบอต และฮาเซลฮอฟ และสิ่งที่พวกเขาได้อ้างเอาไว้ว่า รังสีพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างวงกลมปริศนา โดยนักวิจัยทั้งสามท่านนี้ได้ถูกกล่าวหาในประเด็นเกี่ยวกับ ข้อบกพร่องของการสุ่มตัวอย่าง กฏเกณฑ์การวิเคราะห์ และการเลือกเก็บข้อมูล
ทั้งนี้ กลาสซี่ เอล อัล ยังได้ยืนยันว่า ความร้อนเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถที่จะทำให้เกิดการขยายยืดออกของข้อต่อต้นพืชอย่างที่วัดกันได้ ซึ่งต่อมาฮาเซลฮอฟก็ได้ตีพิมพ์เนื้อหาโต้แย้งเกี่ยวกับการวิจารณ์ดังกล่าวกลับไปด้วย

การทดลองเกี่ยวกับการแตกหน่อ ได้แสดงถึงความแตกต่างอย่างมากมายในเรื่องการเจริญเติบโตของเมล็ดจากต้นพืชที่แบนราบ และที่ไม่ถูกแบนราบ ถ้าวงกลมปริศนาเกิดขึ้นก่อนการออกดอกของต้นพืชและการเติบโตของเมล็ด เนื้อเยื่อของร่างต้นพืช (ไม่ใช่เซล์ลสืบพันธุ์) ก็จะพัฒนาไปตามปกติแต่การเติบโตของเมล็ดจะหยุดลงหรือเสียหาย
แต่ถ้าวงกลมปริศนาได้เกิดขึ้นภายหลังไม่นานของช่วงการเจริญเติบโตในต้นพืชอ่อนๆ ซึ่งเป็นเวลาที่เมล็ดยังก่อรูปร่างอยู่ เมล็ดเหล่านี้ก็จะมีขนาดเล็กกว่า แคระเกร็น และแสดงถึงการลดลงหรือหยุดยั้งของการแตกหน่อ

ในหมู่ต้นพืชที่เติบโตเต็มที่มากกว่า เมล็ดจะแคระเกร็นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผลกระทบที่มีต่อการแพร่พันธุ์นั้นก็มีให้เห็นแตกต่างกันออกไป ในหมู่ต้นพืชที่เติบโตเต็มที่แล้วที่มีเมล็ดโตเต็มที่แล้วด้วยนั้น ตัวเมล็ดมักจะมีแข็งแรงและมีอัตราการเติบโตสูงถึงห้าเท่าของเมล็ดที่อยู่ภายใต้การควบคุม

การวัดค่าในวงกลมปริศนาสองแห่งที่เกิดขึ้นใหม่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็ทำให้พบว่า มีกระแสไฟฟ้าหลงเหลืออยู่บนระดับผิวก้านของต้นพืชที่ล้มราบลง ทั้งนี้โดย ระดับการพับงอก้านต้นพืชนั้นมีขนาดสัดส่วนเดียวกันกับระดับของกระแสไฟฟ้าที่พบได้อยู่บนก้านพืชนั้นเอง
มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า ผนังที่เป็นรูในกลีบเนื้อเยื่อซึ่งเต็มไปด้วยเมล็ดพืชนั้น มีการขยายขึ้นอย่างผิดปกติ และตัวกลีบเนื้อเยื่อนั้นก็แสดงถึง การเพิ่มขึ้นของสภาพที่เหนี่ยวนำไฟฟ้า อันสอดคล้องกับการค้นพบระดับกระแสไฟฟ้าที่กล่าวไว้ข้างต้น

อนุภาคที่มีขนาดเล็กมากมองเห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่า ของธาตุเหล็กบริสุทธิ์ (สันนิษฐานว่าเป็นผงที่มากับดาวตก) ได้ถูกพบเจอในจำนวนสองในสามของวงกลมปริศนาจำนวน 32 แห่งที่มีการทดสอบตัวอย่างดิน
บางครั้งก็พบเจอ กลุ่มก้อนของอนุภาคแม่เหล็กรูปทรงกลมขนาดเล็กมากเหล่านี้ แต่บางครั้งก็เจอในรูปทรงกลมที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งติดอยู่ในเนื้อดินชิ้นเล็กๆ ก็จะมีส่วนมันวาว (เนื่องจากการละลายไปเป็นบางส่วนนั่นเอง) มาเคลือบผิวหน้าไว้หรือผลมปนกันไปด้วย

ตัวอนุภาคนั้นมักจะพบเจอว่าอยู่รอบๆ หรือข้างนอกเส้นรอบวงของวงกลมปริศนา ในลักษณะที่ว่า แรงเหวี่ยงจากจุดศูนย์กลางที่มาจากกระแสวนหมุนนั้นได้กระจายตัวอนุภาคไปสู่ขอบนอก แต่บางครั้งอนุภาคเหล่านี้ก็จะอยู่อย่างหนาแน่นในดินที่อยู่ตรงกลางของวงกลมปริศนา โดยมีจำนวนหนึ่งซึ่งตกหล่นออกนอกเส้นรอบวงกลม ขณะที่ในกรณีอื่น ตัวอนุภาคจะทับถมสะสมอยู่เป็นแนวเส้นตรง และโดยส่วนใหญ่มักจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้เข้าสู่เส้นรอบวง

หากวงกลมปริศนาเกิดจากระบบพลาสมา (พลาสมา คือ สถานะของสสาร ประกอบด้วยอนุภาคที่มีทั้งประจุบวกและลบในจำนวนที่เท่ากัน…/ผู้แปล) นี่ก็จะอธิบายได้ถึงการดึงดูดของอนุภาคผงแม่เหล็ก เพราะว่า พลาสมาจะหมุนวนรอบเส้นสนามแม่เหล็กโลก และทำให้เกิดสนามแ่ม่เหล็กในตัวมันเองขึ้นมา แต่รูปแบบการกระจายของผงแม่เหล็กที่แตกต่างนั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าพิศวงงงงวยอยู่ดี

การศึกษาการกระจายลำแสงเอ็กซเรย์ของแร่ธาตุดินเหนียวที่อยู่ในดินบริเวณวงกลมปริศนานั้น ได้ถูกจัดขึ้นโดยทีมงาน บีแอลที นับจากปีค.ศ. 1999 ถึง 2001 ด้วยความช่วยเหลือของนักวิทยาศาสตร์อิสระ ได้เปิดเผยว่า แร่ธาตุดินเหนียวพิเศษ (แร่อิลไลท์/แร่สเมกไทต์) ซึ่งมีลักษณะบอบบาง แต่จะแข็งขึ้นตามอัตราส่วนเมื่อเกิดการตกผลึก (อันหมายถึง การจัดเรียงอะตอมอย่างเป็นระเบียบยิ่งขึ้น) การตกผลึกที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่เคยได้ถูกรายงานมาก่อนว่าเกิดในส่วนของผิวหน้าดินด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเห็นเฉพาะในกรณีของหินตะกอน ซึ่งเกิดจากการระเบิดออกด้วยแรงกระแทกมหาศาลบนหินที่ถมทับกันอยู่ และถูกเผาจากความร้อนภายในโลก มาเป็นเวลานับร้อยนับพันปี

เห็นได้ชัดว่า หากแรงกดดันทางธรณีวิทยาได้ปรากฏขึ้นจริง ต้นพืชในวงกลมปริศนาก็คงจะถูกทำลายจนสิ้นซากไปแล้ว การเปลี่ยนเป็นผลึกนั้นจริงอยู่ว่า สามารถจะเกิดขึ้นได้จากความร้อนระดับสูงมาก (อย่างน้อย 6-8000องศาเซลเซียส เป็นเวลานานหลายชั่วโมง) แต่ความร้อนดังกล่าวก็จะเผาต้นพืชกลายเป็นเถ้าถ่านเลยทีเดียว

ต้นพืชในวงกลมปริศนาที่เป็นตัวอย่างนั้น ได้แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงที่ถูกบันทึกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว (กล่าวคือ การขยายยืดของข้อต่อของต้นพืช และการระเบิดเป็นรูกลวง) ที่มักพบในวงกลมปริศนานั้น ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทำให้เกิดการราบเรียบ แต่อย่างใด การเปลี่ยนแปลงของต้นพืช และการตกผลึกที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นเกิดขึ้นในสถานที่ที่เก็บตัวอย่างเดียวกัน เรื่องนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของต้นนั้น ก็ได้ทำให้ดินเปลี่ยนแปลงไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น พลังงานระดับสูงที่ใช้ในการทำให้เกิดผลกระทบต่อดินได้ขนาดนี้นั้น ก็น่าจะทำลายต้นพืชลงไปพร้อมกันด้วยเลย

ผู้เชี่ยวชาญทางแร่วิทยา ที่ได้เข้ามาร่วมทำการศึกษาด้วยนั้น ได้สรุปว่า พลังงานที่ยังไม่เป็นที่รู้จักต่อวงการวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนั้น ต้องมีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้อยู่ด้วย




Fig. 5.4 Geometric and nongeometrically downed crop in the same field.

บริเวณของทุ่งธัญพืชที่มีรอยราบเรียบนั้น ถูกขนานนามว่า ‘ที่พัก’ โดยชาวไร่ชาวนานั้น บัดนี้ได้ถือเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก และมักจะถูกให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการให้ปุ๋ยในจำนวนที่มากเกินไป และ/หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ภาพถ่ายทางอากาศก็มักจะมีภาพของบริเวณทุ่งไร่ที่แบนราบผิดปกติในรูปทรงเรขาคณิตรวมเข้ามาอยู่ด้วยเป็นประจำ แต่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่โดยทีม บีแอลที นั้น ก็คือ ทุ่งไร่ทีมีรอยแบนราบเป็นรูปภาพที่ไม่ใช่ทรงเรขาคณิตนั้นบางครั้ง ก็สามารถพบข้อต่อของต้นพืชที่คดงอและยืดขยายในแบบเดียวกับซึ่งพบได้ในวงกลมปริศนาที่มีรูปภาพเป็นทรงเรขาคณิต

เรื่องนี้ก็เหมือนกับจะบอกว่า แรงพลังที่ก่อตัวขึ้นเดียวกันนั้น มีความเกี่ยวข้องอยู่ด้วย แต่ในบางครั้ง แรงพลังดังกล่าวก็แสดงออกมาแบบยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ แทนที่จะมาในรูปแบบที่เป็นระเบียบ นั่นเอง



6. รายงานพยานผู้พบเห็นกับตา

มีรายงานหลายชิ้นเกี่ยวกับลำแสงรูปบอลกลม หรือ รูปแผ่นดิสก์ หรือ รูปแนวแถวยาว ไ้ด้ถูกพบเห็นเป็นประจำเหนือบริเวณของทุ่งไร่ที่เกิดวงกลมปริศนา ลำแสงลูกบอล มีขนาดที่ต่างกันออกไปนับจากขนาดเท่าไข่ไปจนถึงขนาดลูกฟุตบอล ซึ่งถูกพบเห็นว่า บินลอยอยู่เหนือวงกลมปริศนา โดยบางครั้งก็จะแกว่งตัวไปมาราวกับว่ากำลังตรวจสอบการก่อรูปภาพในวงกลมปริศนานั้นๆ

ในวิดีโอเทปสั้นๆอันหนึ่งซึ่งบันทึกไว้ได้ในเวลากลางวัน มีเหยี่ยวซึ่งบินโฉบพุ่งตรงมาที่ลำแสงลูกบอลที่มีลักษณะที่ค่อนข้างจะทึบแสง ต้องหันเหเปลี่ยนทิศทางในนาทีสุดท้ายเมื่อมันตระหนักได้ว่าแสงดังกล่่าวไม่สามารถที่จะกินได้ เครื่องบินเจ็ทของทหารและเฮลิคอปเตอร์ ได้เคยพยายามที่จะเข้าสกัดกั้นลูกบอลแสงนั้น ซึ่งก็ปรากฏว่าลูกบอลแสงก็กลับแสดงทีท่าเล่นด้วยกับผู้ที่ไล่ล่ามัน โดยบางครั้งก็ดับหายไปแล้วไปปรากฎตัวที่ด้านหลังของเครื่องบินที่ไล่ล่ามันแทน

