NASA จับภาพ มังกร!!! หรือวัตถุลักษณะเหมือนงู เหนือชั้นบรรยากาศโลก

<
<






โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม!!!!

ภาพวัตถุลักษณะเหมือนงู เหนือชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าส่วนไหนคือหัวและส่วนไหนคือหาง

กำลังมุงหน้าไปยังทะเลที่อยู่ด้านหน้า


ภาพต้นฉบับ จากทาง NASA

http://eol.jsc.nasa.gov/sseop/images/ISD/highres/STS105/STS105-703-38_3.JPG


ชาวยุโรป เชื่อว่าเป็นงูยักษ์ แต่สำหรับชาวเอเชีย นั้นคือมังกร ในเทพนิยาย

ทำให้หวนคิด เรื่องราวที่เคยอ่านมาเกี่ยวกับการพบมังกร










บันทึกการเผชิญหน้าพญามังกรในรอบ 400 ปี 



พญามังกร เป็นสัตว์ในเทพนิยายหลายชาติ ทั้งในเอเชีย และ ประเทศในทวีป ยุโรป ฝรั่งเรียกมังกรว่า "ดรากอน" คนจีน เรียกว่า "เล้ง" หรือ กิมเล้ง มีอิทธิฤทธิสูงส่ง เหนือสรรพสัตว์ทั้งปวง


ฝรั่งและชาวเอเชียบรรยาย รูปลักษณ์พญามังกรตรงกัน มีลำตัวเป็นงู หัวเหมือนม้า มีเขาเหมือนแพะ มีฟันแหลมคม เหมือนปลาฉลาม มีปีกเหมือนปีกค้างคาว บินได้รวดเร็วคล่องแคล่ว อาวุธที่ใช้ต่อสู้กับศัตรู สามารถพ่นเปลวไฟร้อนแรงออกจากปากได้


พงศาวดารของชาวจีน ระบุว่า พญา-มังกรเป็นทูตจากสวรรค์ หรือเทพเจ้าจำแลง แปลงกาย เพื่อปราบปรามคนชั่วหรือจุติมา เป็นพาหนะสำหรับคนมีบุญ จึงเรียกว่า "เทียนเล้ง" หรือมังกรสวรรค์


ส่วนตำนานของชาวยุโรป โดยเฉพาะ ชนเผ่าเซลติก โบราณ (บรรพบุรุษคนอังกฤษ ในปัจจุบัน) บรรยายถึงมังกรเป็นสัตว์ร้าย ทำร้ายผู้คนทำลายบ้านเมือง เป็นหน้าที่ของ อัศวินผู้กล้าหาญ ไปปราบซึ่งกว่าจะฆ่ามังไรได้ อัศวินเองก็แทบดับดิ้น


ไทยเราได้รับอิทธิพลความเชื่อเรื่อง มังกรคะนองฤทธิ์ มาจากอารยะธรรมของจีน แต่ทว่าเราก็มีมังกรประจำถิ่นอยู่แล้ว แต่เรียกว่า "พญานาค" มีอิทธิฤทธิ์น่าจะทัดเทียมกับ พญามังกร เพราะต่อสู้กับพญาครุฑได้อย่างสูสี




สำหรับสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศ เพิ่งเกิดใหม่ ได้เพียง 200 กว่าปี แต่ก็มี ตำนานเรื่องเล่า เกี่ยวกับพญามังกร ไม่แพ้ ชนชาติอื่น ๆ ที่น่าสังเกตไปยิ่งกว่านั้น ชาวอเมริกันพบเห็นมังกรบ่อยครั้งและ ตัวล่าสุดมังกรทองได้ปรากฏตัวให้เห็น เมื่อปีเศษที่ผ่านมา เมื่อ 3 กันยายน ค.ศ.2009


ที่เมืองเล็ก ๆ ชื่อ เบลคคีย์วิลล์ แห่ง รัฐแคนซัส เจ้าของฟาร์มเกลี้ยงปศุสัตว์ชื่อ เคนท์ รัดเดิล อายุ 54 ปี กำลังให้อาหารหมูใน ตอนเช้า ตรู่ ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเขาเหลือบไปเห็นเหมือนม้า กำลังบินอยู่ มีเสียงปีกกระทบอากาศดัง พึ่บพับเป็นระยะ


"ผมมองเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ อยากเชื่อสายตาตนเอง" เจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมู เคนท์ กล่าว" มันเหมือนก้อนเมฆ กำลังลอย ตรงมาข้ามหัวผมไป 2 ตาของผมเห็นตัวอะไรบาง อย่าง ลำตัวสีเทาเข้ม เมื่อมันลอยผ่านหัวผมไป จึงรู้ว่ามันเป็นงูยักษ์มีปีก มีหัวเหมือนม้า มีเขา งอกบนหัว 2 เขา ผมคำนวณว่าความยาว ลำตัวของมังกรตัวนี้กว่า 50 ฟุต


"ขณะบินอยู่กลางอากาศ ลำตัวของงู ยักษ์มีปีก เลื้อยไปมาเหมือนกับงูกำลังเลื้อย บนพื้นดิน แค่ต่างกันตรงที่มันมีปีกขนาดใหญ่ ตีปีกแต่ละครั้งเหมือนการสะบัดผ้าอย่างแรง"




"ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า คงไม่เมาตาฝาดไป อีกอย่างผมสาบานกับพระเจ้าแล้ว จะไม่กล่าวคำโกหก เหตุการณ์นี้ผมเห็น มังกร ยักษ์จริง ๆ"


การพบเห็นพญามังกรครั้งล่าสุด เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ช่วงปลายเดือน มกราคมที่นอกเมืองคีย์เวสต์ รัฐฟอริด้า พระบาทหลวงหนุ่มชื่อ จอห์น โอ" มอลลีย์ อายุ 34 ปี เดินทางไปท่องเที่ยวกับพ่อแม่ นางลูซี่ และ นาย จีราลด์ โอ" มอลลีย์ โดยไปพัก อยู่ที่บังกะโลริมหาดที่สันโดษแห่งหนึ่ง



"ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ผม อ่านหนังสืออยู่ในบ้านพัก ส่วนพ่อแม่ออก มานอนตากแดดที่ริมชายหาด ทันใดนั้นผม ได้ยินเสียงแม่หวีดร้องอย่างตกใจสุดขีด" พระบาทหลวงหนุ่มเล่าย้อนเหตุการณ์


"ผมรีบวิ่งออกไปนอกบ้านเมื่อมา ถึงชายหาด พ่อกับแม่ชี้ให้ดูบนท้องฟ้าเมื่อ ผมมองขึ้นไปความรู้สึกตอนนั้นเหมือนนอน หลับฝันไป เพราะภาพที่มองเห็นมันเหลือเชื่อ จริงๆ"





"บนท้องฟ้าสูงไปราว 500 เมตร ผมมอง เห็นงูยักษ์ มีปีกลำตัวสีเหลืองมีลายดำบนหลัง เป็นปล้อง ๆ มันลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วย 2 ปีก และลำตัวขดไปมา ส่วนหนึ่งของลำตัวบังอยู่ใน ก้อนเมฆครึ้มหนา"


"สิ่งเหลือเชื่อเกิดขึ้นตามมาอีก เมื่อมีฝูงนกนางนวลทะเลบินผ่านมาโดยไม่ ทันระวังตัวมังกรทองตัวนั้น ฉกใส่ฝูงนก ด้วยความเร็วปานสายฟ้า มันฉกครั้งเดียวได้นก ในปากถึง 2 ตัว


เมื่อฝูงนกแตกหนี พญามังกร ทองก็บินไล่ตามจนกระทั่งลับสายตาไปก่อนหน้านี้มีบันทึกอย่างเป็น ทางการที่ชาวบ้านชาวเมืองพบเห็นมังกร ทองอย่างชัดแล้ว นับแต่ปี ค.ศ.1800 หรือ 200 ปีกว่ามาแล้ว


นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญสัตว์โลก ดึกดำบรรพ์ เวลโน เดรช กล่าวอธิบายว่า "สำหรับฃวามเห็นส่วนตัวของผมแล้ว การพบเห็นมังกรยักษ์ครั้งสร้างความฮือฮา มากที่สุด เป็นเหตุการณ์ต้นศตวรรษที่ 19 ที่แคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1882


"ครั้งนั้นมังกรยักษ์ถึงกับโจมตี ขบวน รถไฟ เส้นทางเซาเฮิร์น แปชิฟิคนอกจากพนักงาน ขับรถไฟ และข่างเฃรื่องมองเห็นมังกรทองแล้ว ผู้โดยสารนับร้อยฃนมากับขวนรถไฟต่าง มองเห็นกันทุกฃน"


"รถไฟรุ่นหัวจักรไอน้ำ ลากจูงตู้ โดยสาร 12 โบกี้ แล่นตัดผ่าน ทะเลทรายโมเจฟ ช่วงเวลาบ่ายช่างเครื่องเหลือบตามองเห็นท้องฟ้า เพื่อสังเกตการณ์ว่าจะมีฝนตกหรือไม่ จึงมอง เห็นเมฆดำกลุ่มหนึ่ง ลอยจากที่สูงลงต่ำอย่าง รวดเร็ว ทีแรกคิดว่าเป็นลำของพายุทอร์นาโด"




"แต่เมื่อสิ่งแปลก ประหลาดนั้นลอย เข้ามาใกล้ขบวนรถไฟ จึงรู้ว่ามันไม่ใช่ทอร์นาโด แต่เป็นงูยักษ์มีปีก มีขนาดลำตัวยาวราว 30 ฟุต บินอยู่ฟ้าด้วย 2 ปีก เหมือนปีกค้างคาว กวักปีกแต่ละครั้งดังพึ่บอย่างชัดเจน"


"มังกรตัวนั้น บินต่ำราวกับกำลังค้นหา อะไรตามพื้นดิน เมื่อมันบินผ่านขบวนรถไฟ ในระยะประชิด ส่วนปลายทางจึงฟาดกับ หลังคาโบกี้ ซึ่งทำให้มันโกรธคราวนี้ขับไล่ ตามขบวนรถไฟอย่างติด ๆ พร้อมทั้ง โจมตีส่วนหัวรถจักร"


"ปากที่มันฟันคมกริบราวใบ เลื่อยกัด ทะลุผ่านหลังคาโบกี้โดยสารทำให้ ผู้โดยสารกรีดร้องลั่น แต่มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ปลายปีกไฟโดนเข้ากับปล่องควันทำให้ ไฟไหม้ปีก มังกรร้องกรี๊ด ๆ แล้วบินหนีหายไป"


จนกระทั่งทุกวันนี้บันทึกการเผชิญ หน้ากับมังกรทองเป็น ๆ โดยมีผู้โดยสารเป็น ร้อย ต่างมองเห็นชัดแจ้ง ยังไม่มีใครสามารถหา คำอธิบายได้ว่า...เป็นความจริงหรือความฝันกันแน่


เช่นเดียวกัน มีประเทศจีนเมื่อปี ค.ศ.1641 หรือ เมื่อ 400 ปีก่อน มีคนจีนอย่าง น้อย 350 คน ที่อาศัยอยู่ที่เมือง ซานตง มองเห็น พญามังกรทองบินล่องฟ้า ฝ่ากลุ่มเมฆลงมา แล้วบินทะยานหายลับไปในกลุ่มเมฆฝนอีกครั้ง


การปรากฏตัวครั้งนี้ ชาวจีนใน ยุคนั้น ต่างเชื่อกันว่า เป็นคำเตือนจากสวรรค์ ถึงจักรพรรดิ์ ราชวงศ์หมิง อย่าทำร้ายประชาชน

หลังจากนั้นไม่นานราชวงศ์หมิง ก็ล่มสลายไป




















ที่มา : http://www.nokroo.com/plak/browse.php?cat_id=32&id=13758
____________________
เครดิต :
________________________________

อ้างอิง :
________________________________

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้

Tags: , ,
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...