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกจำนวนเป็นโหลพูดถึง ได้ยินเสียงรัวดังก่อนที่จะเกิดการก่อรูปวงกลม และในรายงานอื่นก็ได้ระบุถึงการหายไปอย่างทันทีของฝูงนกและฝูงแมลงที่ปกติจะปรากฏตัวในช่วงตะวันตกดิน
ในเดือนกรกฎาคม ปีค.ศ. 1989 เจ้าหน้าที่บีบีซี ได้บันทึกเสียงรัวดังซึ่งมีความถี่ระดับ 5.2 กิโลเฮริทซ์ ในวงกลมปริศนา เสียงดังอื่นๆที่ได้ยินในวงกลมปริศนาด้วย ก็ได้แก่ เสียงดังหึ่ง เสียงนกเล็กๆ เสียงดังฟ่อ และเสียงนกหวีดระดับสูง

ในหลายๆปีที่ผ่านไป มีคนจำนวน 70 คนได้พูดว่าพวกเขาได้ประสบพบเห็นกับตาในการก่อรูปร่างในวงกลมปริศนาต่างๆ เกือบทั้งหมดเป็นเฉพาะในวงกลมปริศนาที่มีรูปแบบง่ายๆเท่านั้น โดยแท้จริงแล้วไม่มีสักคนที่ได้เห็นกับตาถึงปรากฏการณ์ของรูปภาพสัญญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญระดับสูง พยานรู้เห็นเกือบทั้งหมดได้พูดถึงแรงพลังอันมหาศาลที่จำกัดเฉพาะในบริเวณ ซึ่งคล้ายๆสายลมที่กระทบกับทุ่งไร่ แล้วหมุนปั่นให้เกิดรอยราบเรียบด้วยความรวดเร็ว ภายในแค่ 10 ถึง 20 วินาที และมักจะเกิดในเวลาเช้าตรู่หรือย่ำค่ำ

ในปีค.ศ. 1931 เด็กชายและชาวไร่ที่เมืองเอสเซค สหราชอาณาจักร ได้เป็นพยานรู้เห็นการเกิดของวงกลมปริศนาที่สร้างขึ้นภายในไม่กี่วินาที ชาวไร่ผู้นั้นกล่าวว่ามันเป็น ‘การบิดเกลียวแห่งปีศาจ’ ลมบ้าหมูก็ถูกเหมาว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ที่คล้ายๆกันนี้ในบริเวณเดียวกันนี้ นับแต่ในปีค.ศ. 1830 เป็นอย่างน้อย
ในเดือนกรกฏาคมปีค.ศ. 1934 มีผู้หญิงคนหนึ่งได้เพ่งมองออกไปที่ทุ่งข้าวโพด เมื่อเธอได้ยินเสียงแตกเหมือนไฟประทุ และเห็นลมบ้าหมูอยู่กลางทุ่งไร่ หมุนวนปั่นตัวก้านและเมล็ดของต้นพืช แล้วพ่นกระจายขึ้นบนท้องฟ้าสูงในราวๆ 100 ฟุต

เธอพบเจอทุ่งข้าวโพดที่มีรอยราบเรียบทรงกลม ที่ร้อนจนจับต้องไม่ได้ ก้านของต้นพืชมีลักษณะที่ไข้วกัน หรือรอยถักเปียในบางกรณี ลมบ้าหมูเดียวกันนี้ได้สร้างวงกลมที่สอง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสี่เมตรในบริเวณหัวมุมของไร่เดียวกันนั้นเอง รอยถักเปีย หรือรอยเกลียวของการล้มราบลงของต้นพืชนั้น ก็เป็นที่พบเห็นได้เหมือนกันในวงกลมปริศนาใหม่ๆ

เย็นวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคมปีค.ศ. 1981 เรย์ บาร์น ได้เห็น ‘คลื่น’ หรือ ‘เส้น’ ที่เคลื่อนผ่านเหนือทุ่งธัญญพืชในเมืองวิลไชส์ หลังจากที่เคลื่อนผ่านข้ามทุ่งไร่เป็นแนวโค้งแล้ว แนวเส้นดังกล่าวก็ตกลงสู่พื้นและแผ่รัศมีทำให้เกิดวงกลมขนาด 75 ฟุตในทิศตามเข็มนาฬิกา แบบที่กวาดอย่างรวดเร็วสักประมาณสี่วินาที พร้อมทำให้เกิดเสียงดังแฉ่

ตัวท้องไร่ได้ล้มลงอย่างประณีต ราวกับว่าถูกตัดโดยเครื่องตัดขนาดยักษ์ แล้วต้นพืชก็ไม่มีลักษณะของการที่จะดีดตัวกลับมาได้อีกเลย ในเดือนมิถุนายนปีค.ศ. 1989 มีพยานรู้เห็นลูกบอลแสงสีส้มใบใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางในราว 30-40 ฟุต ได้เคลื่อนต่ำลงมาสู่ไร่ข้าวสาลีในประเทศอังกฤษ โดยส่วนล่างสุดมีลักษณะแบนราบ ราวกับว่ามันได้สัมผัสกับทุ่งไร่และพื้นดิน แล้วก็หายไปในเวลาสองสามวินาทีภายหลังการกระเด้งตัวหนึ่งครั้ง ในเช้าวันต่อมา วงกลมรูปวงแหวนก็ถูกพบในบริเวณเดียวกันนั้นเอง

แกรี่ และวิเวียน ทอมลินสัน ได้พบเห็นการเกิดของวงกลมปริศนาที่แฮมเบิลดัน เซอร์เรย์ ในเดือนพฤษภาคมปีค.ศ. 1990 โดยในเย็นวันหนึ่ง พวกเขาได้เดินผ่านทุ่งข้าวสาลีในเวลาที่ลมบ้าหมูได้เกิดขึ้น ซึ่งมองดูคล้ายหมอกที่ส่องแสงระยิบระยับ และมีเสียงดังกึกก้อง ลมในขนาดที่แรงมากได้ผลักพวกเขาไปข้างๆและขึ้นไปข้างบน พวกเขารู้สึกปวดเสียวและเส้นผมของพวกเขาก็ตั้งชันจนถึงโคนผม

ในเวลาเดียวกันท้งหมดนั่นเองที่ ลมได้หอบเอาพวกเขาขึ้นไปจากทางเดินพัดให้ตกเข้าไปสู่ในทุ่งไร่ วงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางสองเมตรได้ก่อรูปร่างขึ้นรอบๆตัวพวกเขา ภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยเกิดขึ้นในทิศทางนับจากศูนย์กลางวนออกไปข้างนอกในแนวทวนเข็มนาฬิกา แล้วลมบ้าหมูก็แยกออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกได้เคลื่อนในแนวฟันปลาออกไปไกลเหนือต้นข้าวสาลี ในขณะที่ส่วนที่สองได้ก่อรูปวงกลมที่สองในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นเอง มันดูเหมือนอุโมงค์โปร่งใสที่เปล่งแสงพุ่งตรงไปสู่ท้องฟ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ลมบ้าหมูที่มีขนาดเล็ก - กระแสวนที่เปล่งประกาย ขนาดราวสี่ฟุตในแต่ละด้าน - ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏขึ้นในวงกลมที่พวกเขายืนอยู่นั่นเอง พวกเขาถูกพัดหมุนเป็นก้อนเล็กๆอยู่รอบๆทุ่ง มุ่งหน้าสู่ขอบเส้นรอบวง แล้วลมดังกล่าวก็ค่อยๆล้มต้นข้าวสาลีลงและขยายรู็ปวงกลมให้ใหญ่ขึ้นๆทุกที เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณเจ็ดนาที พวกเขามีอาการเซื่องซึมและคลื่นไส้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์นับจากนั้น และวิเวียนก็มีอาการเยื่อแก้วหูแตกอีกด้วย

ในปีค.ศ. 1991 มาร์ติน โซน-รีเทล พร้อมครอบครัวของเขา ซึ่งได้เดินไปบนตามทางใกล้กับอิลฟอร์ด ในซัสเซคตะวันออก ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเจอแรงพลังที่มองไม่เห็น ซึ่งได้เคลื่อนเข้าไปสู่ทุ่งข้างเคียง และพัดให้เป็นรอยล้มราบเรียบเป็นวงกลมอย่างสวยงาม ภายในเวลาไม่เกิน 5 ถีง 10 วินาที





Fig. 6.1 Two formations at West Overton, Wiltshire (July 1993).
The large ring encircling the T-junction appeared first. Subsequently,
the long pictogram appeared, and gained another circle the next night.
Witnesses who were watching the field at about 2 am the night before the extra circle
appeared observed a white mist move slowly across the field containing the pictogram.
The next day the witnesses returned and saw that a new circle had been added (top of the photo).
The new circle had a standing centre of wheat stalks but, while they were examining this new addition, the plants in the centre suddenly twisted around themselves and went down.
Nothing was heard or seen to indicate what caused this.



ในคืนของวันที่ 7 เดือนมิถุนายน ปีค.ศ. 1999 หนุ่มชาวดัชท์ได้สังเกตุเห็นแสงสีขาวอมชมพูขนาดเล็กในท้องฟ้า ซึ่งได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้มาก ในเวลาไม่กี่วินาที มันได้เคลื่อนในแนวรูปทรงไข่ และบินร่อนโฉบเฉี่ยวอยู่ห่างราวสามเมตรเหนือพื้นดิน ในขณะที่ส่องแสงเอื่อยๆลงบนทุ่งไร่ อากาศในบริเวณรอบๆก็สั่นไหวราวกับว่าถูกความร้อน แล้วแสงนั้นก็ค่อยๆหรี่ลงและหายไปในที่สุด

ชายหนุ่มได้วิ่งเข้าไปในท้องท่ง แล้วพบเจอวงกลมปริศนาที่เพิ่งเกิดใหม่สดๆร้อนๆ เขาสังเกตุเห็นว่า ตัวทุ่ง เนื้อดิน และอากาศมีสภาพที่อุ่น ภายหลังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา วงกลมอันที่สองก็ได้ปรากฏขึ้นไม่ไกลจากอันแรก และในครั้งนี้ ก็มีผู้เห็นแสงสีอมน้ำเงินที่ส่องสว่างวาบ ซึึ่งดูเหมือนจะโผล่ขึ้นจากจุดตำแหน่งหนึ่งเหนือทุ่งนั้นเอง

จากการสำรวจพบว่า วงกลมอีกแห่งนึ่งก็ถูกพบ ซึ่งก็มีสภาพที่อุ่นๆเช่นกัน





Fig. 6.2 Tawsmead Copse, Alton Priors, Wiltshire, 9 August 1998.
Two women saw luminosities spiralling over the field where this formation was found the next morning.
Four independent witnesses, from a different vantage point, saw a light split into three and move around the field;
in the moonlight they could make out a shape appearing in the field (Thomas, p. 71).


ในเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1991 มีชายผู้ได้ยินเสียงดังหึ่งในระดับเสียงที่สูง และเห็น ‘ยาน’ รูปร่างคล้ายระฆังสีเงินที่ลอยอยู่นิ่ง และฉายกระแสวนขดเป็นวงของแสงคล้ายแสงออร่า ขึ้นในท้องไร่และทำให้เกิดวงกลมปริศนาขนาด 29 ฟุต เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันและใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที

ในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ. 1996 สามีภรรยาคู่หนึ่งก็ต้องแปลกใจกับเสียงดังหึ่ง พวกเขาได้เดินออกไปจากบ้านในเวลาเที่ยงคืน และเห็นแสงมีสี หมุนขึ้นไปสู่ท้องฟ้าดำสนิท เหนือทุ่งตะวันออก (ยุ้งฉางอัลตัน)
20 นาทีต่อมา แสงดังกล่าวก็ได้หนาแน่นขึ้นกลายเป็นวัตถุก้อนหนึ่ง ซึ่งไ้ด้แผ่รังสีแสงสีขาวพุ่งเข้าใสทุ่งไร่

ห้าชั่วโมงต่อมา วงกลมปริศนาที่ทำเป็นสัญญลักษณ์ของ ‘ดีเอ็นเอ’ ก็ได้ถูกค้นพบ





Fig. 6.3 The ‘DNA’ formation, Alton Barnes, Wiltshire, 17 June 1996.

ในปีค.ศ. 1996 ไม่ไกลนักจากหน้าผาขาของโดเวอร์ ชายผู้หนึ่งได้เห็น ‘ลำท่อใสโปร่งแสง’ ร่อนลงมาจากท้องฟ้า และด้วยฝนที่ตกก็ได้เบี่ยงเบนออกจากผิวหน้าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งวัวควายใกล้ๆ ‘ก็ดูเหมือนว่าทำให้ตกตะลึงงัน’ ด้วยเสียงดังฟ่อ ลำท่อดังกล่าวก็ได้สร้างวงกลมปริศนาขึ้นบนสนามหญ้าในที่สุด
ในปีค.ศ.1990 ชาวไร่ซึ่งกำลังดูแลไร่ตัวเองอยู่นั้น ก็แทบไม่เชื่อเมื่อพบว่าตัวเองยืนอยู่ห่างในระยะ 10 ฟุตนับจากลำท่อ หนา 3 ฟุต ซึ่งหมุนรอบตัวเองอยู่ ส่วนลำท่อซึ่งตั้งตรงก็ได้กระเด้งที่พื้นและหยุดลงเหนือใกล้พื้นดิน ในขณะที่อันอื่นได้ผุดเพิ่มขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน

ลำท่อดังกล่าวได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แล้วการเคลื่อนไหวแบบหมุนวนก็ปรากฏขึ้นในทุ่งไร่
ในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ. 2001 แนนซี่ ทอลบอต และ โรเบริ์ต แวน เดน โบรกี้ได้เห็นกลุ่มลำท่อสามอันที่มีแสงสีขาวสวยงาม มีเส้นผ่าศูนย์กลางราวแปดนิ้วถึงหนึ่งฟุต ได้ส่องแสงวาบมาจากท้องฟ้าส่งถึงพื้นดิน ภายในเวลาหกวินาที ซึ่งได้ทิ้งไอน้ำรูปวงรี ที่มีส่วนห้อยท้ายรูปตัวที ในไร่ถั่วชาวดัชท์

ในวันที่ 11 เดือนกรกฎาคม ปีค.ศ. 1996 ชายผู้หนึ่งได้มาปรากฏตัวพร้อมวิดีโอเทปซึ่งเขาระบุว่าได้ถ่ายเอาไว้เมื่อเช้า ในระหว่างเฝ้าสังเกตุการณ์ทุ่งไร่ ใกล้ปราสาทโอลิเวอร์ ซึ่งเป็นป้อมปราการที่วิลไชส์ มันได้แสดงถึง รูปสัญญลักษณ์ ‘เกล็ดหิมะ’ ในขณะที่ลูกบอลแสงได้หมุนวนอยู่เหนือศรีษะ คลิปวิดีโอได้กระตุ้นการวิจารณ์อย่างรุนแรงในหมู่ผู้วิจัยเรื่องวงกลมปริศนา โดยกลุ่มหนึ่งได้ยืนยันว่าการทำสัญญลักษณ์ในท้องทุ่งนั้นเกิดจากน้ำมือมนุษย์และวิดีโอดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทำปลอมขึ้นมา และยังอ้างว่าได้รับรู้คำสารภาพจากบุคคลที่สร้างเรื่องขึ้น ในขณะที่คนอื่นๆยังคงคิดว่าวงกลมปริศนาทั้งสองต่างก็เป็นของจริง

ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร อย่างน้อยที่สุดวิดีโอก็เป็นภาพตัวอย่างที่ดีถึงการที่มีพยานหลายคนได้อธิบายรายละเอียดให้ฟังมาก่อนหน้านั้นแล้ว


7. ผลกระทบที่ผิดปกติ

มีรายงานมากมายเกี่ยวกับการที่อุปกรณ์เครื่องจักรและไฟฟ้า เกิดความเสียหายขึ้นเมื่ออยู่ในทุ่งปริศนา การทำงานผิดปกติของกล้องถ่ายรูป และถึงแม้ว่าจะทำงานในบางครั้ง แต่รูปที่ถ่ายออกมาก็จะ มีแสงจ้าบ้าง เป็นริ้วรอยแสงบ้าง มีรอยเปื้อน หรือ ดำมืดไปหมด อุปกรณ์ถ่ายวิดีโอก็ใช้การไม่ค่อยได้ และมักจะเก็บภาพที่แทรกแซงรบกวนอย่างมาก แบตตารี่หมดเป็นเรื่องที่พบบ่อยมาก และแม้แต่อันที่เพิ่งอัดไฟมาใหม่ๆก็ตายได้ โทรศัพท์มือถือมักจะใช้ไม่ได้ในบริเวณท้องทุ่ง แต่กลับใช้ได้ดีอีกครั้งเมื่อเอาออกไปใช้ข้างนอกทุ่งปริศนา

รอยเก็บเกี่ยวพืชผลในรูปของเกล็ดหิมะที่มิวฮิว (รูปภาพที่ 3.12) ที่เมืองวอร์มินสเตอร์ ระบบไฟฟ้าของรถแทรกเตอร์ทั้งหมดล้มเหลวไปชั่วขณะเมื่อผ่านจุดกลางของวงกลมปริศนา แต่กลับมาทำงานได้เมื่อถูกลากออกไปจากวงกลมนั้นๆ อีกกรณีหนึ่งก็คือ รถแทรกเตอร์ถูกยึดไว้ด้วย ‘กระแสไฟสถิตย์ที่ปล่อยออกมาเป็นประกายทั่วบนตัวรถ’ วันต่อมา วงกลมปริศนาก็ปรากฏขึ้นในบริเวณเดียวกันนั้นเอง ชาวไร่รายงานอีกด้วยถึงการที่ยางล้อที่อยู่ในสภาพดีเยี่ยมกลับแบนลงเมื่ออยู่ในวงกลมปริศนา

เช้าหลังปรากฏการณ์ของ ‘วงล้อแห่งเปลวเพลิง’ (รูปภาพที่ 9.2) สำนักข่าวบีบีซีได้สัมภาษณ์ทางวิทยุ ภายในบริเวณที่เกิดภาพดังกล่าว ปรากฏว่าเทปบันทึกได้เดินไปด้วยความเร็วสูงจนหยุดไป แต่เมื่อการสัมภาษณ์ได้ดำเนินไปเมื่อห่างออกมาจากทุ่งปริศนาในราว 50 หลา อุปกรณ์ก็กลับทำงานเป็นปรกติอีกครั้ง การทดสอบนี้ได้ทำซ้ำอีกครั้งภายในทุ่งปริศนา แล้วปัญหาทางเทคนิคก็มีขึ้นอีก ภายหลังในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากจากสถานีไอทีวี บริสทอล ได้มาถึง แต่ระบบเสียงกลับยุ่งเหยิงจนกบันทึกเกือบทั้งหมดนั้น ไม่สามารถออกอากาศได้ในค่ำวันนั้น

เข็มทิศแม่เหล็กทำงานไม่สม่ำเสมออยู่บ่อยครั้ง เมื่ออยู่ในทุ่งปริศนา และเมื่ออยู่เหนือทุ่งฯโดยตรง พยานหลายคนรายงานกับทีวีว่า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เืตือนควันไฟและความปลอดภัย นั้น ถูกรบกวน หรือไม่ก็ทำงานผิดปกติ ในระหว่างคืนที่เกิดทุ่งปริศนาในบริเวณใกล้เคียง คืนก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ภาพหน้าจั่วใกล้ปราสาทบาเบอรี่ (รูปภาพที่3.6)ในปีค.ศ. 1991 ชาวบ้านใกล้หมู่บ้านบรอตัน ประสบกับภาวะไฟฟ้าดับ และหลายคนรายงานว่าลูกไฟที่มีสีสรร ได้ลอยอยู่เหนือทุ่งที่เกิดปรากฏการณ์ในเวลาต่อมา พร้อมๆกับได้ยินเสียงดังครืนๆต่ำๆอีกด้วย

นาฬิกาข้อมือและนาฬิกาแขวน มักจะเดินเร็วขึ้นหรือช้าลง เมื่ออยู่ในทุ่งปริศนา นักเขียนบางคนได้เห็นกับตาว่า ‘เวลา’ ช้าลงหรือเร็วขึ้น และเชื่อว่าทุ่งปริศนามีความเกี่ยวพันกับ ‘การบิดเวลา’ ‘การบิดช่องว่าง’

การบิดเบือนด้านภาพถ่ายได้กลายเป็นการกล่าวหา เป็นไปได้ที่ พลังผิดปกติและสภาวะแวดล้อมสามารถมีผลต่อพฤติกรรมของ นาิฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวน กล้องถ่ายรูป และไฟฉาย แต่การบิดเบือนแนวคิดอย่างในเรื่อง การบิดงอของช่องว่างและเวลา นั้นนับได้เป็นแค่นามธรรมทางคณิตศาสตร์ และอธิบายอะไรไม่ได้เลย ยังมีกรณีของลูกตุ้มที่ถูกผลักเบี่ยงไป 15 ถึง 20 องศาจากแนวตั้ง โดยพลังที่ไม่สามารถระบุได้ เมื่ออยู่ในจุดกลางของทุ่งปริศนา

ผลกระทบของทุ่งวงกลมปริศนากับมนุษย์นั้นมีหลากหลาย หลายคนสัมผัสถึงการรับรู้ขั้นสูง ความปิติยินดี และความสงบสุขภายในทุ่งปริศนา และมีหลายคนได้รับการเยียวยาทางใจ แต่ในทุ่งปริศนาบางแห่ง มีคนที่ประสบกับอาการคลื่นไส้ ปวดหัว งุนงงสับสน ผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนมีอาการเลือดไหลที่ผิดปกติ ขาดความชัดเจนทางอารมณ์ และความอิดโรยอ่อนล้าอย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม ทั้งผลที่เกิดทั้งบวกและลบนั้น ก็พบเจอในทุ่งปริศนาที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วย ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแยกแยะปัจจัยทางจิตใจออกจากปัจจัยทางวัตถุ (นับจาก ยาฆ่าแมลงที่ตกค้าง ไปจนถึง พลังงานที่ไม่ธรรมดา)

สัตว์นั้นต่างจากมนุษย์ ในแง่ที่ว่า จะไม่หวั่นไหวไปกับคำแนะนำ แต่มีอยู่หลายรายที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เมื่ออยู่ หรือเข้าใกล้ทุ่งปริศนา สุนัขหลายตัวจะปฏิเสธที่จะเข้าไปในทุ่งปริศนาในบางครั้ง ขณะที่ตัวอื่นๆก็จะตื่นตระหนกประสาทเสีย หรือควบคุมไม่ได้ เมื่อเข้าไปในทุ่งปริศนา และบางตัวก็จะมีอาการป่วยหลังจากนั้น สุนัขตัวอื่นๆก็แสดงปฏิกริยาไม่ต่่างไปจากนี้สักเท่าไหร่เช่นกัน ก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ทุ่งปริศนา สุนัขมีอาการว่ารับรู้โดยการเห่าไม่หยุดหย่อนในช่วงเช้าตรู่ และมีอยู่กรณีหนึ่งที่ว่า สุนัขเลี้ยงแกะพยายามที่จะกัดประตูเนื้อไม้หนาๆเพื่อให้ทะลุเป็นรูออกไป

ในบางครั้ง แพะจะพยายามออกไปให้ไกลจากทุ่งที่เกิดวงปริศนามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ม้าอาจจะไม่ยอมเดินผ่านข้ามขอบวงของทุ่งปริศนา หรือไม่ก็จะแตกตื่นเมื่อเข้าใกล้ ฝูงห่านถูกสังเกตุเห็นว่าจะแตกกลุ่มกันเมื่อเข้าไปในทุ่งปริศนา และกวางก็ถูกพบเห็นว่าได้พยายามหลีกเลี่ยงทุ่งปริศนาที่อยู่ปิดเส้นทางการล่าสัตว์

นก ก็เช่นเดียวกัน มักจะพยายามอยู่ให้ไกลจากทุ่งปริศนาของจริง แม้ว่าสำหรับนกแล้วการที่พืชล้มลงจะทำให้ง่ายต่อ
การหาเมล็ดก็ตาม





8. เรขาคณิต

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1990 นักดาราศาสตร์ เจอรัลด์ ฮอกิ้น (เสียชีวิตในปีค.ศ. 2004) ค้นพบว่า สัดส่วนระหว่างพื้นที่ หรือเส้นผ่าศูนย์กลางของชิ้นส่วนที่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปวงกลมปริศนานั้น จะวนเวียนอยู่กับตัวเลขเหล่านี้คือ 2, 4, 5, 7, 9, 11 และ 12 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ในการสร้างสัดส่วนของระบบเสียงคู่แปด ซึ่งแสดงถึงความถี่ของตัวโน๊ตสีขาวบนคีย์บอร์ดเปียนโน

จากการวิเคราะห์ในเรื่องสัดส่วนดังกล่าวกับวงกลมปริศนาจำนวน 25 แห่ง เขาคำนวณได้ว่า มีโอกาสแค่ 1 ใน 400,000 ที่วงกลมปริศนาจะเกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ นอกจากการที่นกร้องหรือปลาวาฬส่งเสียงแล้วล่ะก้อ สัดส่วนระบบเสียงคู่แปดดังกล่าวนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย ฮอกิ้นได้สรุปว่า รูปแบบของวงกลมปริศนานั้นแสดงให้เห็นถึง ความสามารถทางคณิตศาสตร์ในระดับสูงของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา เขาเขียนถึง ดั๊กและเดฟ เพื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงใช้สัดส่วนดังกล่าว แต่ไม่เคยได้รับคำตอบใดๆ

ฮอกิ้น ค้นพบอีกว่า สัดส่วนทั้งหลายสามารถถูกแสดงในรูปแบบของสูตรทางคณิตศาสตร์ทั้งสี่ข้อ ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของหลักการเรขาคณิตแบบอุดมคติ แม้ว่าสัดส่วนที่กล่าวถึงจะไม่มีในงานเรขาคณิตอุดมคติก็ตามที เขายังพบ สูตรทางคณิตศาสตร์ข้อที่ห้า ซึ่งสามารถเป็นรากฐานให้กับสูตรทั้งสี่ก่อนหน้านี้ เขาท้าทายให้ผู้อ่านข่าวสารทางวิทยาศาสตร์และครูคณิตศาสตร์ หาสูตรคณิตศาสตร์ของเขาให้เจอ โดยให้ความผกผันเพียงสี่อย่าง แต่ก็ไม่มีผู้ใดทำได้ ในกรกฎาคม ปีค.ศ. 1995 เรื่องราวของสูตรคณิตศาสตร์ดังกล่าวก็ถูกบันทึกไว้ในวงกลมปริศนา ‘แรงหมุน’ ที่ทุ่งลิชท์

สูตรคณิตศาสตร์ที่ห้า ได้รวมถึง วงกลมที่มีศูนย์กลางซึ่งอยู่ที่ข้างๆของสามเหลี่ยม และเมื่อสามเหลี่ยมเปลี่ยนรูปร่าง มันจะทำให้เกิดสัดส่วนเรขาคณิตที่พิเศษสุดขึ้น









Fig. 8.1 Hawkins’ five theorems:
1. tangent theorem, 2. triangle theorem,
3. square theorem, 4. hexagon theorem,
5. general theorem, where expanding and contracting concentric circles give all the diatonic ratios.

เป็นเรื่องยากที่จะสร้างรูปแบบวงกลมปริศนาที่อยู่บนพื้นฐานของสูตรคณิตศาสตร์ ในเวลาค่ำมืด แต่ผู้สร้างก็สามารถทำมันได้โดยมีความผิดพลาดแค่ 1% งานของฮอกิ้น ถูกตีพิมพ์ในช่วงต้นของปรากฏการณ์พิศวงดังกล่าว แต่เขาก็ยังพบว่าในเวลาต่อมา มีรูปแบบวงกลมปริศนาที่เกิดขึ้นโดยใช้สัดส่วนคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้นไปอีก





Fig. 8.2 The positions and sizes of all the elements of this crop formation (Oud-Beijerland, the Netherlands, 1998)

are harmoniously related to one another and/or to the tramlines, in accordance with Hawkins’ theorems.

Flattened crop is coloured yellow. (Janssen, 2004, pp. 83-4; Haselhoff, pp. 61-3)



การประกอบขึ้นในรูปต่อไปนี้ แสดงถึง รูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนอย่างสูง ซึ่งแฝงตัวไว้ในวงกลมปริศนารูปแบบทันสมัยในหลายๆแห่ง






Fig. 8.3 The 1994 ‘Web’ (fig. 3.9) is based on fivefold geometry.

Two pentagrams fit perfectly into the formation (Jansen, pp. 77-80).




Fig. 8.4 Melick, the Netherlands, 18 July 1997.
Threefold, fourfold, fivefold, and sixfold geometry are hidden between the circle and its three successive rings
(Janssen, pp. 22-3; Haselhoff, pp. 64-7).







Fig. 8.5 Sunflower, Woodborough Hill, Wiltshire, 13 August 2000,
made out of 308 triangles of standing crop.
It is composed of 44 spirals based on phi (φ) or the golden mean (ratio 1:1.618),
a spiral that is difficult to draw, even on paper (Silva, p. 111).

ถ้าศึกษาภาพของวงกลมปริศนาโดยละเอียดแล้วจะพบว่า เส้นสายที่กว้างราวหนึ่งฟุตนั้น มักจะพบอยู่เสมอภาย่ใต้โครงสร้างของวงกลมทั้งหลาย ซึ่งดูเหมือนจะมีทิศทางที่แตกต่างกันไป และดูคล้าย ‘เส้นสายการก่อสร้าง’ เป็นที่แน่ชัดว่า เส้นสายเหล่านี้ถูกจัดวางไว้โดยผู้ที่มีภูมิความรู้ แต่ก็มิได้หมายความว่า เป็นรูปแบบที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ผู้ใช้อุปกรณ์เครื่องจักรแต่อย่างใด น่าสนใจที่ว่า เส้นร่่างนำทางที่ต้องมีใช้ เพื่อการสร้างรูปวงกลมต่างๆเหล่านั้นบนภาพร่างกระดาษนั้น กลับหายไปในบริเวณส่วนที่ต้นพืชมิได้ล้มลงไป

ภาพต่อไปนี้แสดงถึง ส่วนของเส้นสายที่เป็นส่วนประกอบของโครงสร้าง ที่สามารถลบทิ้งได้ในกระดาษ แต่ไม่ใช่ในทุ่งวงกลมปริศนา



Fig. 8.6 One of the first crop circles based on sevenfold geometry appeared
at Tawsmead Copse, near Alton Barnes, Wiltshire, 9 August 1998 (fig. 6.2).
The white lines in the diagram on the left represent the construction lines found in the actual formation.
The diagram on the right shows the same formation but with all the heptagrams and heptagons needed to reconstruct it.
In other words, only two of the many heptagrams and heptagons were present in the final design (Janssen, pp. 66-72).




Fig. 8.7 Final stage in Bert Janssen’s reconstruction of the ‘dolphins’ formation,
Barbury Castle, Wiltshire, 23 July 1999 (pp. 47-9); for photo, see below.
Two triangles are absolutely necessary to align and construct the crescents, but both are missing in the final design.







9. พวกชอบเล่นตลก หรือผู้ที่ชอบทำลายชื่อเสียงผู้อื่น

ในบรรดาทั้งหมดของความผิดพลาดของสื่อต่างๆ ที่ได้ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด อันเกิดจากความลำเอียงและความคิดด้านลบในเรื่องปรากฏการณ์วงกลมปริศนาทั้งหลายนั้น ที่แย่ที่สุดก็คือ การให้ความสำคัญกับเรื่องราวมากมายของพวกที่ชอบเล่นตลก มากกว่าเรื่องการสำรวจอย่างจริงๆจังๆ

นักวิจัยวงกลมปริศนา ในบางครั้งก็ถูกชักชวนให้ไปที่วงกลมปริศนาปลอมๆ และเมื่อมีใครตกหลุมพลางไปประกาศปรากฏการณ์วงกลมปริศนาว่าเป็นของจริง ก็จะถูกนำมาใช้ล้อเลียนปรากฏการณ์ของจริงอื่นๆทั้งหมดไปด้วย เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า เมื่อคนเราถูกหลอกด้วยไข่มุกปลอม ก็จะทำให้เชื่อกันว่าไข่มุกแท้นั้นไม่มีอยู่จริง

นักวิจัย เอลโจ้ ฮาเซลฮอฟ ครั้งหนึ่งเคยถูกสัมภาษณ์ภายในวงกลมปริศนา บางส่วนของการสัมภาษณ์ดำเนินไปในลักษณะดังนี้
คำถาม: คุณคิดว่านี่เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ธรรมชาติทั่วไปหรือไม่
คำตอบ: ไม่น่าจะเป็นไปได้ รูปแบบดูซับซ้อนเกินไปและไม่เหมือนอะไรที่เราเคยเห็นมาในธรรมชาติ
คำถาม: เป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์สร้างขึ้น
คำตอบ: แน่นอน
ฮาเซลฮอฟ ได้พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดอะไรอย่างเจาะจงเกี่ยวกับการเกิดวงกลมปริศนาว่าอันไหนเป็นของแท้ ในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ ชายหนุ่มสามคนที่ได้ร่วมมือกับเจ้าของที่สร้างวงกลมปริศนาขึ้น ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และฮาเซลฮอฟก็ได้แสดงความยินดีในความพยายามของพวกเขา

นี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดเตรียมเอาไว้ก่อน ดังนั้นการสัมภาษณ์จึงถูกตัดต่อก่อนที่โปรแกรมจะถูกถ่ายทอดออกไป เพื่อที่ว่า ฮาเซลฮอฟ จะถูกนำเสนอให้เห็นว่าพูดตรงข้ามกับสิ่งที่เขาได้พูดเอาไว้จริง
คำถาม: เป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์สร้างขึ้น
คำตอบ: ไม่น่าจะเป็นไปได้ รูปแบบดูซับซ้อนเกินไปและไม่เหมือนอะไรที่เราเคยเห็นมาในธรรมชาติ

พวกชอบทำลายชื่อเสียงเรื่องวงกลมปริศนาบางคนก็หันไปทำการก่อกวน โดยในเหตุการณ์หนึ่ง มีตะไบเหล็กถูกโรยเอาไว้บนก้านพืชที่หักลงที่อยู่ในวงกลมปริศนา ซึ่งภายหลังการวิเคราะห์ทางเคมีแล้วทำให้กลายเป็นเรื่องตลกไป เล่ห์เหลี่ยมที่ไม่รอบคอบและดูสิ้นหวังเหล่านี้ น่าจะบอกเราได้ถึงความไม่มั่นใจของพวกก่อกวนเหล่านั้น

และยังมีกรณีที่ พวกชอบก่อกวนได้ทำหลุมปักเสาในวงกลมปริศนาที่น่าจะเป็นของแท้ เพื่อทำให้ดูเหมือนว่าเป็นน้ำมือของมนุษย์แทน

ปฏิบัติการตรวจควบคุมวงกลมปริศนานั้น ถูกเรียกชื่อว่า ปฏิบัติการนกดำ ซึ่งถูกจัดให้มีขึ้นโดย คอลลิน แอนดรู และแพท เดลกาโด โดยมีขึ้นในกรกฎาคม ปีค.ศ. 1990 ใกล้ปราสาทบราทัน ที่ซึ่งมีวงกลมปริศนาปรากฏขึ้นอยู่หลายแห่งด้วยกัน ที่ดินนั้นเป็นของกระทรวงป้องกันประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ทางทหารสองนายพร้อมด้วยกล้องไฮเทคไว้ใช้ในปฏิบัติการดังกล่าว

ในคืนที่สองนั้น แอนดรูได้รับโทรศัพท์บอกว่ามีวงกลมปริศนาได้เกิดขึ้นและถูกถ่ายทำเป็นฟิล์มภาพยนตร์ และแม้ก่อนที่จะไปสำรวจวงกลมปริศนานั้น เขาก็ไม่ฉลาดเลยที่ไปประกาศต่อสื่อมวลชนว่าวงกลมปริศนานั้นเป็นของจริง หลังจากการตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นฝึมือของมนุษย์ กระทั่งเกมส์บอร์ดและตัวเบี้ยเล่นก็ยังถูกพบว่าทิ้งอยู่ในบริเวณใจกลางของวงกลมปริศนา ทำให้สงสัยได้ว่าน่าจะเป็นฝึมือของวัยรุ่น

หลักฐานต่อมาก็ทำให้สรุปได้ว่ารัฐมนตรีป้องกันประเทศอังกฤษ ได้มีคำสั่งให้สร้างสิ่งเลียนแบบเหล่านั้นขึ้นมา เพื่อที่จะล้มล้างความน่าเชื่อถือของปรากฏการณ์พิเศษและนักวิจัยทั้งหลาย สิบวันหลังจากการปลอมวงกลมปริศนาได้เกิดขึ้น วงกลมปริศนาของจริงก็ได้ปรากฏขึ้นที่ทุ่งไปทางใต้ของปราสาทบราทัน ในลักษณะของการแกว่งเป็นเวลาไม่เกิน 15 วินาที แต่วิดีโอเทปก็ถูกเอาออกไปจากตู้ที่ล๊อคไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นการกระทำของใคร

ภายหลังทันทีในกรณีของ ดั๊กและเดฟ ในปีค.ศ. 1991 นั้น พวกชอบเล่นตลกก็เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก สองสามปีถัดมา เราก็ได้เห็นการเลียนแบบมากมาย รวมถึง รูปหน้ายิ้ม ภาพต่อจุด คำหยาบคาย และรูปอวัยวะเพศชาย นับแต่นั้น พวกชอบเล่นตลกหลายกลุ่มก็พัฒนาทักษะการสร้างวงกลมปริศนายิ่งขึ้นไปอีก แต่แม้ว่าจะใช้ความพยายามเพียงใด วงกลมปริศนาที่พวกเขาทำขึ้นก็ขาดความซับซ้อนในรายละเอียดอยู่ดี พวกชอบเล่นตลกอาจจะมีฝีมือปราณีต แต่ก็ขาดซึ่งสัดส่วนเรขาคณิตที่กลมกลืมกัน และดูเหมือนว่า พวกชอบเล่นตลกมักจะมองข้ามรายละเอียดทางเรขาคณิต ซึ่งพบได้ในวงกลมปริศนา อย่างกับว่าบังเิอิญหรือไม่ได้ให้ความสำคัญไป

นอกจากนี้ พวกชอบเล่นตลกก็ไม่สามารถที่จะทำขึ้นมาใหม่ซึ่งสิ่งผิดปกติทางชีวภาพซึ่งพบได้ในวงกลมปริศนาที่เป็นของจริง ยกตัวอย่างเช่น ก้านพืชหักททีมีตุ่มขยายออกและมีรูระเบิดออกมา วงกลมปริศนาที่เกิดจากฝีมือมนุษย์จะมีลักษณะของการใช้น้ำหนักกดทับลงไปทำให้ต้นพืชหักล้มและเกิดความเสียหาย แต่ในวงกลมปริศนาของแท้ เมล็ดพืชยังปรากฏอยู่ดีบนต้นพืชและดูเหมือนจะเติบโตตามปกติอีกด้วย

ปัญหาใหญ่อีกเรื่องก็คือ เวลาที่มีสำหรับการสร้างลวดลายนั้น แค่เพียงการร่างภาพรูปแบบซับซ้อนบางอันบนกระดาษ ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากมายอยู่แล้ว แต่การทำให้เกิดลวดลายนั้นบนทุ่งไร่นั้น ต้องอาศัยการวัดระยะอย่างมโหราฬ เ้จ้าหน้าที่สำรวจทาง ได้ประเมินให้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียวที่จะขีดลวดลายละเอียดเหล่่านั้นบนพื้นที่จริง แต่อย่างที่ทราบกัน วงกลมปริศนากลับเกิดขึ้นเพียงในเวลาชั่วข้ามคืน และส่วนที่สร้างเสร็จเพียงครึ่งเดียวหรือถูกละทิ้งไปก็มีเป็นจำนวนน้อยมาก แม้ว่าทุ่งไร่ในทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษนั้นจะมีลมพัดผ่านทุกวันตลอดฤดูกาลของการเกิดขึ้นของวงกลมปริศนา ก็ตาม

วงกลมปริศนารูป เสาหินจูเลีย (รูปภาพที่ 3.11) ได้ปรากฏขึ้นภายในเวลา 15 นาที พยานได้รายงานว่่าเห็นวงกลมปริศนาก่อรูปขึ้นภายใน 20 วินาที และอาจเป็นได้ที่กระบวนการทำลวดลายซับซ้อนดังกล่าวจะใช้เวลาเพียงเท่านั้น แต่กระนั้น ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการเตรียม (และด้วยเครื่องมือประเภทไหน) ก็ยังคงไม่มีใครรู้ได้

ลวดลายบนท้องทุ่งหลักๆหลายแห่ง ที่มีความเหมือนกันยังกับแกะในบางครั้ง ก็ได้ถูกบันทึกไว้ว่า ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ภายในคืนเดียวกัน





Fig. 9.1 ‘Triple Julia Set’, Avebury Trusloe, Wiltshire, 29 July 1996.
196 perfectly graded circles spiral out from the centre and extend to a diameter of over 1000 ft.
Joining the centres of corresponding circles in each of the three arms
with three lines generates a series of equilateral triangles, spiralling, rotating
and expanding from the centre outwards with awesome precision.
A US surveying company stated that to mark out the Triple Julia Set
to this degree of accuracy would take three to five days,
adding two days for calculation time and another three if working at night.


Fig. 9.2 ‘Beltane wheel’, oil-seed rape, Silbury Hill, Wiltshire, 14 May 1998.
This 33-flame design appeared between 3 and 5 am. Its centre lies 20 feet into undisturbed crop.


การที่อ้างว่าเป็นผู้สร้างวงกลมปริศนานั้น ง่ายกว่าที่จะเป็นผู้ลงมือทำขึ้นเองจริงๆ พวกชอบเล่นตลกมักชอบอ้างว่าเป็นผู้ที่สร้างวงกลมปริศนาที่มีรายละเอียดซับซ้อนเหล่านั้น ทั้งที่จริงแล้วไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย ตัวอย่างเช่น คนพิเรนสามคนซึ่งเรียกตัวเองว่า ‘ทีมซาตานผู้สร้างวงกลม’ อ้างว่าเป็นผู้สร้างวงกลมปริศนาที่มีชื่อว่า เสาหินจูเลีย


พวกชอบเล่นตลก มักจะไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นฝึมือของพวกเขาเอง และในบางครั้งก็ลดความน่าเชื่อถือของตัวเองโดยการแสดงความไม่ยี่หร่ะต่อปัจจัยหลักๆที่มีอยู่ในการสร้างวงกลมปริศนาซึ่งพวกเขาบอกว่าเป็นผู้ทำขึ้นมาเอง


Fig. 9.3 Hoaxed ‘Flower of life’, Alton Priors, 1997.
Measuring errors have produced a total mess.

พวกชอบเล่นตลกเองก็ยังยอมรับว่า ปรากฏการณ์วงกลมปริศนาของแท้นั้นมีเกิดขึ้นจริง ควบคู่ไปกับการทำของปลอม บางคนยังบอกอีกด้วยว่าได้รับแรงบันดาลใจจากพลังงานที่สร้างวงกลมปริศนาของจริง บางคนก็มีประสบการณ์ได้ยินเสียงประหลาด และได้เห็นแสงออกมาจากทุ่งไร่อีกด้วย


ครั้งหนึ่ง เมื่อทีมงานได้กลับจากการไปตรวจดูวงกลมปริศนาที่พวกเขาได้สร้างขึ้นนั้น พวกเขาได้ค้นพบว่ามีวงกลมใหม่เกิดขึ้นในทุ่งเดียวกันนั้น และเห็นลูกแสงสีส้มส่องผ่านออกมาจากทุ่งไร่นั้น อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งได้เริ่มสร้างวงกลมปริศนาแล้วมีลูกแสงสองดวงปรากฏขึ้น และวิ่งไล่พวกเขาให้ออกไปจากทุ่ง และในบางครั้ง วงกลมปริศนาของเทียมก็จะถูกปรับรวมเข้าไปด้วยกันกับสัดส่วนเรขาคณิตที่น่าพิศวงที่่มีอยู่ในวงกลมปริศนาของจริง


ในฤดูร้อนปีค.ศ. 1991 เทอเรนซ์ มีเดน และหนึ่งในทีมงานของนักวิทยาศาสตร์ประเทศญี่ปุ่น ได้ลงภาคสนามภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัย โดยมีอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้แก่ เรด้าร์ เครื่องวัดความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ก วิดีโอถ่ายในเวลากลางคืน และเครื่องจับการเคลื่อนไหว และเมื่อท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยหมอก การก่อร่างวงกลมปริศนาได้เกิดขึ้น แต่ไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหนที่สามารถจะจับความเคลื่อนไหวของผู้บุกรุกเอาไว้ได้เลย เจ้าหน้าที่ทางทหารซึ่งประจำการที่หน่วยฝึกที่ซัลลิสเบอรี่ ก็รายงานว่าเคยพบเจอวงกลมปริศนาปรากฏขึ้นในบริเวณที่มีทุ่นระเบิดอีกด้วย


ในปีค.ศ. 1995 วงกลมปริศนารูปดาวห้าแฉกได้ปรากฏขึ้นที่ ที่พักนอกเมืองของผู้ประพันธ์ดนตรี แอนดรู ลอยด์ เวบเบอร์ ที่เมืองคิงสเคย์ แม้ว่าสถานที่จะมีทีมงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงก็ตามที และด้วยอุปกรณ์ตรวจจับและไมโครโฟนที่ครบครัน ทีมนักวิจัยพบว่าภาพรูปดาวห้าแฉกได้เกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที แต่ไม่มีผู้ใดถูกจับกุมว่าเป็นผู้สร้างรูปแบบดังกล่าว เวบเบอร์นั้นอยู่ในระหว่างวันหยุดพักร้อน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงได้โทรศัพท์บอกเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และเพราะเขาเชื่อว่าวงกลมปริศนาทั้งหมดนี้เป็นของปลอม เขาจึงโกรธแค้นและต้องการรู้ให้ได้ว่าพวกชอบเล่นตลกสามารถเข้ามาในที่ของเขาได้อย่างไร


เมื่อเขาถูกบอกว่า ดูเหมือนว่าไม่มีการเล่นตลกเกิดขึ้นแต่อย่างใด เขากลับระเบิดร้องไห้ออกมา




Fig. 9.4 The beautiful crop formation

that moved Andrew Lloyd Webber to tears – even though he never bothered to look at it.






Fig. 9.5 Complex design of crescents based on eight-fold geometry,
Ogbourne St. George, Wiltshire Downs, 15 June 2003.
As with the West Overton glyph (fig. 3.20), the plants were unusually laid:
in the central circle, a central spiral motion rotated outwards in eight movements, with stems barely touching the ground;
in between, the remaining plants appeared to have been gently pushed approximately 20 degrees from the vertical.
It was as if someone had simply brushed their hand lightly over the young wheat.
As the plants recovered, they rose in alternate segments along different nodes,
producing a ripple effect that seems to be unhoaxable.

เป็นที่ทราบว่า มีไม่กี่กรณีที่พวกชอบเล่นตลกจะถูกจับได้ในขณะกระทำการ มีเพียงชายคนเดียวที่ถูกจับจากการสร้างวงกลมปริศนา และเนื่องจากขาดหลักฐานที่จะใช้ในการตั้งข้อหา ชายดังกล่าวจึงถูกสั่งปรับเป็นเงิน 140 ปอนด์ ในปีค.ศ. 2001 หลังจากที่พลาดไปส่งแฟกซ์แบบร่างของเขาไปยังสถานีวิทยุยูเอส ทอล์คโชว์ ก่อนที่จะทำการสร้างวงกลมปริศนา

พวกเล่นตลกบางคนก็ได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากชาวไร่สำหรับ ‘ศิลปะบนทุ่งไร่’ และได้ให้เงินกับชาวไร่อีกด้วย




Fig. 9.6 In 1994 science-fiction writer Arthur C. Clarke
hired five artists to make a 90-ft, 10-petalled flower for a documentary debunking crop circles.
It took two days to make the small design in bright sunlight,
leaving every plant crushed and dozens of holes pockmarking the clay soil.
The above reconstruction by Freddy Silva (2002, p. 194) reveals
the discrepancies between the geometry on the ground (white) and that required by the pentagonal design (black).






Fig. 9.7 In 1998 the National Broadcasting Corporation (NBC) paid Team Satan to make a crop circle in New Zealand.
The finished result looked impressive from the air.
But the formation was harvested as soon as filming stopped, and not a single researcher was allowed to inspect the lay of the crop.
Ground photographs showed a mess of broken and crushed stems;
they were so revealing that they were quickly removed from the internet.
The above picture shows how the whole design fails to hit much of the triangular/hexagonal geometry
(Silva, p. 92).

รายการสารคดีเอ็นบีซี ไม่ได้แสดงให้เห็นถึง หรือแม้แต่ระบุได้ว่า พวกชอบเล่นตลกได้ใช้ แสงประดิษฐ์ แขวนห้อยจากอ้อยจำนวนสองเท่าของสี่สิบตัน และไม่มีการระบุไว้ก่อนว่า รูปแบบทั้งหมดถูกร่างแบบขึ้นด้วยเสาและเชือกก่อนที่จะถ่ายทำ ถึงแม้กระนั้นก็ตาม ต้องใช้เวลาถึงห้าชั่วโมงที่จะทำมันขึ้นมาได้ นานกว่าเวลาที่จะใช้ปกปิดความมืดในฤดูร้อนได้

ระดับของการเล่นตลกนั้นมีความผันผวนอย่างสูง ในปีที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ดูเหมือนจะมีจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัวของภาพยนตร์และสารคดีทั้งหลายที่เกี่ยวกับวงกลมปริศนาในปีค.ศ. 2002 โดยการประมาณจากนักวิจัยหลายๆคน ที่ว่าจำนวนเปอร์เซนต์ของการสร้างวงกลมปริศนาที่เป็นการเล่นตลกนั้นมีเป็นจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละฤดูนั้นมีความหลากหลายมาก นับจากที่เป็นการเล่นตลกจำนวนไม่กี่เปอร์เซนต์ไปจนถึงจำนวนวงกลมปริศนาที่เป็นของแท้นั้นมีไม่เพียงกี่เปอร์เซนต์ แต่จำนวนเปอร์เซนต์ของวงกลมปริศนาที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นน้ำมือของมนุษย์นั้นค่อนข้างจะมีจำนวนน้อยกว่ามากๆ โดยในปีค.ศ. 2004 14%ของวงกลมปริศนาทั่วโลกได้ถูกระบุว่าเป็นฝึมือของมนุษย์

อีกทั้งเป็นที่น่าสังเกตุว่า ลีเวนกู้ดและทีมงานได้พบความผิดปกติทางชีวภาพ ซึ่งไม่สามารถจะอธิบายไ้ด้ว่าเกิดจากเครื่องจักรกล จากจำนวน 90% ของ กว่า 300 แห่งของวงกลมปริศนาที่พวกเขาได้ทำการสำรวจ ซึ่งทั้งนี้รวมถึงรอยถางที่ซับซ้อนและรอยวงกลมที่เรียบง่าย

โชคร้ายที่มันเป็นไปได้เลยที่จะนำตัวอย่างจากทุกแห่งของวงกลมปริศนาไปทำการตรวจสอบหาความผิดปกติ เพราะจะเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากและมีค่าใช้จ่ายสูงมากในกระบวนการของขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวด




Fig. 9.8 West Kennett Long Barrow, Wiltshire, 10 August 2004.
National Geographic hired Team Satan to make this formation for another program debunking crop circles.
It took the three men five hours to make in broad daylight.
Their work was filmed by a time-lapse camera on a crane.




10. ปฏิกริยาตอบโต้จากมนุษย์
ในหลายกรณี ดูเหมือนว่าวงกลมปริศนาจะปรากฏขึ้นเพื่อตอบสนองคำร้องขอจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคล หรือความเห็นของบุคคลเหล่านั้น โดยที่พลังหรือสติปัญญาระดับสูง ซึ่งอยู่เบื้องหลังของปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่เหล่านี้ ดูจะรับรู้ หรือได้รับอิทธิพลจากความคิดหรือความเห็นของผู้คนเหล่านั้นด้วย


Fig. 10.1 One night in 1988 Colin Andrews asked silently for a Celtic cross
to appear as close to his home in southern England as possible.
The exact formation he had visualized appeared the next day in the closest unharvested field,
four or five miles from where he lived (Andrews, 2003, pp. 32-3).


วันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ.1992 สมาชิกจำนวน 18 คนของกลุ่มในสหรัฐอเมริกาผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว มีชื่อกลุ่มว่า ซีเอสอีทีไอ (CSETI) ได้จัดให้มีการทดลองภาคสนามโดยการที่พวกเขาได้ทำการฉายภาพโลโก้ของซีเอสอีทีไอ ให้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า และในท้องทุ่ง ภาพโลโก้ประกอบไปด้วยวงกลมสามวงที่อยู่ในรูปสามเหลี่ยม ปรากฏว่าสัญญลักษณ์เดียวกันนี้ได้ปรากฏขึ้นในทุ่งที่ปราสาทโอลิเวอร์ในวันถัดมา

การทดลองเข้าสมาธิบนสูงสุดของเขาวอลสตันเบอรี่ เวสซัสเซก เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1995 โดยเหล่าสมาชิกของการค้นคว้าเรื่องวงกลมทางตอนใต้ ก็ติดตามมาด้วยการปรากฏในค่ำคืนเดียวกันนั้นเองถึงวงกลมปริศนาในรูปทรงแบบเดียวกับที่พวกเขาได้ร่างขึ้น เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เฟลบริดจ์ ในเขตเดียวกันแต่ไม่ใช่ที่เดียวกันกับที่ได้รับการทำนายไว้

เมื่อนักทำภาพยนตร์ วิลเลี่ยม เกเซคกิ ได้มาถึงประเทศอังกฤษเพื่อเริ่มถ่ายทำหนังสารคดีเกี่ยวกับวงกลมปริศนา ชื่อ ถามหาความจริง (2002) เขาได้ร้องขอให้วงกลมปริศนาเกิดขึ้น ปรากฏว่า วงกลมปริศนาอันหนึ่งได้เกิดขึ้นข้างนอกข้างๆหน้าต่างห้องนอนของเขาในคืนเดียวกันนั้นเอง ในอีกกรณีที่เกิดขึ้น วิศวกรนักประดิษฐ์ ไมค์ เคอร์รี่ ได้ละการปฏิบัติการตรวจตรา ที่แบล็คแลนด์ วิลสไชร์ หลังจากที่เห็นวงกลมปริศนาก่อรูปขึ้นในทุ่งซึ่งเต็มไปด้วยการเฝ้าระวังรักษาการณ์ไว้ด้วยกล้องและสัญญาณเตือนอินฟาเรด ภาพวงกลมปริศนาได้ปรากฏขึ้นภายใต้กลุ่มหมอกเล็กๆ โดยปราศจากผู้บุกรุกที่จับต้องได้ เคอร์รี่ได้ทิ้งฐานและถามตัวเองว่าปรากฏการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นที่ไหน และเมื่อไหร่ก็ได้หรือไม่ เขาตื่นขึ้นในวันต่อมา และพบว่าวงกลมปริศนารูปแบบเดียวกันอย่างกับฝาแฝด ได้เกิดขึ้นด้านนอกข้างหน้าต่างห้องนอนเขานั่นเอง

ในวันหนึ่ง ขณะที่บินอยู่เหนือตอนใต้ ประเทศอังกฤษ นักบิน บัสตี้ เทเลอร์ ได้บอกกับ คอลิน แอนดรู ว่า เขาอยากจะเห็นวงกลมปริศนาที่รวมรูปแบบทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว และแล้วปรากฏการณ์ที่เขาร้องขอนั้นก็เกิดขึ้นจริงในวันถัดมานั่นเอง ในจุดที่เครื่องบินได้บินผ่านในเวลาที่ เทเลอร์ ได้แสดงความปรารถนาของเขาออกมา

11. คำอธิบาย

ในศตวรรษที่ 1980 นักอุตุนิยมวิทยา เทอเรนซ์ มีเดน ได้อธิบายว่า ลมบ้าหมูท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยประจุไอออน หรือ กระแสลมวนที่มีก๊าซพลาสมา ที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนนั้น เป็นตัวการที่สร้างวงกลมปริศนาขึ้นมา และเมื่อวงกลมปริศนาหลายๆแห่งที่มีวงแหวนหลายวงได้ปรากฏขึ้น โดยมีหลายๆขนาดนำเสนอในสัดส่วนระบบเสียงคู่แปด ก็ทำให้ทฤษฎีของมีเดน เริ่มมีน้ำน้อยลงไปอีก เขาอธิบายว่ากระแสลมวนจะเกิดขึ้นในสภาพอากาศที่แห้ง เงียบ และในบริเวณใต้ลมหลังเขาเท่านั้น แต่ไม่นาน วงกลมปริศนาแห่งใหม่ๆก็ได้ขัดแย้งกับทฤษฏีนี้โดยการปรากฏขึ้นในทุกๆสภาพภูมิอากาศที่มีอยู่

วงกลมปริศนาที่มีลายสลับซับซ้อนเริ่มจะสร้างข้อกังขาตามมาอีก ยกตัวอย่าง ในวงกลมปริศนาแห่งหนึ่งทีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 54 ฟุตนั้น ต้นพืชซึ่งปกติที่อยู่ในวงกลมปริศนาจะหมุนในลักษณะตามเข็มนาฬิกา แต่ครั้งนี้ได้ล้มลงโดยพุ่งเข้าหาศูนย์กลาง ขณะที่ส่วนที่อยู่รอบๆเส้นรอบวง กลับหมุนวนในทิศทวนเข็มนาฬิกา และชี้ออกจากจุดศูนย์กลาง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อก้านต้นพืชถูกยกขึ้น ชั้นที่สองก็ถูกพบว่าอยู่ข้างใต้ แผ่ออกตรงข้ามกับอันที่อยู่ข้างบน มีเดน ผู้ซึ่งตอบไม่ได้ในเรื่องคำิอธิบายเกี่ยวกับสภาพอากาศ ก็ได้แย้งว่า ลมบ้าหมูได้เปลี่ยนวิถีของการสลับกันของการเติบโตของพืช

ผู้สร้างวงกลมปริศนาได้ออกมาโต้ตอบด้วยการสร้างวงกลมปริศนาที่มีวงแหวนสองวงรอบๆ โดยแต่ละวง จะหมุนรอบสลับกันไป



ในช่วงต้นปีค.ศ. 1990 วงกลมปริศนาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 ฟุต ซึ่งมีภาพการโคจรของวงแหวน 3 วง แต่ละวงมีขนาดกว้าง 6 นิ้ว ได้ก่อรูปวงแหวนที่สี่ขึ้นในหลายวันต่อมา ทำให้รูปแบบขยายขนาดกว้างขึ้นเป็น 1000 ฟุต นี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ กระแสลมวนก๊าซพลาสมา จะสามารถวนกลับมาเพิ่มรูปทรงเรขาคณิตที่สมบรูณ์แบบนี้ ลงไปบนรูปแบบเดิมได้เลย และการปรากฏของรูปภาพในปีค.ศ.1990 ที่ประกอบไปด้วยเส้นตรง กล่องสี่เหลี่ยม ครึ่งวงกลม และ ‘อุ้งเท้า’ ก็ยิ่งโต้แย้งทฤษฎีของมีเดนมากขึ้นไปอีก

จวบจนถึงเวลาที่ปรากฏการณ์ที่ปราสาทบาร์เบอร์รี่ในปีค.ศ.1991 (รูปภาพ 3.6)ทฤษฎีที่ว่าวงกลมปริศนาถูกสร้างขึ้นจากกระแสลมวนธรรมชาติธรรมดานี่เอง โดยปราศจากการดูแลของพวกสติปัญญาสูงทั้งหลายนั้น ก็เป็นอันจบสิ้นล้มพับไป และแทนที่ มีเดนจะยอมรับในเรื่องนี้ เขากลับไม่ให้ความสนใจในข้อมูลที่ทฤษฎีของเขาอธิบายไม่ได้ว่าเป็นฝึมือของพวกเล่นตลก

ทฤษฎีของทีมงานค้นคว้าบีเอ็ลที เกี่ยวกับการที่วงกลมปริศนาถูกสร้างขึ้น ได้สอดคล้องกับความคิดของมีเดน อยู่หลายๆเรื่อง กล่าวคือ พวกเขาเห็นว่ารูปแบบที่สร้างขึ้นด้วยกระแสลมวนก๊าซพลาสมา แต่นี่ไม่่ใช่ระบบพลาสมาในทางอุตุนิยมวิทยา ซึ่งกำเนิดขึ้นในบรรยากาศไอออน ในภูมิภาคที่มีพลังพลาสมาระดับต่ำ เริ่มขึ้นราว 40 ไมล์ในชั้นบรรยากาศของเรา เป็นที่เชื่อกันอยู่นานว่า สภาพไออน และพื้นผิวโลกนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเลย แต่แสงวาบ (หรือ ผีสางเทวดา) ก็เป็นที่รู้ชัดแล้วว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในระหว่าง พายุฝน (สูง 8 ไมล์) และสภาพอากาศไอออน

ทีมงานบีเอ็ลที เห็นว่า พลาสมอยด์ได้ตกลงที่พื้นในบางครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาใกล้ค่ำ และเมื่อมันเคลื่อนต่ำลงพื้น ด้วยผลกระทบทางสนามแม่เหล็ก ก็ทำให้มันมีขนาดที่หดลงและหมุนเร็วขึ้น

ทีมงานยังเห็นอีกว่า ตัวการเดียวกันนั้นเอง ที่อยู่เบื้องหลังการก่อกำเนิดวงกลมปริศนาที่ไม่มีรูปทรงเรขาคณิต ที่ซึ่งสภาพของต้นพืชที่หักงอและตุ่มตามข้อต้นพืชได้ขยายขึ้นได้ถูกพบเหมือนกับที่เจอในวงกลมปริศนาของแท้ แม้ว่ากลุ่มพลาสมาได้รวมตัวเองกลายเป็นกระแสลมวนก็ตามที แต่หากระดับพลังงานสูงขึ้นมากไป สภาพของกระแสลมวนก็จะแตกสลายลง และจะมีการปลดปล่อยพลังงานที่ไม่คงที่และสับสนออกมา

ทีมงานได้แย้งว่า วงกลมปริศนาบางแห่งสามารถถูกอธิบายได้ว่าเป็นผลมาจาก กระแสลมวนพลาสมา สองชุดมาประสานกันในลักษณะสวนสลับกันไป แล้วเรื่องลวดลายที่สลับซับซ้อนจำนวนมากมายเหล่่านั้นล่ะ เป็นที่น่าสงสัยว่าการที่ระบบพลาสมาได้ปล่อยคลื่นไมโครเวฟเข้มข้นออกมา จะสามารถอธิบายการที่ตุ่มที่ก้านพืชขยายตัวและระเบิดออกเป็นรูได้ และที่แน่นอนก็คือ ไม่สามารถที่จะอธิบายการที่ระดับของผงแร่ผลึกดินเผาทีพบเจอในดินที่อยู่ในวงกลมปริศนาให้ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองปรากฏการณ์พิเศษนี้ ทำให้สรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดผงผลึกเกิดเพิ่มขึ้นในแแร่ธาตุดิน ก็ต้องเป็นตัวการที่ทำให้ต้นพืชมีความผิดปกติ จริงอยู่ที่ คลื่นไมโครเวฟสามารถกลายสภาพของดินหรือทำให้พืชปลอดเชื้อได้ แต่เป็นกรณีที่พบยากมากในวงกลมปริศนา

เฟรดดี้ ซิลวา ได้มีความเห็นว่า คลื่นอุลตร้าซาวด์และคลื่นอินฟราเรด อาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิดวงกลมปริศนาก็ได้ คลื่นเสียงสามารถที่จะไปกระตุ้นก้อนไอน้ำภายในต้นพืช และทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น 5000K ในเวลาของเสี้ยววินาที ซิลวาเห็นว่า สิ่งนี้สามารถที่จะบิดก้านต้นพืชให้งอได้ โดยเฉพาะในบริเวณรอบๆที่มีความเข้มข้นของไอน้ำขึ้นสูงที่สุด อย่างไรก็ตามความคิดของเขานี้ยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์แต่อย่างใด

วิวัฒนาการที่เด่นชัดของรูปแบบของวงกลมปริศนา ในตลอดระยะเวลาสองสามศตวรรษนี้ ไม่สามารถถูกอธิบายได้โดยปรากฏการณ์พิเศษทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก แม้ในกรณีของรูปแบบที่เรียบง่ายของวงกลมปริศนานั้น ก็นำเสนอสัดส่วนทางเรขาคณิตที่ยากที่จะเป็นเรื่องของความบังเิอิญไปได้

และระบบพลังงานที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยตัวมันเองนั้น ก็ยากที่จะสามารถทำให้เกิดรูปทรงเรขาคณิตซึ่งเข้ากันกับรูปแบบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ ก๊าซพลาสมานั้นโดยปกติจะรวมตัวเป็นเป็นสายหมุนเป็นวนเกลียว และรูปแบบในขั้นต่อไปที่พบบ่อยก็คือจะเป็นลักษณะของจานแผ่นที่หมุนได้ รอบล้อมด้วยวงแหวนที่มีศูนย์กลางเดียวกัน แต่ก็อย่างที่ทีมบีเอ็ลทีได้สรุปไว้ว่า ‘เรื่องนี้ไปเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ถึงการที่รูปแบบลวดลายซับซ้อนในวงกลมปริศนาจะเกิดขึ้นมาได้จากเพียงเพราะตัวกลุ่มก๊าซพลาสมาอย่างเดียว’

พยานผู้รู้เห็นได้รายงานถึง การก่อรูปวงกลมปริศนาไปพร้อมกันกับมีผลกระทบเกิดขึ้นกับมนุษย์ สัตว์ และอุปกรณ์ นั้นทำให้เห็นว่า วงกลมปริศนาทั้งหลายไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยกลไกเดียวกันทั้งหมด กล่าวคือ บางครั้งทุ่งไร่ถูกทำให้แบนราบด้วยลมที่เคลื่อนไหวรุนแรงและมีลำแสงที่สองลงมาจากฟากฟ้า ในบางครั้งมีการพบเห็นลำแสงในตอนที่ลมบ้าหมูจากไปแล้ว และบางครั้งทุ่งไร่ถูกทำให้แบนราบโดยปราศจากเหตุผลใดๆ นอกจากว่าคงเป็นเพราะพลังธรรมชาติแค่นั้น

ความจริงที่ว่าเนื้อเยื่อของต้นพืชดูเหมือนจะอ่อนยืดหยุ่นในเวลาที่แบนราบลงไป และแร่ธาตุที่พบในดินและตกผลึก ก็แสดงให้เห็นว่า มีพลังที่ไม่ได้มีอยู่ตามปกติมาเกี่ยวข้องด้วย กระแสลมวนก๊าซพลาสมาอาจเป็นตัวการของการที่ต้นพืชล้มเป็นรอยที่ไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิต และวงกลมปริศนาที่เป็นรูปง่ายๆไม่ประณีต แต่ดูแล้วน่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูงเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการและสร้างรูปแบบที่ซับซ้อนเหล่านั้น

และในเรื่องของลูกแสงที่มีผู้พบเห็นรอบๆวงกลมปริศนานั้น ยังคงมีคำถามว่าลูกแสงเหล่านั้นเป็นตัวทำให้เกิดวงกลมปริศนาหรือไม่ (โดยการดูแลของสิ่งมีชีิวิตที่มีสติปัญญาสูง) หรือเพียงทำการสำรวจ หรือแค่การส่งพลังออกไป ลูกไฟบางดวงก็มีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีความอยากรู้อยากเห็น หรือตัวตนทางขีวภาพบางอย่าง ลำแสงเหล่านี้อาจแสดงถึงว่ารูปแบบของวงกลมปริศนาได้ถูกร่างขึ้นลงบนพื้นดินจากมุมสูงเหนือพื้น วงกลมปริศนาบางแห่งก็ปรากฏขึ้นโดยปราศจากแสงสว่างที่มีผู้พบเห็น อย่างไรก็ตามควรรับทราบไว้ด้วยว่าผู้หยั่งรู้ได้รายงานว่าเห็นแสงที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

บางคนได้แย้งว่าวงกลมปริศนานั้นเป็นการติดต่อสื่อสารจากผู้อาศัยพิเศษบนโลก ท้องทุ่้งแบนราบนั้นครั้งหนึ่งถูกเชื่อว่าเกิดจากการที่จานบินลงจอด เนื่องจากทุ่งไร่จะถูกหมุนวนเป็นเกลียว แทนที่จะขาดกระจาย ดังนั้นทำให้เชื่อว่าเกิดจากพลังงานของระบบขับเคลื่อนของยานบิน เมื่อรูปแบบวงกลมปริศนาเริ่มสลับซับซ้อนขึ้น ก็มีผู้ที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวอาจใช้ลำแสงพลังงานในการสรรสร้างมันขึ้นมา หรือยื่นส่งเครื่องมือเข้ามาสำรวจในรูปแบบของลูกแสง เพื่อสร้างมันขึ้นมา

มีหลายเหตุผลที่ทำให้คิดว่าปรากฏการณ์ียูเอฟโอ มีความเกี่ยวข้องกับการมีปฏิกริยาของความเป็นจริงในระดับทางกายภาพ กับ พลังและตัวตนต่างดาวหรืออากาศธาตุที่อยู่บริเวณรอบๆและแผ่ซ่านมายังโลกของเรา มากกว่าที่จะเป็น การมาเยี่ยมเยือนของสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อจากดาวเคราะห์ดวงอื่น

มีความพ้องกันที่สำคัญเกี่ยวกับปรากฏการณ์วงกลมปริศนานี้ โดยในกรณีที่มีลำแสงในอากาศเกี่ยวข้องด้วยก็จะถูกนับว่าเป็นตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดที่สุด ดังเช่น ในวงกลมปริศนาบางแห่ง มีรายงานว่าพบดินที่ถูกอัดแน่นในบริเวณที่ยูเอฟโอได้ลงจอดและมีคลื่นไมโครเวฟที่ถูกจัดว่าอาจเป็นพลังงานที่เกี่ยวข้องกับวงกลมปริศนาได้แผ่ออกมา โดยทั้งนี้ ทั้งยูเอฟโอและวงกลมปริศนานั้นสามารถทำให้เกิดการทำงานผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้า และสัตว์ก็มักจะมีปฏิกริยาแปลกๆเมื่ออยู่หรือเข้าใกล้บริเวณที่พบยูเอฟโอ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในกรณีของวงกลมปริศนาอีกด้วย

ทั้งวงกลมปริศนาและเรื่องยูเอฟโอ ดูจะเกิดขึ้นรวมๆอยู่ในบริเวณเดียวกัน เช่น อยู่ใกล้กับเส้นหลักทางภูมิศาสตร์ และแหล่งน้ำ การพบเห็นยูเอฟโอจำนวนมากได้เกิดขึ้นเหนือพื้นที่มีเนื้อดินสอพองและชั้นหินอุ้มน้ำแถวสามเหลี่ยมเวสเซคทางตอนใต้ประเทศอังกฤษ ที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของปรากฏการณ์วงกลมปริศนา จากการอ้างอิงถึงเครื่องมือตรวจสอบนั้น วงกลมปริศนาได้เกิดขึ้นในบริเวณที่เส้นพลังของโลกพาดผ่านอยู่หรือมีระดับความเข้มที่แรงมาก และบริเวณที่มีพลังอยู่สูงนี้เองที่ดูจะเป็นตัวเอื้อให้เกิดปรากฏการณ์วงกลมปริศนา

มีหลายคนที่เชื่อว่าวงกลมปริศนาไม่ได้สร้างขึ้นโดยมนุษย์ต่างดาวแต่เป็นกองทัพ ด้วยเทคโนโลยีพลังลำแสงลับๆ ทางกองทัพได้แสดงความสนใจอย่างชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับวงกลมปริศนาและลูกไฟพิศวง (รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ยูเอฟโอ โดยทั่วไป) แต่ไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่า กองทัพจะมีความเข้าใจในเรื่องปรากฏการณ์พิเศษนี้มากเกินไปกว่าที่สาธารณชนจะพึงมีความเข้าใจได้ไปเลยทีเดียว

คำถามที่มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก ก็ได้แก่ การที่นักค้นคว้าหลายคนได้เสนอให้ศึกษาพลังบนพื้นโลกที่ผิดปกติ พลังการสื่อสารและเชื่อมต่อทางจิต และความสามารถขั้นสูงในการติดต่อทางจิตในแต่ละบุคคลและที่เป็นกลุ่ม ทั้งนี้ให้เป็นไปเพื่อการเข้าถึงสู่ห้วงภายใน มากกว่าที่จะไปค้นหาในนอกอวกาศ

พวกเหล่่าสติปัญญาระดับสูงที่มีความเกี่ยวข้องกับวงกลมปริศนานี้ อาจเป็นได้ที่เป็นมนุษย์ (ไม่ว่าจะเป็นการมาปรากฏในลักษณะที่จับต้องได้หรือไม่ก็ตาม) แต่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ จะต้องมีความสามารถที่จะส่งพลังมหัศจรรย์และควบคุมธรรมชาติ ในลักษณะที่สมบรูณ์แบบอย่างที่สุด เหล่าพลังอันชาญฉลาดเหล่านี้อาจจะสรรสร้างผลกระทบทางแม่เหล็กไฟฟ้าให้กับกายภาพของเราก็เป็นได้

ความจริงที่ว่า ตุ่มพืชได้ถูกขยายและเปลี่ยนรูป ซึ่งบางครั้งพบได้ในบริเวณของทุ่งที่ไม่เกิดการล้มและอยู่ข้างๆด้านนอกของทุ่งวงกลมปริศนานั้น ในขณะที่ขอบรอบวงกลมปริศนานั้นดูจะเฉียบเรียบคมสมบรูณ์แบบ นั้น แสดงให้เห็นถึงว่า การก่อรูปวงกลมปริศนานี้อาจจะประกอบไปด้วยสองขั้นตอน กล่าวคือ เริ่มจากที่ ทุ่งไร่ถูก ‘เตรียม’ หรือ ‘กำหนด’ ทิิศทางที่ต้องการให้ล้ม เสียก่อน แล้วหลังจากนั้น พลังงานจะถูกส่งออกไปให้ต้นพืชเหล่านั้นล้มลง และด้วยเหตุนี้ พลังงานดังกล่าว อาจจะล้นออกมาพ้นจากขอบเขตของวงกลมปริศนา นั่นเอง




12. ความหมาย

หลายคนเชื่อว่าการเกิดของวงกลมปริศนานั้น มาเพื่อส่งข่าวสารด้วยสัญญลัษณ์แสดงรหัสต่างๆ และด้วยตำนานที่เกี่ยวข้องกับสัญญลักษณ์ต่างๆก็ทำให้จินตนาการและแปลความหมายได้ไปต่างๆนาๆ แต่นักค้นคว้าส่วนใหญ่ก็เห็นเหมือนกันว่าการเกิดของวงกลมปริศนาเป็น ‘รูปแทนจักรวาลแห่งความหวัง’ สำหรับโลกที่ยุ่งเหยิงของเรานี้

ส่วนประกอบพื้นฐานของลวดลายวงกลมปริศนานั้นก็คือ วงกลม ซึ่งสามารถเป็นตัวแทนของ เอกภพ อวกาศที่ไม่มีขอบเขต และจิตวิญญาณสร้างสรรแห่งจักรวาล หรือแม้แต่พลังของพระผู้เป็นเจ้า วงกลมปริศนาที่มีรูปวงแหวนและวงโคจรนั้นบางครั้งดูคล้ายคลึงกับ รูปวาดของธาตุทางเคมี ที่มีอิเลคตรอนโคจรโดยรอบ ยกตัวอย่างเช่น วงกลมกลางที่มีดาวเทียมสี่ดวงโคจรรอบ (รวมเป็นห้า) ก็เป็นสัญญลักษณ์ของอตอมคาร์บอนที่มีอิเลคตรอนสี่อันวิ่งอยู่โดยรอบ รวมทั้งเตือนให้ระลึกถึงรูปไม้กางเขน

ภาพวงกลมสองวงขนาดต่างกันประสานกันด้วยเส้นตรง สามารถส่งสัญญาณถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างโลกกายภาพและโลกจิตวิญญาณ ในขณะที่การขาดหายไปของเส้นที่เชื่อมหากัน อาจบ่งบอกถึงขาดการติดต่อสื่อสาร วงกลมที่ใหญ่ชัดเจนบางครั้งก็หมายถึงเพศชาย และวงแหวนหรือวงกลมที่มีวงแหวนติดมาด้วยก็คือเพศหญิง เมื่อรวมเข้ากับเส้นตรงใหญ่ ทั้งหมดนี้ก็กลายเป็นสัญญลักษณ์ของการแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ถ้ารูปวงกลม วงแหวน ขีด เส้น อุ้งเท้า ฯลฯ ซึ่งถูกพบในภาพที่มีความสลับซับซ้อน เมื่อต้นศตวรรษที่ 1990 เป็นตัวแทนของสัญญลักษณ์ภาษาแล้วไซ้ร ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครจะสามารถถอดรหัสมันได้เลย

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุก็คือวงกลมปริศนาบางแห่งมีลวดลายออกแบบที่เคยปรากฏในภาพสลักโบราณ


Fig. 12.1 Earth goddess symbol from 2000 BC and pictogram at Chilcomb, 1990 (Silva, p. 151).

นอกจากนี้ รูปทรงเรขาคณิตที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นเป็นตัวหลักในลวดลายซับซ้อนของวงกลมปริศนา นับแต่ต้นศตวรรษที่1990 เป็นต้นมา วงกลมสองวงที่ซ้อนกันอยู่ทำให้เกิดภาพ ‘วงกลมสองวงที่มีเส้นรอบวงตัดกับจุดศูนย์กลางของกันและกัน’ ก็เป็นสัญญลักษณ์ของการเชื่อมต่อกันของจิตวิญญาณกับวัตถุ อันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องยุคใหม่ (ยุค New Age…/ผู้แปล)

ลวดลายบางอันก็แสดงถึงรูปสี่เหลี่ยมของวงกลม อันบ่งถึงความประสานเข้าด้วยกันระหว่างจิตวิญญาณและวัตถุ



Fig. 12.2 Pentagram variation, Dadford, Buckinghamshire, 4 July 1998.

ลายก้นหอย สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม และดาวห้าแฉก หกเหลี่ยม เจ็ดเหลี่ยม แปดเหลี่ยม ฯลฯ ล้วนพบได้ในวงกลมปริศนา แต่ละอันก็มีความหมายแฝงอยู่ ยกตัวอย่างเช่นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า จะบอกถึงการทำเสร็จเรียบร้อย ภาพสามมิติที่ก่อให้เกิดเป็นภาพจัตุรมุข (ปิรามิดที่มีสามเหลี่ยมสี่ด้าน) สัญญลักษณ์รูปกุญแจลึกลับ และรูปแบบที่เชื่อมโยงกันไว้ โดยวงกลมปริศนาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งก็คือวงกลมปริศนาจัตุรมุขใกล้ปราสาทบาร์เบอรี่ ในปีค.ศ.1991 (รูปภาพ 3.6)

ในยุคเล่นแรแปรธาตุโบราณ ภาพลูกบอลบนยอดของสามเหลี่ยมด้านเท่า แสดงถึงธาตุหลักทั้งสามที่ใช้ในการแปรรูป อันได้แก่ เกลือ ซัลเฟอร์ เมอคิวรี่ ส่วนภาพดาวห้ามุมหรือดาวห้าแฉก (ซึ่งเหมือนรูปห้าเหลี่ยม แสดงถึงสัดส่วน 1:1.6180339..) (เป็นมาตราส่วนมหัศจรรย์ซึ่งถูกค้นพบมานานมาก จนทุกวันนี้ยังถูกใช้ในทุกๆสิ่งรอบตัวเรา เนื่องจากเป็นอะไรที่สมองมนุษย์ตอบสนองดีเป็นพิเศษ เช่น มีการทดลองพบว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีคนชอบมากที่สุดนั้น มีอัตราส่วน 1:1.618 …/ผู้แปล) อันเป็นสัญญลักษณ์ของมนุษยชาติ นับแต่ครั้งเมื่อร่างกายของมนุษย์สามารถยืดตรงได้

รูปดาวหกมุมหรือสามเหลี่ยมไขว้กัน (และเป็นที่รู้จักกันในนามของตราประทับของกษัตริย์โซโลมอน หรือสัญญลักษณ์ของพระวิษณุ) ก็แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งจักรวาลและวัตถุธาตุ


Fig. 12.3 The Pythagorean symbol of wellbeing, Bishops Cannings, Wiltshire, 12/13 July 1997.


Fig. 12.4 Ninefold formation with six-crescent vortex, Cherhill, Wiltshire, 18 July 1999.

ลายเสาหินรูปลายวนก้นหอย (รูปภาพ 3.11) ก็สามารถแสดงถึงในหลายสิ่ง ได้แก่ รูปทรงเรขาคณิตที่ร่างด้วยคอมพิวเตอร์และรู้จักกันในชื่อ จูเลียเซท หรือ สัญญลักษณ์ที่ใช้ในการสร้างโน๊ตทางดนตรี หรือ รูปทรงก้นหอยที่พบในหอยทะเลและสิ่งธรรมชาติอื่นๆมากมาย หรือ โครงกระดูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระดูกสันหลังครบ

บางคนได้เชื่อมโยงเรื่อง เข้ากับ สัญญลักษณ์ของพระทิเบตที่เรียกว่า ‘วงล้อแห่งความสุข’ (หรือ gakyil มักพบในรูปแมนดาลาของทิเบต…/ผู้แปล) ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของพลังงานยุคกำเนิดโลกและสามขั้นไปยังการตื่นรู้ในหลักคำสอนเต๋า


Fig. 12.5 The Tibetan wheel of joy and its crop-circle counterpart (Silva, p. 162).
นอกเหนือไปจากแรงต่อต้านที่แพร่ออกไปว่าวงกลมปริศนาเป็นเพียงการเล่นตลกของคนบางคนนั้น วงกลมปริศนายังได้ทิ้งร่องรอยจารึกเอาไว้ในวัฒนธรรมของเราอีกด้วย ความสวยงามอันพิศวงของ รูปทรงเรขาคณิต สัญญลักษณ์จากหลายหลายวัฒนธรรม และที่มาอันลึกลับนั้น ก็ดูเหมือนจะสร้างความสนใจ เป็นที่หลงใหลและจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทั้งสิ้น เป็นที่เห็นกันว่ามีผู้ที่มีสติปัญญาระดับสูงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของปรากฏการณ์วงกลมปริศนาเหล่านี้ แต่พวกเขายังคงเลือกที่จะไม่แสดงตัวให้เป็นที่รู้จัก และทิ้งให้คนสรุปเอาเอง เหมือนเป็นบททดสอบเชาว์นปัญญา หรือญาณทัศนะต่างๆ

ปรากฏการณ์ของวงกลมปริศนาได้มีชื่อเรียกว่า ‘วัดชั่วคราว’ ซึ่งเป็นชื่อที่เหมาะสมเนื่องจากวงกลมปริศนาได้แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกับสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการบวงสรวงสักการะและพิธีทางจิตวิญญาณต่างๆ มาเป็นเวลาพันๆปี ในอัฟริกาใต้ วงกลมปริศนาถูกเรียกว่า ‘วงกลมอันยิ่งใหญ่แห่งพระเจ้า’เมื่อวงกลมปริศนาปรากฏขึ้น ผู้คนได้สร้างรั้วลอบเอาไว้ แล้วพากันเต้นรำและมีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพื่อสรรเสริญพระแม่โลกและดาวพระเจ้า

คอลิน แอนดรู ได้พูดไว้ว่า ‘วงกลมปริศนามาเพื่อสะกิดใจทางจิตวิญญาณให้กับพวกเราทุกคน’ ‘การผลักดันไปสู่ความปรารถนาถึงสันติภาพและการรู้แจ้ง’ และ ‘เราถูกท้าทายให้เรียนรู้’ ‘และเครื่องมือในคำสั่งสอนสำหรับเราก็คือสัญญลักษณ์ทางจิตวิญญาณโบราณ ภาพแมนดาลา และรูปแบบที่กำเนิดตามธรรมชาติอื่นๆ…พวกเราถูกเรียกให้ตื่นขึ้น และเป็นความรับผิดชอบของพวกเราที่จะเปิดรับรู้ข่าวสารและลงมือปฏิบัติ’

ไม่มีใครรู้ว่าปรากฏการณ์ของวงกลมปริศนาจะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน เพื่อสรรสร้างรูปแบบที่ซับซ้อนจำนวนมากมายอย่างนี้ วงกลมปริศนาจะพัฒนาต่อเนื่องอย่างนี้ไปเรื่อยๆหรือไม่ ทุกปีผู้คนต่างพากันสงสัยว่าวงกลมปริศนาจะสามารถสร้างลวดลายที่สลับซับซ้อนขึ้นได้มากขึ้นเพียงไหน และทุกๆปีก็ปรากฏว่าผู้ที่สร้างวงกลมปริศนานี้ก็ยังดำเนินการทำให้คนประหลาดใจทุกๆฤดูใบไม้ผลิ ด้วยสิ่งที่เขาประดิษฐ์ออกมา เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เมื่อวัตถุประสงค์ของพวกเขาได้บรรลุแล้วหรือความกระตือรือล้นได้จางหายไป ลวดลายเหล่่านี้ก็คงจะค่อยๆหายไป (เขียนโดย แอนดี้ ทอมป์สัน)

มาเพลิดเพลินไปกับรูปภาพที่ปรากฏขึ้นเถิด ในขณะที่เรายังมีโอกาสจะได้มีวงกลมปริศนาไว้ให้ได้เห็นคุณค่า เพียงด้วยเหตุผลที่ว่ามันช่างสวยงามเสียเหลือเกิน ทำให้คนหลายคนมีความสุขและซึมซับสติปัญญามากขึ้นจากการพยายามค้นหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับวงกลมปริศนานี้

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทุกคนเห็นด้วย นั่นก็คือ กระทั่งคนที่ขี้สงสัยที่สุดโดยไม่ว่าบุคคลนั้นจะมาจากไหน ก็ยังเห็นว่าลวดลายวงกลมปริศนานั้นเป็นศิลปะที่โดดเด่นในระดับสูงสุด

ท้ายสุด หากแม้นว่าวงกลมปริศนาถูกนำมาสู่โลกของเราเพียงเพื่อความสวยงามและรื่นรมย์เท่านั้น มันก็น่าจะพอแล้วสำหรับเราที่จะรู้สึกและกล่าวคำว่าขอบคุณ


Fig. 12.6 Flower with sixth petal not yet unfolded, Golden Ball Hill, Wiltshire, 14 July 2000.


ที่มา : Crop Circles and Their Message
____________________
เครดิต : threeam เว็ปพลังจิต
____________________

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้

Tags:
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...